ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 588 (เล่ม 64)

ผู้ประทับอยู่ในป่าเดียวดายเสด็จลงจากคอช้างพระที่
นั่งต้น ทรงเฉวียงพระอังสาประนมพระหัตถ์ แวด
ล้อมด้วยหมู่อำมาตย์ เสด็จเข้าไป เพื่อทรงอภิเษก
พระราชโอรสทรงเพศบรรพชิต นั่งเข้าฌานอยู่ใน
บรรณศาลาไม่หวั่นไหวแน่วแน่ ไม่มีภัยแต่ไหน.
[๑๒๔๕] พระเวสสันดรและพระนางเจ้ามัทรี
ทอดพระเนตรเห็นพระบิดา ผู้มีความรักในบุตรกำลัง
เสด็จมา ทรงต้อนรับถวายอภิวาท ฝ่ายพระนางเจ้า
มัทรี ทรงซบพระเศียรอภิวาทแทบพระบาทพระสัส-
สุระกราบทูลว่า ข้าแต่พระสมมติเทพเกล้ากระหม่อม
ฉันมัทรีผู้สะใภ้ของพระองค์ พระเจ้าสญชัยทรงสวม
กอดสองกษัตริย์ประทับทรวง ฝ่าพระหัตถ์ลูบพระ-
ปฤษฏางค์อยู่ไปมา อาศรมนั้น.
พระเจ้าสญชัยตรัสว่า
[๑๒๔๖] ดูก่อนพระลูกรัก ลูกทั้งสองไม่มี
โรคาพาธหรือหนอ ลูกทั้งสองสำราญดีหรือ ทั้งมูลมัน
ผลไม้มีมากหรือ เหลือบ ยุงและสัตว์เสือกคลานมีน้อย
แลหรือ ในป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยพาลมฤค ไม่มี
มาเบียดเบียนแลหรือ.
พระมหาสัตว์ตรัสว่า
[๑๒๔๗] ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ชีวิตของ
ข้าพระบาททั้งสองย่อมเป็นไปตามมีตามได้ ข้าพระบาท

588
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 589 (เล่ม 64)

ทั้งสองเป็นอยู่อย่างฝืดเคือง ชีวิตเป็นอยู่ได้ด้วยการ
เที่ยวแสวงหามูลผลาผล ข้าแต่มหาราช นายสารถี
ทรมานม้าให้หมดฤทธิ์ ฉันใด ข้าพระบาททั้งสองย่อม
เป็นผู้ถูกทรมานให้หมดฤทธิ์ ฉันนั้น ความสิ้นฤทธิ์
ย่อมทรมานข้าพระบาททั้งสอง ข้าแต่พระมหาราช
เมื่อข้าพระบาททั้งสองผู้ถูกเนรเทศโศกเศร้าอยู่ในป่า
เนืองนิตย์ เนื้อหนังก็ซูบซีด เพราะมิได้เห็นพระชนก
ชนนี.
[๑๒๔๘] ทายาทผู้มีมโนรถยังไม่สำเร็จของฝ่า
พระบาทผู้จอมสีพีรัฐ คือชาลีและกัณหาชินา ทั้งสอง
ตกอยู่ในอำนาจของพราหมณ์ผู้มุทะลุหยาบช้า มัน
ต้อนตีเอาชาลีกัณหาชินาทั้งสองนั้นเหมือนดังโค ถ้า
พระองค์ทรงทราบหรือทรงได้สดับข่าวลูกทั้งสองของ
พระราชบุตรีนั้น ขอได้ทรงพระกรุณาตรัสบอกแก่
ข้าพระบาทโดยเร็วพลัน ดังหมอรีบพยาบาลคนที่ถูก
งูกัดฉะนั้นเถิด.
พระเจ้าสญชัยตรัสว่า
[๑๒๔๙] กุมารทั้งสองนั้น คือ ชาลีและกัณหา
ชินา พ่อได้ให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ไถ่มาแล้ว ดูก่อน
ลูกรัก อย่ากลัวไปเลย จงเบาใจเถิด.
พระมหาสัตว์ตรัสว่า
[๑๒๕๐] ข้าแต่สมเด็จพระบิดา ฝ่าพระบาทไม่
มีโรคาพาธหรือหนอ ทรงพระสำราญดีหรือ พระจักษุ

589
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 590 (เล่ม 64)

