ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 226 (เล่ม 63)

ไปในนรก ความกลัวย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็น
ความเป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถาม
ท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปอะไรไว้ จึงถูกให้ตก
ไปในนรก.
[๕๖๗] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์ พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใด เมื่อยังอยู่ใน
มนุษยโลก เป็นผู้มีกรรมไม่ดี ล่วงเกินภรรยาทั้งหลาย
ของชายอื่น สัตว์เหล่านั้น เป็นผู้ลักภัณฑะอันอุดม
เช่นนั้น จึงมาตกนรก เสวยทุกขเวทนาในนรกนั้น
สิ้นปีเป็นอันมาก บุคคลผู้ช่วยป้องกันบุคคลผู้มักทำ
บาป ผู้อันกรรมของคนหุ้มห่อไว้ ไม่มีเลยสัตว์นรก
เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้าทำบาป จึงมาตกอยู่ในนรก
[๕๖๘] สัตว์นรกเหล่านี้ทั้งน้อยใหญ่ ต่างพวก
ประกอบเหตุการณ์ มีรูปร่างพิลึก ปรากฏอยู่ในนรก
ความกลัวย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็น
ไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์
นรกเหล่านี้ได้ทำบาปอะไรไว้ จึงได้เสวยทุกขเวทนา
อันกล้าแสงแดดร้อนมีประมาณยิ่ง.
[๕๖๙] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแต่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใด เมื่อยังอยู่

226
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 227 (เล่ม 63)

ในมนุษยโลก เป็นผู้มีความเห็นเป็นบาป หลงทำ
กรรมอันทำด้วยความคุ้นเคย และชักชวนผู้อื่นใน
ทิฏฐิเช่นนั้น สัตว์เหล่านั้น เป็นผู้มีทิฏฐิอันลามกทำ
บาป จึงต้องเสวยทุกขเวทนาอันกล้าแข็งเผ็ดร้อนมี
ประมาณยิ่ง.
[๕๗๐] ข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์ทรงทราบ
สถานที่อยู่ของเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมหยาบช้า และทรง
ทราบคติของเหล่าสัตว์ผู้ทุศีลแล้ว เพราะได้ทอดพระ-
เนตรเห็นนิรยาบาลอันเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์นรกผู้มี
กรรมอันลามก ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่ง
ใหญ่ บัดนี้ขอพระองค์เสด็จขึ้นไปในสำนักของท้าว
สักกเทวราชเถิด.
[๕๗๑] วิมาน ๕ ยอดนี้ปรากฏอยู่ เทพธิดาผู้มี
อานุภาพมาก ประดับดอกไม้ นั่งอยู่กลางที่ไสยาสน์
แสดงฤทธิ์ได้ต่าง ๆ สถิตอยู่ในวิมานนั้น ความปลื้มใจ
ปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อน
มาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน เทพธิดานี้ได้ทำ
กรรมดีอะไรไว้ จึงได้ถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๒] มาตลีเทพสารถี ทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า ก็เทพธิดาที่พระองค์ทรง
หมายถึงนั้น ชื่อวรุณี* เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็น
* บาลีเป็น พีรณี

227
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 228 (เล่ม 63)

ทาสีเกิดแต่ทาสีในเรือนของพราหมณี นางรู้แจ้งซึ่ง
แขกคือภิกษุผู้มีกาลอันถึงแล้ว นิมนต์ให้นั่งในเรือน
ของพราหมณ์ ยินดีต่อภิกษุนั้นเป็นนิตย์ ดังมารดา
ยินดีต่อบุตรผู้จากไปนานกลับมาถึง ฉะนั้น นางอังคาส
ภิกษุนั้นโดยเคารพ ได้ถวายสิ่งของของตนเล็กน้อย
เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๓] วิมาน ๗ โชติช่วง อันบุญญานุภาพ
ตกแต่ง ส่องแสงสว่างดั่งดวงอาทิตย์อ่อน ๆ เทพบุตร
ในวิมานนั้นมีฤทธิ์มาก ประดับสรรพาภรณ์ อันหมู่
เทพธิดาแวดล้อมผลัดเปลี่ยนเวียนวนอยู่โดยรอบทั้ง ๗
วิมาน ความปลื้มใจปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความ
เป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน
เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงได้ถึงสวรรค์
บันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๔] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีชื่อ
โสณทินนะ เป็นทานบดีให้สร้างวิหาร ๗ หลังอุทิศต่อ
บรรพชิตได้ปฏิบัติบำรุงภิกษุผู้อยู่ในวิหาร ๗ หลังนั้น
โดยเคารพ ได้บริจาคผ้านุ่งผ้าห่ม ภัตตาหารเสนาสนะ
เครื่องประทีป ในท่านผู้ซื่อตรงด้วยจิตเลื่อมใส รักษา
อุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕

