ชื่อว่า โดยความเป็นนิสสรณะ เพราะการออกไปแห่งความ
แช่มชื่นและอาทีนพทั้งสอง. ปาฐะที่เหลือในบทว่า ติเรติ เหล่านี้ พึง
เห็นในบทว่า ติเรติ ทุกบท.
บทว่า ปชหติ ความว่า นำออกจากสันดานของตน.
บทว่า วิโนเทติ ความว่า บรรเทา.
บทว่า พยนฺตีกโรติ ความว่า ทำให้สิ้นสุด.
บทว่า อนภาวงฺคเมติ ความว่า ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง.
ชื่อว่า มีมูลรากอันตัดขาดแล้ว เพราะอรรถว่า มูลรากที่สำเร็จ
ด้วยตัณหาและอวิชชาของฉันทราคะเหล่านั้น ถูกตัดขาดแล้วด้วยศัสตราคือ
อริยมรรค.
ชื่อว่า ทำให้ไม่มีที่ตั้งดุจตาลยอดด้วน เพราะอรรถว่า ทำที่ตั้ง
แห่งฉันทราคะเหล่านั้น ราวกะว่าตาลยอดด้วน. เหมือนอย่างว่า ถอนต้น
ตาลขึ้นพร้อมทั้งรากแล้วทำประเทศนั้นเป็นเพียงที่ตั้งของต้นตาลนั้น ความ
เกิดขึ้นของต้นตาลนั้น ย่อมไม่ปรากฏอีก ฉันใด, ถอนรสมีรูปเป็นต้น
พร้อมทั้งราก ด้วยศัสตราคือ อริยมรรค แล้วทำจิตสันดานเป็นเพียงที่ตั้ง
แห่งฉันทราคะเหล่านั้น โดยภาวะเดิมที่เกิดขึ้นแล้วในก่อน ฉันทราคะ
เหล่านั้นแม้ทั้งหมด ท่านเรียกว่า ทำให้ไม่มีที่ตั้งดุจตาลยอดด้วน ฉันนั้น.
บทว่า ยสฺเสโส ได้แก่ ความติดใจนั้น ของบุคคลใด.
บทว่า สมุจฺฉินฺโน ได้แก่ ตัดขาดแล้วโดยชอบ.
บทว่า วูปสนฺโต ได้แก่ สงบได้แล้วด้วยผล.
บทว่า ปฏิปสฺสทฺโธ ได้แก่ ระงับได้แล้วด้วยปฏิปัสสัทธิปหานะ,