เปิดออก. บทว่า ปฏิกุชฺชิโต ครอบไว้ คือครอบให้มีหน้าคว่ำลง.
บทว่า นปฺปกาสติ คือ ไม่ปรากฏ. บทว่า นปฺปภาสติ ไม่สว่าง คือ
ไม่ทำความสว่างด้วยญาณ. บทว่า น ตปติ ไม่รุ่งเรือง คือไม่ทำความ
รุ่งเรืองด้วยญาณ. บทว่า น วิโรจติ ไม่ไพโรจน์ คือไม่ทำความไพโรจน์
ด้วยญาณ. บทว่า น สญฺญายติ คือ ไม่แจ่ม. บทว่า น ปญฺญายติ
คือ ไม่กระจ่าง. บทว่า เกน ลิตฺโต คือ อะไรเล่าเป็นเครื่องฉาบทา.
เพิ่มอุปสัคเป็น ปลิตฺโต อุปลิตฺโต คือ ฉาบทาทั่ว เข้าไปฉาบทา. พึง
เห็นความอย่างนี้ว่า ขอพระองค์จงตรัสบอกด้วยอุเทศ(ยกหัวข้อขึ้นแสดง)
จงทรงแสดงด้วยนิเทศ (การจำแนกแสดง) ทรงบัญญัติด้วยปฏินิเทศ
(การรวมแสดง) เมื่อรู้อรรถโดยประการนั้น ๆ จงทรงแต่งตั้ง เมื่อ
แสดงเหตุแห่งมรรคนั้น ๆ จงทรงเปิดเผย เมื่อแสดงความเป็นพยัญชนะ
จงทรงจำแนก เมื่อนำออกเสียได้ซึ่งความครอบไว้และความลึกซึ้งแล้ว
ให้เกิดที่ดังของญาณทางหู จงทรงทำให้ตื้น เมื่อกำจัดความมืดคือความ
ไม่รู้ทางหูด้วยอาการเหล่านั้นแม้ทั้งหมด จงทรงประกาศดังนี้.
บทว่า เววิจฺฉา นปฺปกาสติ โลกไม่ปรากฏเพราะความตระหนี่
คือไม่ปรากฏเพราะความตระหนี่เป็นเหตุ และเพราะความประมาทเป็น
เหตุ. จริงอยู่ ความตระหนี่ ย่อมไม่ให้เพื่อประกาศคุณทั้งหลายมีทาน
เป็นต้นแก่เขา และความประมาทมัวเมาย่อมไม่ให้เพื่อประกาศคุณทั้งหลาย
มีศีลเป็นต้น. บทว่า ชปฺปาภิเลปนํ ตัณหาเป็นเครื่องฉาบทาโลกนั้นไว้
ดุจตังดักลิง เป็นเครื่องฉาบทาของลิงฉะนั้น. บทว่า ทุกฺขํ ได้แก่ ทุกข์
มีชาติเป็นต้น. บทว่า เยสํ ธมฺมานํ ได้แก่ ธรรมมีรูปเป็นต้นเหล่าใด.
บทว่า อาทิโต สมุทาคมนํ ปญฺญายติ คือ ความเกิดขึ้นย่อมปรากฏ