ร้องไห้ ต่างก็ร้องไห้ไปตามกัน คนหนึ่งในราชสกุลทั้งสองที่สามารถระทรงตน
ไว้ได้ไม่มีเลย ต่างทอดกายาพิไรรำพัน ดุจหมู่ไม้รังต้องลมย่ำยีก็ล้มลงตามกัน
ฉะนั้น.
พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า
เหล่าสีพีกัญญาทั้งปวงในพระราชวัง ได้ฟังสุร-
เสียงของพระนางผุสดีทรงกันแสง ประชุมกันประ-
คองแขนทั้งสองร้องไห้ เหล่าราชบุตรราชบุตรี ชายา
พระสนม พระกุมาร พ่อค้า พราหมณ์ กองช้าง กอง
ม้า กองรถ กองราบ ฝ่ายข้างวังพระเวสสันดร ก็
พากันลงนอนยกแขนทั้งสองร้องไห้ ประหนึ่งหมู่ไม้
รังต้องลมประหารย่ำยีก็ล้มลงตามกันฉะนั้น แต่นั้น
เมื่อราตรีสว่าง ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว พระเวสสันดรก็
เสด็จมาสู่โรงทาน ทรงบำเพ็ญทาน โดยพระโองการ
ว่า เจ้าทั้งหลายจงให้ผ้าห่มแก่เหล่าผู้ต้องการผ้านุ่งห่ม
น้ำเมาแก่พวกนักเลงสุรา โภชนาหารแก่เหล่าผู้ต้อง
การโภชนาหารโดยชอบทีเดียว อย่าเบียดเบียนเหล่า
วนิพก ผู้มาในที่นี้แม้แต่คนหนึ่ง จงให้อิ่มหนำด้วย
ข้าวและน้ำ พวกนี้เราบูชาแล้ว จงให้ยินดีกลับไป
ในเมื่อพระเวสสันดรมหาราชผู้ยังแคว้นแห่งชาวสีพีให้
เจริญเสด็จออกแล้ว ดุจคนเมาสุราหรือคนเหน็ดเหนื่อย
ชาวสีพีเหมือนตัดเสีย ซึ่งต้นไม้ที่ให้ผลต่าง ๆ ที่ทรง
ผลต่าง ๆ ที่ให้ความใคร่ทั้งปวง ที่นำมาซึ่งรสคือ
ความใคร่ทั้งปวง เพราะพวกเขาขับไล่พระเวสสันดร