ทั้งหมด ต่างก็อ้างตนว่าเป็นผู้ฉลาด เพราะเหตุนั้น พระพุทธนิมิตนั้น
จึงตรัสถามว่า
สมณพราหมณ์บางพวก ถือทิฏฐิแม้อย่างนี้ย่อมวิวาท
และกล่าวว่า คนอื่นโง่ ไม่ฉลาด วาทะของสมณพราหมณ์
เหล่านี้ วาทะไหนจริงหนอ เพราะสมณพราหมณ์เหล่านี้
ทั้งหมดต่างก็อ้างคนว่าเป็นผู้ฉลาด.
[๕๓๐] (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า) ข้าพระองค์ไม่
อนุญาตธรรมของคนอื่น คนอื่นเป็นพาล ลามก มี
ปัญญาเลว สมณพราหมณ์ทั้งหมด เป็นพาล มีปัญญา
เสื่อมทราม สมณพราหมณ์ทั้งปวงนี้เทียว มีความอยู่รอบ
ในทิฏฐิ.
[๕๓๑] คำว่า ไม่อนุญาตธรรมของคนอื่น ความว่า ไม่อนุญาต
ไม่เห็นตาม ไม่อนุมัติ ไม่อนุโมทนา ซึ่งธรรม คือทิฏฐิ ปฏิปทา
มรรค ของคนอื่น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่อนุญาตธรรมของคนอื่น.
[๕๓๒] คำว่า คนอื่นเป็นพาล ลามก มีปัญญาเลว ความว่า
คนอื่นเป็นพาล เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย มีปัญญาเลว
มีปัญญาทราม มีปัญญาต่ำช้า มีปัญญาลามก มีปัญญาสกปรก มีปัญญา
ต่ำต้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า คนอื่นเป็นพาล ลามก มีปัญญาเลว.
[๕๓๓] สมณพราหมณ์ทั้งหมดเป็นพาล มีปัญญาเสื่อมทราม
ความว่า สมณพราหมณ์เหล่านี้ทั้งหมดเทียว เป็นพาล เลว ทราม ต่ำช้า
ลามก สกปรก ต่ำต้อย มีปัญญาเลว มีปัญญาทราม มีปัญญาต่ำช้า