[๖๖๘] คำว่า สมณพราหมณ์บางพวกย่อมเชื่อความหมดจดด้วย
ทิฏฐิ ความว่า สมณพราหมณ์บางพวกย่อมเชื่อความหมดจด ความหมด-
จดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ
ด้วยทิฏฐิ คือสมณพราหมณ์บางพวกย่อมเชื่อความหมดจด ความหมดจด
วิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วย
ทิฏฐิว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่
ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่ง
อื่นเปล่า เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สมณพราหมณ์บางพวกย่อมเชื่อความ
หมดจดด้วยทิฏฐิ.
[๖๖๙] คำว่า ได้เห็นแล้ว ในคำว่า หากว่าสมณพราหมณ์ผู้หนึ่ง
ได้เห็นแล้ว สมณพราหมณ์ผู้เห็นนั้น จะมีประโยชน์อะไรด้วยการเห็น
นั้นเล่า ความว่า ได้เห็นแล้วด้วยญาณเครื่องรู้จิตผู้อื่น ได้รู้แล้วด้วยญาณ
เครื่องระลึกถึงขันธ์ที่อยู่อาศัยในกาลก่อน ได้เห็นแล้วด้วยมังสจักษุ หรือ
ได้เห็นแล้วด้วยทิพยจักษุ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า หากว่าสมณพราหมณ์ผู้
หนึ่งได้เห็นแล้ว. คำว่า สมณพราหมณ์ผู้เห็นนั้น จะมีประโยชน์อะไร
ด้วยการเห็นนั้นเล่า ความว่า สมณพราหมณ์นั้นจะมีประโยชน์อะไรด้วย
การเห็นนั้น คือความกำหนดรู้ทุกข์จะมีได้อย่างไร ความละสมุทัยก็ไม่มี
ความเจริญมรรคก็ไม่มี ความทำให้แจ้งซึ่งผลก็ไม่มี ความละด้วยตัดขาด
ซึ่งราคะก็ไม่มี ความละด้วยตัดขาดซึ่งโทสะก็ไม่มี ความละด้วยตัดขาด
ซึ่งโมหะก็ไม่มี ความละด้วยตัดขาดซึ่งกิเลสทั้งหลายก็ไม่มี ความตัดขาด
ซึ่งสังสารวัฏก็ไม่มี เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า หากสมณพราหมณ์ผู้หนึ่งได้
เห็นแล้ว สมณพราหมณ์ผู้นั้น จะมีประโยชน์อะไรด้วยการเห็นนั้นเล่า.