เหล่านั้น ก็ได้ชื่อว่า ปิสุณวาจา เป็นต้นเหมือนกัน. เจตนานั้นแหละ
ท่านประสงค์ในที่นี้ดังนี้แล.
ในบทว่า ปิสุณวาจา นั้น เจตนาที่ตั้งขึ้นด้วยกายปโยคะหรือ
วจีปโยคะ เพื่อทำผู้อื่นให้แตกกันก็ดี เพื่อทำความรักนั้นก็ดี ของผู้ที่
มีจิตเศร้าหมอง ชื่อว่า ปิสุณวาจา ปิสุณวาจานั้น มีโทษน้อย. เพราะ
ผู้ที่ทำให้แตกกันนั้นมีคุณน้อย. มีโทษมาก เพราะผู้ที่ทำให้แตกกันมีคุณ
มาก.
ปิสุณวาจานี้มีองค์ ๔ คือ ผู้อื่นที่จะพึงให้แตกกัน ๑ ความมุ่งทำให้
แตกกันว่า คนเหล่านี้จักแตกกัน จักแยกจากกัน ด้วยประการฉะนี้ ก็ดี
ความการทำให้เป็นที่รักว่า เราจักเป็นที่รัก เป็นที่พิสวาส ด้วยประการ
ฉะนี้ ก็ดี ๑ เพียรกล่าวส่อเสียดออกไป ๑ ข้อความที่คนกล่าวนั้นคนนั้นรู้
เข้าใจ ๑.
เจตนาที่หยาบโดยส่วนเดียว ซึ่งตั้งขึ้นด้วยกายประโยคหรือวจี
ประโยคตัดจุดสำคัญของร่างกายของผู้อื่น ชื่อว่า ผรุสวาจา, ปโยคะแม้
ตัคจุดสำคัญของร่างกาย ก็ไม่เป็นผรุสวาจา เพราะจิตอ่อน เหมือนอย่าง
บิดามารดาบางคราวก็กล่าวกะบุตรน้อย ๆ ถึงอย่างนี้ว่า พวกโจรจงทำพวก
เจ้าให้เป็นชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ ดังนี้ แต่ก็ไม่ปรารถนาแม้กลีบอุบลที่ตกลง
ข้างบนลูกน้อย ๆ เหล่านั้น. อาจารย์และอุปัชฌาย์ทั้งหลาย บางคราวก็
กล่าวกะพวกนิสิตอย่างนี้ว่า พวกนี้ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะหรือ จงขับ
พวกมันออกไป แต่ย่อมปรารถนาให้พวกนิสิตเหล่านั้น พร้อมด้วยอาคม
และอธิคมโดยแท้ไม่เป็นผรุสวาจา เพราะจิตอ่อน ฉันใด, แม้ไม่เป็น