เรื่องการหลอกลวงอาศัยอิริยาบถ. อนึ่ง เมื่อภิกษุมีความปรารถนาลามก ทำ
ให้พิศวงด้วยอาการนั้น ๆ โดยการกล่าวแสดงถึงการบรรลุอุตริมนุสธรรม
พึงทราบว่า นี้คือเรื่องหลอกลวงกล่าวด้วยการพูดเลียบเคียง.
ในบทว่า เรื่องการหลอกลวงกล่าวด้วยการเสพปัจจัยเป็นไฉนนี้ พึง
ทราบว่า ได้แก่การหลอกลวงกล่าวด้วยการเสพปัจจัย คือกล่าวอย่างนี้ว่า
การซ่องเสพปัจจัย. บทว่า อิธ คหปติกา ภิกฺขุํ นิมนฺเตนติ คือ คหบดี
ในโลกนี้ย่อมนิมนต์ภิกษุ. ปาฐะอย่างนี้เหมือนกัน . อาจารย์บางพวกกล่าว
ว่า นิมนฺเตนฺติ บ้าง วทนฺติ บ้าง. บทว่า จีวรํ ปจฺจกฺขาติ บอกคืน
จีวร คือปฏิเสธจีวร. บทว่า เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ ข้อนั้นเป็นการ
สมควรแก่สมณะ คือข้อนี้สมณะทำการทรงจีวรไว้เป็นการสมควร คือ
เหมาะสม. บทว่า ปาปณิกา วา นนฺตกานิ ผ้าเก่าจากตลาด คือผ้าขี้ริ้ว
เว้นผ้าใหม่อันตกอยู่ที่ประตูตลาด. บทว่า อุจฺจินิตฺวา คือ เก็บเอามา. บทว่า
อุญฺฉาจริยาย คือ ด้วยการเที่ยวไปเพื่อภิกษา. บทว่า ปิณฺฑิยาโลเปน ได้
แก่ ข้าวทำเป็นก้อนได้มา. บทว่า ปูติมุตฺเตน วา ด้วยน้ำมูตรเน่า คือ
น้ำมูตรโค. บทว่า โอสธํ กเรยฺย คือ พึงทำเป็นยา. บทว่า ตทุปาทาย
คือ ตั้งแต่นั้นมา. บทว่า ธุตวาโท มีวาทะกำจัดกิเลสคือกล่าวคุณแห่งธุดงค์.
บทว่า ภิยฺโย ภิยฺโย นิมนฺเตนฺติ ยิ่งนิมนต์ คือนิมนต์บ่อย ๆ. บทว่า
สมฺมุขีภาวา คือ เพราะประจวบกัน. อธิบายว่า เพราะความมีอยู่. บทว่า
ปสวติ คือ ย่อมได้. สามารถจะทำโดยประจวบด้วยศรัทธา เพราะฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า สทฺธาย สมฺมุขีภาวา เพราะประจวบด้วยศรัทธาเป็นอาทิ.
ไทยธรรมหาได้ง่ายแต่ทักขิไณยบุคคลและศรัทธาหาได้ยาก. เพราะศรัทธา
ของปุถุชนไม่มั่นคงเปลี่ยนไปทุก ๆ ย่างก้าว. ด้วยเหตุนั้นแลแม้พระอัคร-