แห่งพระชนนีของข้าพระบาทยังไม่เสื่อมเสียแหละ
หรือ.
พระเจ้าสญชัยตรัสว่า
[๑๒๕๑] ดูก่อนลูกรัก พ่อไม่มีโรคาพาธ และ
สบายดี อนึ่ง จักษุแห่งมารดาของเจ้าก็ไม่เสื่อมเสีย.
พระมหาสัตว์ตรัสว่า
[๑๒๕๒] ยวดยานของฝ่าพระบาทไม่ทรุดโทรม
หรือ พลพาหนะยังใช้ได้คล่องแคล่วหรือ ชนบท
เจริญดีอยู่หรือ ฝนไม่แล้งหรือพระเจ้าข้า.
พระเจ้าสญชัยตรัสว่า
[๑๒๕๓] ยวดยานของเราไม่ทรุดโทรม พล-
พาหนะยังใช้ได้คล่องแคล่ว ชนบทเจริญดี และฝนก็
ไม่แล้ง.
พระศาสดาตรัสว่า
[๑๒๕๔] เมื่อสามกษัตริย์ทรงสนทนากันอยู่
อย่างนี้ พระมารดาผู้เป็นราชบุตรี ไม่ทรงฉลอง
พระบาท เสด็จดำเนินไปปรากฏที่ปากทวารเขา ก็
พระเวสสันดรและพระมัทรี ทอดพระเนตรเห็น
พระมารดาผู้มีความรักในบุตรกำลังเสด็จมา ทรงต้อน
รับถวายอภิวาท ฝ่ายพระนางเจ้ามัทรี ทรงซบเศียร
เกล้าอภิวาทแทบพระบาทพระสัสสุ กราบทูลว่า ข้าแต่
พระแม่เจ้า เกล้ากระหม่อมฉันมัทรีผู้สะใภ้ ขอถวาย
บังคมพระยุคลบาทของพระแม่เจ้า.

590
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 591 (เล่ม 64)

[๑๒๕๕] ก็พระโอรสทั้งสองผู้เสด็จมาโดยสวัสดี
แต่ที่ไกล ทอดพระเนตรเห็นพระนางเจ้ามัทรี ก็คร่ำ
ครวญวิ่งเข้าไปหา ดังหนึ่งลูกโคน้อยวิ่งเข้าไปหาแม่
ฉะนั้น ส่วนพระนางเจ้ามัทรีพอทอดพระเนตรเห็น
พระโอรสทั้งสองผู้เสด็จมาโดยสวัสดี แต่ที่ไกล ทรง
สั่นระรัวไปทั่วพระกาย เหมือนแม่มดผีสิง ฉะนั้น
น้ำมันก็ไหลออกจากพระถันทั้งคู่.
[๑๒๕๖] เมื่อพระญาติทั้งหลายมาพร้อมกันแล้ว
ขณะนั้นได้เกิดเสียงสนั่นกึกก้อง ภูเขาทั้งหลายสั่น
สะท้าน แผ่นดินไหวสะเทือน ฝนตกลงเป็นท่อธาร
ครั้งนั้น พระเวสสันดรราชได้สมาคมร่วมด้วยพระญาติ
คือ พระราชา พระเทวี พระโอรส พระสุณิสาและ
พระราชนัดดาทั้งสองพระองค์ พระญาติทั้งหลายมา
ประชุมพรักพร้อมกันแล้ว ณ กาลใด. ในกาลนั้นได้
เกิดความอัศจรรย์น่าขนพองสยองเกล้า ประชาราษฎร์
ทั้งปวงพร้อมใจกันประนมมืออัญชลี ถวายบังคมพระ-
มหาสัตว์คร่ำครวญวิงวอนพระเวสสันดรและพระนาง
เจ้ามัทรี ในป่าอันน่าหวาดกลัวว่า พระองค์เป็นพระ-
ราชาผู้เป็นใหญ่แห่งข้าพระบาททั้งหลาย ขอทั้งสอง
พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดรับเสวยราชสมบัติเป็น
พระราชาแห่งข้าพระบาททั้งหลายเทอญ.
จบฉขัตติยบรรพ

591
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 592 (เล่ม 64)

