ความว่า แม้คนหลงด้วยอำนาจทิฏฐิ อาศัยคนหลงด้วยอำนาจทิฏฐิ ย่อมถึง
ความหลงยิ่งขึ้น หลงหนักขึ้น เหมือนคนหลงทางอาศัยคนหลงทาง ฉะนั้น.
บทว่า อลาเตน ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ การที่พระองค์อาศัย
คุณาชีวกผู้เป็นพาลไม่มีความละอายเช่นกับเด็กชาวบ้าน แล้วมาหลงกับอลาต-
เสนาบดีผู้เสื่อมจากชาติ โคตร ตระกูล ประเทศ ความเป็นใหญ่ บุญและ
ปัญญา และกับวีชกทาส ผู้มีปัญญา ผู้ไม่มีปัญญาทราม ผู้เสื่อมแล้วโดยส่วน
เดียว เป็นการไม่สมควร เป็นการไม่เหมาะสมเลย เหตุไฉนพระองค์จึงไป
หลงกับคนเช่นนั้นเล่า.
พระนางรุจาราชธิดาทรงติเตียนชนทั้ง ๒ นั้นอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรง
สรรเสริญพระชนกนารถ ด้วยทรงประสงค์จะปลดเปลื้องจากมิจฉาทิฏฐิจึง
กราบทูลว่า
ขอเดชะ ก็พระองค์มีพระปรีชา ทรงเป็นนัก
ปราชญ์ ทรงฉลาดรู้ซึ่งอรรถ จะทรงเป็นเช่นกับพวก
คนพาล เข้าถึงซึ่งทิฏฐิอันเลวได้อย่างไร ก็ถ้าสัตว์จะ
บริสุทธิ์ได้ด้วยการท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ การบวช
ของคุณาชีวกก็ไม่มีประโยชน์ คุณาชีวกเป็นคนหลง
งมงาย ย่อมถึงความเป็นคนเปลือย เหมือนตั๊กแตน
หลงบินเข้ากองไฟ ฉะนั้น คนเป็นอันมากไม่รู้อะไร
ได้ฟังคำของกัสสปคุณาชีวกว่า ความหมดจดย่อมไม่มี
ด้วยสังสารวัฏ ก็เชื่อมั่นเสียก่อนทีเดียว จึงพากัน
ปฏิเสธกรรมและผลของกรรม โทษคือความฉิบหายที่
ยึดไว้ผิดในเบื้องต้นก็ยากที่จะเปลื้องได้ เหมือนปลา
ติดเบ็ดยากที่จะเปลื้องตนออกจากเบ็ดได้ฉะนั้น.