บทว่า ลหุกํ ได้แก่ เบาพร้อม ดุจในข้อความว่า ปฏิเสธความ
เกียจคร้าน เป็นไปรวดเร็วอย่างนี้เป็นต้น.
บทว่า อิตฺตรํ ได้แก่ เร็ว ปฏิเสธอย่างแข็งแรง ดุจในข้อความว่า
ภักดีเดี๋ยวเดียว ศรัทธาเดี๋ยวเดียว เป็นต้น.
บทว่า อนทฺธนิกํ ได้แก่ ทนอยู่ได้ไม่นานด้วยสามารถแห่งกาล
ดุจในข้อความว่า ตลอดกาลยาวนาน เป็นต้น.
บทว่า น จิรฏฐิติกํ ความว่า ชื่อว่า ดำรงอยู่ไม่นาน เพราะ
อรรถว่า ตั้งอยู่ไม่นานในวัน ๆ ปฏิเสธวัน ดุจในข้อความว่า พระสัทธรรม
ดำรงอยู่ไม่นาน เป็นต้น.
บทว่า ตาวตึสานํ ความว่า ชื่อว่าดาวดึงส์ เพราะอรรถว่า ชน
๓๓ คน เกิดขึ้นในภพนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ท่านกล่าว คำว่าดาวดึงส์ว่า
เป็นชื่อของเทวดาเหล่านั้น ดังนี้ก็มี, เทวดาแม้เหล่านั้น อยู่บรรพตก็มี
อยู่ในอากาศก็มี อยู่ต่อ ๆ กันไปถึงจักรวาลบรรพต ชั้นยามาเป็นต้น
ก็เหมือนกัน ก็แม้ในเทวโลกชั้น ๑ เหล่าเทวดาที่อยู่ต่อ ๆ กันไปไม่ถึง
จักรวาลบรรพต ย่อมไม่มี.
ชื่อว่า ยามา เพราะอรรถว่า ไป, คือถึง, ได้แก่ บรรลุถึงซึ่ง
ทิพยสุข.
ชื่อว่า ดุสิต เพราะอรรถว่า ยินดีแล้ว ร่าเริงแล้ว.
ชื่อว่า นิมมานรดี เพราะอรรถว่า เนรมิตโภคะทั้งหลายตามที่
ชอบใจแล้วยินดีอยู่ในกาลที่ประสงค์จะยินดีด้วยโภคะที่เกินกว่าอารมณ์ที่ตก
แต่งไว้ตามปกติ.