บทว่า อปฺปฏินิสฺสฏฺฐตณฺหา ความว่า ก็ชื่อว่า มีตัณหายังไม่
สละคืนแล้ว เพราะไม่สละคืนสังกิเลสล่วงส่วน ที่ตั้งมั่นอยู่ในภพ เพราะ
ไม่มีนิสสรณปหานะ.
บัดนี้ เพราะผู้ยังไม่ปราศจากตัณหาดิ้นรนและบ่นเพื่ออยู่ ฉะนั้น
พระสารีบุตรเถระเมื่อจะชักชวนในการกำจัดตัณหา จึงกล่าวคาถาว่า
มมายิเต เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มมายิเต ได้แก่ ในเพราะวัตถุที่ยึด
ถือว่าของเรา. พระเถระกล่าวเรียกผู้ฟังทั้งหลายด้วยบทว่า ปสฺสถ.
บทว่า เอตมฺปิ ได้แก่ โทษแม้นั้น บทที่เหลือปรากฏแล้วทั้งนั้น.
บทว่า เทฺว มมตฺตา ได้แก่ อาลัย ๒ อย่าง.
บทว่า ยาวตา เป็นนิบาตในอรรถว่ากำหนดตัด.
บทว่า ตณฺหาสงฺขาเตน ได้แก่ ส่วนแห่งตัณหา.
บทว่า สงฺขา สงฺขาตํ โดยความเป็นอย่างเดียวกันเหมือนในข้อ
ความว่า ก็ส่วนแห่งความเนิ่นช้า มีตัณหาเป็นเหตุ เป็นต้น.
บทว่า สีมกตํ ได้แก่ เว้นจากโทษที่ไม่มีขอบเขต.
บทว่า มริยาทกตํ ความว่า ดุจในข้อความว่า พึงสมมติสีมามี-
โยชน์ ๑ เป็นอย่างยิ่ง เป็นต้น.
บทว่า โอธิกตํ ได้แก่ เว้นจากโทษที่ไม่มีกำหนดถ้อยคำดุจต้นไม้
ที่อยู่ในระหว่างแดนซึ่งกำหนดไว้.
บทว่า ปริยนฺตกตํ ได้แก่ กำหนดไว้ คือ ทำที่สุดรอบว่า ต้นไม้