ด้วยจีวรตามมีตามได้ ดังนี้. บทว่า อเนสนํ การแสวงหาผิด คือการ
แสวงหาไม่สมควรมีประการต่าง ๆ มีประเภทเช่นเป็นทูตส่งข่าว เดิน
ส่งข่าว. บทว่า อปฺปฏิรูปํ คือ ไม่สมควร. บทว่า ลทฺธา จ คือ ได้แล้ว
โดยธรรมโดยเสมอ. บทว่า อคธิโต ไม่อยาก คือปราศจากความโลภ.
อนุจฺฉิโต ไม่หลง คือไม่หลงด้วยอยากได้ให้มาก. บทว่า อนชฺฌาปนฺโน
ไม่พัวพัน คือไม่ถูกตัณหาท่วมทับ ไม่พัวพันด้วยตัณหา. บทว่า
อาทีนวทสฺสาวี เห็นโทษ คือเห็นโทษในการแสวงหาไม่สมควร และ
ในการบริโภคด้วยความอยาก. บทว่า นิสฺสรณปญฺโญ มีปัญญาเป็น
เครื่องสลัดทุกข์ คือรู้เครื่องสลัดทุกข์ ดังที่กล่าวแล้วว่า ยาวเทว สีตสฺส
ปฏิฆาตาย เพียงเพื่อกำจัดความหนาว.
บทว่า อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยา คือ ด้วยความสันโดษด้วยจีวร
ตามมีตามได้. บทว่า เนวตฺตานุกฺกํเสติ ไม่ยกตน คือไม่ยกตนว่าเรา
เป็นผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เราถือปังสุกูลิกังคธุดงค์ในเรือนยอดตั้งแต่วัน
อุปสมบท ไม่มีใครเช่นกับเรา. บทว่า น ปรํ วมฺเภติ ไม่ข่มผู้อื่น คือ
ไม่ข่มผู้อื่นอย่างนี้ว่า ภิกษุอื่นเหล่านั้นไม่ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร หรือภิกษุ
เหล่านั้นแม้เพียงถือผ้าบังกุกุลเป็นวัตรก็ไม่มี.
บทว่า โย หิ ตตฺถ ทกฺโข ก็ภิกษุใดเป็นผู้ขยันในจีวรสันโดษนั้น
คือภิกษุใดเป็นผู้ขยัน ฉลาด เฉียบแหลม ในการกล่าวคุณเป็นต้นใน
จีวรสันโดษนั้น. บทว่า อนลโส ไม่เกียจคร้าน คือเว้นจากความเกียจ-
คร้านด้วยการกระทำเนือง ๆ. บทว่า สมฺปชาโน ปติสฺสโต มีสัมป-
ชัญญะ มีสติ คือประกอบด้วยปัญญาคือความรู้สึกตัวและด้วยสติ. บทว่า
โปราเณ มีมาแต่โบราณ คือมิใช่เพิ่งเกิดในบัดนี้. บทว่า อคฺคญฺเญ