พระมหาสัตว์ตรัสว่า
[๑๒๕๗] ฝ่าพระบาท ชาวชนบทและชาวนิคม
พร้อมใจกันเนรเทศข้าพระบาทผู้ครองราชสมบัติโดย
ทศพิธราชธรรม จากแว่นแคว้น.
พระเจ้าสญชัยตรัสว่า
[๑๒๕๘] ดูก่อนพระลูกรัก จริงที่เดียว การที่
พ่อให้ขับไล่ลูกผู้ไม่มีโทษผิดออกไปจากแว่นแคว้น
เพราะถ้อยคำของชาวสีพีนั้น ชื่อว่าพ่อได้ทำกรรมอัน
ชั่วช้า และชื่อว่าพ่อได้ทำกรรมเครื่องทำลายความ
เจริญ.
พระศาสดาตรัสว่า
[๑๒๕๙] ขึ้นชื่อว่าบุตร ควรช่วยปลดเปลื้อง
ความทุกข์ของมารดาบิดา และ พี่น้องที่เกิดขึ้นเพราะ
เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ด้วยชีวิตของตน (ข้าแต่
พระมหาราช เวลานี้เป็นเวลาสมควรที่จะสรงสนาน
ขอเชิญทรงชำระพระสรีระมลทินเถิด พระเจ้าข้า).
[๑๒๖๐] ลำดับนั้น พระเวสสันดรบรมกษัตริย์
ทรงชำระพระสรีระมลทิน ครั้นแล้วไม่ทรงเพศดาบส.
[๑๒๖๑] พระเวสสันดรบรมกษัตริย์ สระพระ-
เกศาแล้ว ทรงเสวตพัสตร์อันสะอาด ทรงประดับด้วย
เครื่องราชปิลันธนาภรณ์ทุกอย่าง ทรงสอดพระแสง
ขรรค์อันทำให้ราชปัจจามิตรเกรงขามเสด็จขึ้นทรง

592
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 593 (เล่ม 64)

พระยาปัจจยนาคเป็นพระคชาธาร ครั้งนั้นเหล่าสหชาติ
โยธาหาญทั้งหกหมื่นสวมสอดสรรพาวุธและประดับ
สรรพาภรณ์ล้วนด้วยทอง เป็นสง่างามน่าดู ต่างชื่นชม
ยินดี แวดล้อมพระมหากษัตริย์ผู้เป็นจอมทัพ ลำดับ
นั้น เหล่าพระสนมกำนัลของพระเจ้าสีพีมาประชุม
พร้อมกัน เชิญพระมัทรีให้โสรจสรงด้วยสุคนธวารี
แล้วทูลถวายพระพรว่า ขอพระเวสสันดรจงทรงอภิ-
บาลรักษาพระแม่เจ้า ขอพระชาลีและพระกัณหาชินา
ทั้งสองพระองค์จงทรงบำรุงรักษาพระแม่เจ้าต่อไป
อนึ่ง ขอพระเจ้าสญชัยมหาราช จงทรงคุ้มครองรักษา
พระแม่เจ้ายิ่งขึ้นไป เทอญ.
[๑๒๖๒] ก็พระเวสสันดรบรมกษัตริย์และพระ-
มัทรี กลับมาได้ดำรงในสิริราชสมบัตินี้ตามเดิมแล้ว
ทรงระลึกถึงความลำบากขณะที่เสด็จไปประทับอยู่ใน
ป่าในกาลก่อน จึงรับสั่งให้นำกลองนันทภรีไปตีประ-
กาศที่เวิ้งว้างหว่างเขาวงกต อันเป็นรัมณียสถาน ก็
พระเวสสันดรบรมกษัตริย์และพระมัทรี กลับมาได้
ดำรงในสิริราชสมบัตินี้ตามเดิมแล้ว พระมัทรีผู้สม-
บูรณ์ด้วยลักขณา ทรงระลึกถึงความลำบากขณะที่
เสด็จไปประทับอยู่ในป่าในกาลล่อน ครั้นได้ทรง
ประสบพระโอรสพระธิดาก็มีพระทัยปราโมทย์ เกิด
โสมนัส ก็พระเวสสันดรบรมกษัตริย์และพระมัทรีผู้มี

593
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 594 (เล่ม 64)

