ครหิตการณา คือ เพราะเหตุติเตียน. บทว่า อุปวทิตการณา คือ เพราะ
เหตุค่อนว่า.
พึงทราบการเชื่อมและความของคาถาว่า อญฺญํ อิโต ธรรมอื่นจาก
ธรรมนี้ต่อไป เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ว่า บุคคลผู้ถึงเวทเป็น
ธีรชนเอง ใคร ๆ ในบรรดาสมณพราหมณ์ย่อมไม่มีคนพาลดังนี้ พึงมี
คำถามว่า เพราะเหตุ เพื่อใคร ๆ. ในข้อนั้นขอตอบว่า เพราะชนเหล่าใด
ย่อมสรรเสริญธรรมอื่นจากธรรมนี้ ชนเหล่านั้นย่อมเป็นผู้พลาดทางแห่ง
ความหมดจด เป็นผู้ไม่บริบูรณ์ พวกเดียรถีย์ย่อมกล่าวแม้อย่างนั้นโดย
ทิฏฐิมาก คือชนเหล่าใดย่อมสรรเสริญทิฏฐิอื่นจากทิฏฐินี้ ชนเหล่านั้น
ย่อมเป็นผู้ฉลาด คือล้มเหลวทางแห่งความหมดจด เป็นผู้ไม่บริบูรณ์ฉะนั้น
ท่านอธิบายว่า เดียรถีย์ทั้งหลายย่อมกล่าวอย่างนี้. หากถามว่า เพราะเหตุไร
จึงกล่าวอย่างนี้. ตอบว่า เพราะพวกเดียรถีย์เหล่านั้นเป็นผู้ยินดียิ่ง ด้วย
ความกำหนัดเพราะทิฏฐิของตน.
บทว่า เต สุทฺธิมคฺคํ ทางแห่งความหมดจด คืออัญญเดียรถีย์
เหล่านั้น ย่อมพลั้งพลาด คลาด ทางอันไม่เศร้าหมอง. บทว่า วิสุทฺธิมคฺคํ
ทางแห่งความหมดจดวิเศษ คือทางที่ไม่มีโทษ. บทว่า ปริสุทฺธิมคฺคํ
ทางแห่งความหมดจดรอบ คือทางแห่งธรรมขาว. บทว่า โอทาตมคฺคํ
ทางแห่งความผ่องแผ้ว คือทางผ่องใส. บทว่า ปริโยทาตมคฺคํ ทาง
ผ่องแผ้วรอบ คือทางมีแสงสว่าง. บทว่า วิรทฺธา พลั้ง คือพลั้งจากทาง
ที่กล่าวแล้วดำรงอยู่. บทว่า อปรทฺธา พลาด คือพลาดไปแล้วดำรงอยู่.
บทว่า ขลิตา คลาด คือเสื่อม. บทว่า คลิตา เคลื่อน คือตกจากที่นั้น.
บทว่า อญฺญาย คือ ด้วยไม่รู้. บทว่า อปรทฺธา พลาด คือถึงความปราชัย.