ไปชั่วกาลเดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ไม่ช้า ดำรงอยู่ไม่นาน. เพราะเทียบชีวิตของ
พวกเทวดาชั้นดาวดึงส์.... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้นยามา.....
เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาดุสิต ...... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดา
ชั้นนิมมานรดี..... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี.....
เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาที่เนื่องในหมู่พรหม ชีวิตของมนุษย์ก็น้อย
คือเล็กน้อย นิดหน่อย เป็นไปชั่วขณะ เป็นไปพลัน เป็นไปชั่วกาล
เดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ไม่ช้า ดำรงอยู่ไม่นาน. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า :- ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อายุของพวกมนุษย์นี้น้อย
จำต้องละไปสู่ปรโลก มนุษย์ทั้งหลายจำต้องประสบความตายตาม
ที่รู้กันอยู่แล้ว ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มี
มนุษย์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดอยู่นาน
ผู้นั้นก็เป็นอยู่ได้เพียงร้อยปี หรือที่เกินกว่าร้อยปีก็มีน้อย.
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลง
แล้ว จึงตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า :-
อายุของพวกมนุษย์น้อย บุรุษผู้ใคร่ความดีพึงดูหมิ่น
อายุที่น้อยนี้ พึงรีบประพฤติให้เหมือนคนถูกไฟไหม้ศีรษะ
ฉะนั้น. เพราะความตายจะไม่มาถึงมิได้มี วันคืนย่อมล่วง
เลยไป ชีวิตก็กระชั้นเข้าไปสู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้ง
หลายย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำในแม่น้ำน้อยน้อยสิ้นไปฉะนั้น.
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ชีวิตนี้น้อยหนอ.