ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ในธรรมนี้ว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้แหละจริง
สิ่งอื่นเปล่า . . . โลกไม่เที่ยง ฯ ล ฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไป ย่อมเป็น
อีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า เพราะ-
ฉะนั้น จึงชื่อว่า พวกเดียรถีย์ ย่อมกล่าวความหมดจดว่า มีในธรรมนี้
เท่านั้น.
[๕๘๙] คำว่า ไม่กล่าวความหมดจดวิเศษในธรรมทั้งหลายอื่น
ความว่า พวกเดียรถีย์นั้น ย่อมคัดค้าน โต้เถียงวาทะของคนอื่นทั้งหมด
เว้นแต่ศาสดา ธรรมที่ศาสดากล่าว หมู่คณะทิฏฐิ ปฏิปทา มรรค ของตน
คือ กล่าว บอก พูด แสดง แถลง อย่างนี้ว่า ศาสดานั้นไม่ใช่สัพพัญญู
ธรรมนั้นไม่ใช่สวากขาตธรรม หมู่คณะนั้นมิใช่ผู้ปฏิบัติดี ทิฏฐินั้นมิใช่
ทิฏฐิอันเจริญ ปฏิปทานั้นมิใช่บัญญัติดี มรรคนั้นไม่เป็นมรรคนำให้พ้น
ทุกข์ ความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น
ความพ้นวิเศษ หรือความพ้นรอบ มิได้มีในธรรมนั้น สัตว์ทั้งหลายย่อม
ไม่หมดจด ไม่หมดจดวิเศษ ไม่หมดจดรอบ ไม่พ้น ไม่พ้นวิเศษ ไม่พ้น
รอบ ในเพราะธรรมนั้น แต่เป็นผู้เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก
ต่ำต้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่กล่าวความหมดจดวิเศษ ในธรรมทั้ง
หลายอื่น.
[๕๙๐] คำว่า พวกเดียรถีย์ตั้งมั่นแม้อย่างนี้โดยทิฏฐิมาก ความ
ว่า ทิฏฐิเรียกว่า ติตถะ เจ้าทิฏฐิเรียกว่า พวกเดียรถีย์ พวกเดียรถีย์ตั้งมั่น
ตั้งอยู่เฉพาะ พัวพัน เข้าถึง ติดใจ น้อมใจไปในทิฏฐิมาก โดยทิฏฐิมาก
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พวกเดียรถีย์ตั้งมั่นแม้อย่างนี้โดยทิฏฐิมาก.