ลักขณา กลับได้ดำรงในสิริราชสมบัติตามเดิมแล้ว
ทรงระลึกถึงความลำบากขณะที่เสด็จไปประทับอยู่ใน
ป่าในกาลก่อน และได้มาอยู่ร่วมกับพระโอรสและ
พระธิดา จึงมีพระหฤทัยชื่นชมยินดีปีติโสมนัส.
พระนางมัทรีตรัสว่า
[๑๒๖๓] ดูก่อนลูกรักทั้งสอง ในกาลก่อน คือ
เมื่อพราหมณ์นำลูกทั้งสองไป แม่มีความปรารถนาลูก
ทั้งสอง แม่จึงได้บำเพ็ญวัตรนี้ คือ แม่บริโภคอาหาร
วันละครั้ง นอนเหนือพื้นแผ่นดินเป็นนิตย์ วัตรของ
แม่นั้นสำเร็จแล้วในวันนี้ เพราะได้พบพระลูกทั้งสอง
แล้ว ดูก่อนลูกรักทั้งสอง ขอความโสมนัสอันเกิดจาก
แม่และแม้ที่เกิดจากพระบิดา จงคุ้มครองลูก อนึ่งเล่า
ขอพระเจ้าสญชัยมหาราช จงทรงอภิบาลรักษาลูก
บุญกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่แม่ก็ดี พระบิดาของลูก
ก็ดี กระทำแล้วมีอยู่ ด้วยบุญกุศลทั้งหมดนั้น ขอให้
ลูกจงเป็นผู้ไม่แก่ไม่ตาย.
[๑๒๖๔] พระนางมัทรีจะทรงงดงามด้วยพระ-
ภูษาอย่างใด สมเด็จพระผุสดีสัสสุราชเทวีก็ทรงจัด
พระภูษาอย่างนั้น คือ พระภูษากัปปาสิกพัสตร์ โกสัย
พัสตร์ โขมพัสตร์ และโกทุมพรพัสตร์ ส่งไปประทาน
แก่พระมัทรีราชสุณิสา พระนางมัทรีจะทรงงดงามด้วย
เครื่องประดับอย่างใด พระสัสสุผุสดีราชเทว ก็ทรง
จัดเครื่องประดับอย่างนั้น คือ พระธำมรงค์สุวรรณ

594
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 595 (เล่ม 64)

รัตน์สร้อยพระศอนพรัตน์ ส่งไปประทานแก่พระมัทรี
ราชสุณิสา พระนางมัทรีจะทรงงดงามด้วยเครื่องประ
ดับอย่างใด พระผุสดีสัสสุราชเทวีก็ทรงจัดเครื่อง
ประดับอย่างนั้น คือ พระวลัยสำหรับประดับต้นพระ
พาหา พระกุณฑลสำหรับประดับพระกรรณ สายรัด
พระองค์ฝังแก้วมณีตาบเพชร ไปประทานแก่พระมัทรี
ราชสุณิสา พระนางมัทรีจะทรงงดงามด้วยเครื่องประ
ดับอย่างใด พระผุสดีสัสสุราชเทวีก็ทรงจัดเครื่อง
ประดับอย่างนั้น คือ ดอกไม้กรองเครื่องประดับ
พระเมาฬี เครื่องประดับพระนลาตและเครื่องประดับ
ฝังแก้วมณีสีต่างๆ กัน ไปประทานแก่พระมัทรีราช-
สุณิสา พระนางมัทรีจะทรงงดงามด้วยเครื่องประดับ
อย่างใด พระผุสดีสัสสุราชเทวี ก็ทรงจัดเครื่องประดับ
อย่างนั้น คือ เครื่องประดับพระกัน เครื่องประดับ
พระอังสา สะอิ้งเพชร ฉลองพระบาทส่งไปประทาน
แก่พระมัทรีราชสุณิสา เครื่องประดับที่สมเด็จพระนาง
ผุสดีส่งไปประทานนั้นมีทั้งที่ต้องร้อยด้วยเชือก ทั้งที
ไม่ต้องร้อยด้วยเชือก สมเด็จพระผุสดีทรงตรวจดู
เครื่องประดับพระนางมัทรี ทรงเห็นที่ใดยังบกพร่อง
ก็รับสั่งให้นำมาประดับเพิ่มเติมจนเต็ม พระนางมัทรี
ราชบุตรีทรงงดงามยิ่งนัก ดังนางเทพกัญญาในนันทน-
วัน พระนางมัทรีราชบุตรีสระพระเกศาแล้วทรง

595
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 596 (เล่ม 64)

