ขึ้นบนตอไม้ตะเคียนเป็นต้นตั้งอยู่ไม่เรียบบ้าง กองหินบนภูเขาที่ตั้งอยู่ไม่
เรียบอย่างนั้นบ้าง.
บทว่า ยานมฺปิ อาโรหกมฺปิ ภญฺชติ ความว่า ย่อมทำลาย
ยานมีวอเป็นต้นบ้าง ทำลายมือเท้าเป็นต้นของผู้ที่ขึ้นขี่ขับไปบ้าง.
บทว่า ปปาเตปิ ปปตติ ความว่า ย่อมตกไปในเหวแห่งเงื้อมผา
ที่ขาดด้านเดียวบ้าง.
บทว่า โส วิพฺภนฺตโก ความว่า บุคคลนั้นเป็นผู้ถอยกลับ.
บทว่า ภนฺตยานปาฏิภาโค ความว่า เช่นกับยานที่ไม่ตั้งมั่น.
บทว่า อุปฺปถํ คณฺหาติ ความว่า ถอยกลับจากกุศลกรรมบถเข้า
ไปนอกทาง คือทางผิด ซึ่งเป็นทางแห่งอบาย.
บทว่า วิสมํ กายกมฺมํ อภิรูหติ ความว่า ย่อมขึ้นสู่กายกรรม
อันไม่เสมอ กล่าวคือกายทุจริต อันเป็นปฏิปักษ์ต่อความเสมอ แม้ใน
บทที่เหลือทั้งหลายก็นัยนี้แหละ.
บทว่า นิรเย อตฺตานํ ภญฺชติ ความว่า กระทำอัตภาพให้
แหลกละเอียด ในนรก กล่าวคือที่หาความยินดีมิได้.
บทว่า มนุสฺสโลเก อตฺตานํ ภญฺชติ ความว่า ย่อมทำลาย
ด้วยสามารถแห่งการกระทำกรรมมีอย่างต่าง ๆ.
บทว่า เทวโลเก อตฺตานํ ภญฺชติ ความว่า ด้วยสามารถแห่ง
ทุกข์ มีทุกข์เกิดแต่ความพลัดพรากจากของรักเป็นต้น.
บทว่า ชาติปปาตมฺปิ ปปตติ ความว่า ตกไปในเหวคือชาติ
บ้าง แม้ในบทว่า ชราปปาต เป็นต้น ก็นัยนี้แหละ. พระสารีบุตร
เถระแสดงโลกที่ประสงค์ในที่นี้นั่นแล ด้วยบทว่า มนุสฺสโลเก.