สงเคราะห์เข้าในสังขตสังขารทั้งหลาย. ในประโยคว่า สังขารทั้งหลายไม่
เที่ยงหนอ เป็นต้น สังขารที่มีอวิชชาเป็นปัจจัยนั่นแลมาในประโยคว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบุรุษบุคคลผู้ไปด้วยอวิชชานี้ ย่อมปรุงแต่งปุญญาภิสัง-
ขาร เป็นต้น. กุศลเจตนาและอกุศลเจตนาที่เป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่า
สังขารเครื่องปรุงแต่งความเพียรทางกายและความเพียรทางใจ ที่มาใน
ประโยคว่า คติแห่งอภิสังขารมีประมาณเท่าใด ไปประมาณเท่านั้น เข้าใจ
ว่าได้ตั้งอยู่กำจัดอินทรีย์ เป็นต้น ชื่อว่า ปโยคาภิสังขาร. วิตกวิจารที่
มาในประโยคว่าแน่ะท่านวิสาขะ วจีสังขารของภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ
แลย่อมดับก่อน ต่อแต่นั้นกายสังขารดับ ต่อแต่นั้น จิตตสังขารดับ เป็นต้น
ชื่อ วจีสังขาร เพราะอรรถว่า ปรุงแต่งวาจา. ลมอัสสาสะลมปัสสาสะ
ชื่อ กายสังขาร เพราะอรรถว่า ปรุงแต่งกาย. สัญญาและเวทนา ชื่อ
จิตตสังขาร เพราะอรรถว่า ปรุงแต่งจิต แต่ในที่นี้ท่านประสงค์เอา
สังขตสังขาร.
บทว่า อนิจฺจา ความว่า เพราะอรรถว่ามีแล้วไม่มี.
บทว่า ทุกฺขา ความว่า เพราะอรรถว่า เบียดเบียน.
บทว่า สพฺเพ ธมฺมา ความว่า ท่านกล่าวทำแม้พระนิพพานไว้
ภายใน.
บทว่า อนตฺตา ความว่า เพราะอรรถว่า ไม่เป็นไปในอำนาจ.
ในบทว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ผลมาอาศัยธรรมใดเกิด
ฉะนั้น ธรรมนั้นชื่อว่า เป็นปัจจัย.