เศวตพัสตร์ ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวง ทรงงดงาม
ยิ่งนัก ดังนางเทพอัปสรในดาวดึงส์ วันนั้น พระ-
นางมัทรีราชบุตรีทรงงดงามน่าพิศวง ดังต้นกล้วยอัน
เกิดในสวนจิตตลดา ถูกลมรำเพยพัดไหวไปมา ฉะนั้น
พระนางมัทรีราชบุตรี ทรงมีไรพระทนต์แดงดังผล
ตำลึงสุกงามยิ่งนัก มีพระโอษฐ์แดงดังผลไทรสุก งด
งามยิ่งนัก ปานดังกินรีมีขนปีกงามวิจิตร บินร่อนอยู่
ในอากาศ ฉะนั้น.
[๑๒๖๕] เหล่าพนักงานตกแต่งดรุณหัตถี มีวัย
ปานกลาง อันเป็นช้างพระที่นั่งต้นตัวประเสริฐอดทน
ต่อหอกซัดและลูกศร มีงางอนงามดังอนรถ มีกำลัง
กล้าหาญ เสร็จแล้วให้นำมาประเทียบเกยคอยรับเสด็จ
สมเด็จพระนางมัทรีเสด็จขึ้นประทับบนหลังดรุณหัตถี
อันมีวัยปานกลาง เป็นช่างพระที่นั่งต้นตัวประเสริฐ
อดทนต่อหอกซัดและลูกศร มีงางอนงามดังงอนรถมี
กำลังกล้าหาญ.
[๑๒๖๖] เนื้อประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวง
ณ เขาวงกตนั้น เนื้อประมาณเท่านั้น ไม่เบียดเบียน
กันและกันด้วยเดชของพระเวสสันดร นกประมาณ
เท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวง ณ เขาวงกตนั้น นกประมาณ
เท่านั้นไม่เบียดเบียนกันและกันด้วยเดชของพระเวส-
สันดร เนื้อประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวง ณ เขา
วงกตนั้น มาประชุมในที่เดียวกัน ในเมื่อพระเวส-
สันดรผู้ผดุงสีพีรัฐให้เจริญจะเสด็จกกลับ เนื้อประมาณ

596
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 597 (เล่ม 64)

เท่าใด ที่มีอยู่ในป่าทั้งปวง ณ เขาวงกตนั้น เนื้อประ
มาณเท่านั้นต่างพากันมีทุกข์ เพราะจะต้องพลัดพราก
จากพระเวสสันดรมิได้ส่งเสียงร้องอันไพเราะ เหมือน
กาลก่อนในเมื่อพระเวสสันดรผู้ผดุงสีพีรัฐให้เจริญจะ
เสด็จกลับ นกประมาณเท่าใด ที่มีอยู่ในป่าทั้งปวง ณ
เขาวงกตนั้น นกประมาณเท่านั้น ต่างพากันมีทุกข์
เพราะจะต้อพลัดพรากจากพระเวสสันดรมิได้ส่งเสียง
ร้อง อันไพเราะเหมือนในกาลก่อน ในเมื่อพระเวส-
สันดรผู้ผดุงสีพีรัฐให้เจริญจะเสด็จกลับ.
[๑๒๖๗] ราชวิถีที่จะเสด็จพระราชดำเนินนั้น
ประชาราษฎร์ช่วยกันตกแต่งราบรื่น งานวิจิตร ลาด
ด้วยดอกไม้ ตั้งแต่เขาวงกตที่พระเวสสันดรราชประทับ
อยู่ ตราบเท่าถึงพระนครเชตุดร ลำดับนั้น เหล่า
อำมาตย์สหชาติโยธาหาญทั้งหกหมื่น แต่งเครื่องพร้อม
สรรพงามสง่าน่าดู พากันตามเสด็จแวดล้อมโดยรอบ
ในเมื่อพระเวสสันดรผดุงสีพีรัฐให้เจริญเสด็จกลับ
พระนคร พระสนมกำนัลใน พระกุมารที่เป็นพระ-
ประยูรญาติและบุตรอำมาตย์ พวกพ่อค้าและพราหมณ์
ทั้งหลาย พากันตามเสด็จแวดล้อมโดยรอบ ในเมื่อ
พระเวสสันดรผู้ผดุงสีพีรัฐให้เจริญเสด็จกลับพระนคร
กองพลช้าง ลงพลม้า กองพลรถ กองพลเดินเท้า
พากันตามเสด็จแวดล้อมโดยรอบ ในเมื่อพระเวสสัน-
ดรผู้ผดุงสีพีรัฐให้เจริญ เสด็จกลับพระนครชาวชนบท
และชาวนิคม พร้อมใจกันมาประชุมแวดล้อมอยู่โดย

597