กาลอันเป็นส่วนเบื้องต้นแลเป็นประมาณ เมื่อกาล
อันเป็นส่วนเบื้องต้นนั้นมีอยู่ กาลทั้ง ๒ นั้นจึงไม่มี วาจา
ประกอบด้วยองค์ ๓ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า ญาณสโมธานํ ปริจฺจชิตพฺพํ ความว่าจิต ๓ ดวงเหล่า
นี้ไม่พึงถือเอาว่า ย่อมเกิดขึ้นในขณะเดียวกัน ก็ชื่อว่าจิตนี้ :-
เมื่อดวงแรกยังไม่ดับ ดวงหลังย่อมไม่เกิดขึ้น เพราะ
เกิดขึ้นติด ๆ กัน จึงปรากฏเหมือนดวงเดียว.
ต่อแต่นี้ บุคคลนี้ใดไม่รู้อยู่เลย กล่าวเท็จทั้งรู้โดยนัยเป็นต้นว่า เรา
รู้เพราะบุคคลนั้นมีทิฏฐิอย่างนี้ว่า นี้ไม่จริง บุคคลนั้นก็มีลัทธิอยู่ดังนี้เท่า
นั้น. อนึ่งบุคคลนั้นเห็นด้วยและชอบใจอย่างนี้ว่า นี้ไม่จริง บุคคลนั้นมี
ความสำคัญอย่างนี้ มีสภาวะอย่างนี้เท่านั้น และมีจิตว่า นี้ไม่จริง. แต่
เมื่อใดประสงค์จะกล่าวเท็จ เมื่อนั้นเขาปิดบัง คือทอดทิ้ง ปกปิด ซึ่ง
ทิฏฐินั้นบ้าง, ซึ่งความควรกับทิฏฐิบ้าง, ซึ่งความชอบใจกับทิฏฐิและ
ความควรบ้าง, ซึ่งความสำคัญกับทิฏฐิความควรและความชอบใจบ้าง,
ซึ่งความจริงกับทิฏฐิความควรความชอบใจและความสำคัญบ้าง ย่อมกล่าว
ไม่เด่นชัด ฉะนั้นเพื่อจะแสดงประเภทขององค์ด้วยสามารถแห่งทิฏฐิเป็น
ต้นแม้เหล่านั้น พระสารีบุตรเถระจึงกล่าวว่า อปิจ จตูหากาเรหิ
เป็นต้น.
บทว่า วินิธาย ทิฏฐึ ในที่นี้ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งการ
ปิดบังธรรมที่มีกำลัง.