บทว่า น สกฺโกนฺติ ปรํ ปลิปปลินฺนํ อุทฺธริตุํ ความว่า ไม่
อาจที่จะจับมือหรือศีรษะยกผู้อื่นที่จมลงอย่างนั้นแล ขึ้นตั้งไว้บนบก.
บทว่า โส ในบทว่า โส วต จุนฺท เป็นปุคคลนิทเทสโดย
อาการที่จะพึงกล่าว. นิทเทสนั้นพึงทราบว่า นำคำอุทเทสว่า โย นี้มา
เชื่อมในบทที่เหลือทั้งหลายอย่างนี้ว่า บุคคลใดจมอยู่ด้วยตน ดูก่อนจุนทะ
บุคคลนั้นหนอจักฉุดผู้อื่นที่จมอยู่ขึ้นได้ ดังนี้.
บทว่า ปลิปปลิปนฺโน ท่านกล่าวบุคคลที่จมลงในเปือกตมที่ลึก.
ความว่า ดูก่อนจุนทะ เหมือนบุรุษบางคนจมลงในเปือกตมที่ลึกแค่ศีรษะ.
จักจับมือ. หรือศีรษะ. ฉุดแม้คนอื่นที่จมลงอย่างนั้นเหมือนกันขึ้น.
บทว่า เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ความว่า ก็ข้อที่บุคคลนั้นพึงฉุดผู้นั้น
ขึ้นให้ตั้งอยู่บนบกนั้นมิใช่ฐานะที่จะมีได้.
ก็ในบทว่า อทนฺโต อวินีโต อปรินิพฺพุโต นี้มีวินิจฉัยดังต่อ
ไปนี้. บุคคลนั้น ชื่อว่าไม่ฝึกฝนเพราะยังมีการเสพผิด ชื่อว่า ไม่อบรม
เพราะไม่ศึกษาวินัย ชื่อว่าไม่ดับกิเลส เพราะยังดับกิเลสไม่ได้. บุคคลนั้น
คือเช่นนั้นจักฝึกฝนผู้อื่น จักการทำให้มีการเสพผิดออกแล้ว จักแนะนำ
จักให้ศึกษาสิกขา ๓ จักให้ดับรอบ คือจักให้กิเลสทั้งหลายของผู้นั้นดับ.
บทว่า นตฺถญฺโญ โกจิ ความว่า บุคคลอื่นใคร ๆ ที่ชื่อว่า
สามารถจะให้พ้นได้ ย่อมไม่มี.
บทว่า สเกน ถาเมน ได้แก่ ด้วยเรี่ยวแรงแห่งญาณของตน.
บทว่า พเลน ได้แก่ ด้วยกำลังแห่งญาณ.
บทว่า วิริเยน ได้แก่ ด้วยความเพียรทางใจอันสัมปยุตด้วยญาณ.