เรา เหมือนที่บูชายัญ ณ ฝั่งแม่น้ำของท่านฉะนั้น. บทว่า อตฺตา คือ จิต.
บทว่า ชาติ คือ เป็นกำเนิดด้วยอำนาจแห่งความเกิด. บทนี้เป็น
สภาพเฉพาะตัวในที่นี้. สัญชาติ (ความเกิดพร้อม) ด้วยอำนาจแห่งความ
เกิดร่วมกัน. เพิ่มบทอุปสัค. บทว่า โอกฺกนฺติ (ความก้าวลง) ด้วยอำนาจ
แห่งการหยั่งลง. หรือชื่อว่า ชาติ ด้วยอรรถว่าเกิด. ความเกิดนั้น
ประกอบด้วยอายตนะยังไม่ครบ. ชื่อว่า สญฺชาติ ด้วยอรรถว่าเกิดพร้อม.
สัญชาตินั้นประกอบด้วยอายตนะครบ. ชื่อว่า โอกฺกนฺติ เพราะอรรถว่า
ก้าวลง. โอกกันตินั้นย่อมควรด้วยอัณฑชะกำเนิด (เกิดแต่ฟอง) และ
ชลาพุชะกำเนิด (เกิดแต่น้ำ). เพราะสัตว์เหล่านั้นก้าวลงเข้าไปสู่ฟองไข่
และช่องมดลูกย่อมถือปฏิสนธิดุจก้าวลงเข้าไป. ชื่อว่า อภินิพฺพตฺติ (เกิด
เฉพาะ) เพราะอรรถว่า เกิดยิ่ง. อภินิพพัตตินั้นย่อมควรด้วยสังเสทชะ-
กำเนิด (เกิดแต่เหงื่อไคล) และโอปปาติกะกำเนิด (ผุดเกิดขึ้น). จริงอยู่
สัตว์เหล่านั้นเกิดปรากฏเป็นตัวตนเลย. นี้เป็นเพียงสมมติกถา. บัดนี้จะ
พูดถึงปรมัตถกถา. จริงอยู่ โดยปรมัตถ์ ขันธ์เท่านั้นปรากฏ ไม่ใช่สัตว์
ปรากฏ. ในบทว่า ขนฺธานํ พึงทราบการถือเอาขันธ์หนึ่งในเอกโวการภพ
ภพที่มีขันธ์หนึ่ง, ขันธ์ ๔ ในจตุโวการภพภพที่มีขันธ์๔, ขันธ์ ๕ ใน
ปัญจโวการภพภพที่มีขันธ์ ๕. บทว่า ปาตุภาโว ความปรากฏ คือความเกิด.
ในบทว่า อายตนานํ นี้ พึงทราบการสงเคราะห์อายตนะอันเกิดขึ้นในขันธ์
นั้น ๆ. บทว่า ปฏิลาโภ การได้เฉพาะ คือความปรากฏในปฏิสนธิ
นั่นเอง. จริงอยู่ อายตนะเหล่านั้นเมื่อปรากฏอยู่ เป็นอันชื่อว่าได้แล้ว.
อนึ่ง ชาตินี้นั้นมีการเกิดครั้งแรกในภพนั้น ๆ เป็นลักษณะ มีการมอบให้
เป็นรส มีการผุดขึ้นในภพนี้จากภพในอดีตเป็นเครื่องปรากฏ หรือมีความ