228
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 229 (เล่ม 63)

ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สำรวมใน
ศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงมาบันเทิง
อยู่ในวิมาน.
[๕๗๕] วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งดีแล้วนี้
เกลื่อนไปด้วยหมู่อัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยเรือน
ยอดบริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำงดงามด้วยการฟ้อนรำขับ
ร้องเปล่งแสงสว่างจากฝาแก้วผลึก ความปลื้มใจย่อม
ปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนี้ ดูก่อน
มาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน อัปสรเหล่ามิได้ทำ
กรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๖] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า อัปสรเหล่านั้นเมื่อยังอยู่
ในมนุษยโลก เป็นอุบาสิกาผู้มีศีลยินดีในทาน มีจิต
เลื่อมใสเป็นนิตย์ ตั้งอยู่ในสัจจะ ไม่ประมาทในการ
รักษาอุโบสถ เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงมา
บันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๗] วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งแล้วนี้
ประกอบด้วยภูมิภาคน่ารื่นรมย์ จัดสรรไว้เป็นส่วน ๆ
เปล่งแสงสว่างออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือ
เสียงเปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และ
เสียงประโคมดนตรีย่อมเปล่งออก น่าฟัง เป็นที่
รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ฟังเสียงอัน

229
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 230 (เล่ม 63)

เป็นไปอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย
ความปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความ
เป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน
เทพบุตรเหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์
บันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๘ ] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรเหล่านี้เมื่อยังอยู่
ในมนุษยโลก. เป็นอุบาสกผู้มีศีล ได้ก่อสร้างอาราม
บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติ พระอรหันต์ผู้
เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต คิลาน
ปัจจัย และเสนาสนะ ในท่านผู้ซื่อตรงด้วยใจเลื่อมใส
ได้รักษาอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่
๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริยปักษ์ เป็น
ผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน
จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๗๙] วิมานอื่นบุญญานุภาพตกแต่งดีแล้วนี้
เกลื่อนไปด้วยอัปสรผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองด้วยเรือนยอด
บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการฟ้อนรำขับร้อง
ส่องแสงสว่างจากฝาแก้วผลึก มีแม่น้ำอันประกอบ
ด้วยไม้ดอกต่างๆ ล้อมรอบ ความปลื้มใจย่อมปรากฏ
แก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลี-
เทพสารถี เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดี
อะไรไว้ จึงได้ถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

230
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 231 (เล่ม 63)

[๕๘๐] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีใน
กรุงมิถิลา เป็นทานบดีได้สร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ
และสะพาน ได้ปฏิบัติและบำรุงพระอรหันต์ทั้งหลาย
ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต คิลาน-
ปัจจัย และเสนาสนะ ในท่านผู้ซื่อตรง ด้วยใจ
เลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ ๘ ใน
ดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริยปักษ์
เป็นผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนก
ทาน จึงบันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๘๑] วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งดีแล้วนี้
เกลื่อนไปด้วยหมู่อัปสรผู้ประเสริฐรุ่งเรืองด้วยเรือนยอด
บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ งดงามด้วยการฟ้อนรำขับร้อง
ส่องแสงสว่างออกจากฝาแก้วผลึก มีแม่น้ำอันประ-
กอบด้วยไม่ดอกต่าง ๆ ล้อมรอบ และมีไม้เกด ไม้
มะขวิด ไม้มะม่วง ไม้สาละ ไม้ชมพู่ ไม่มะพลับ
ไม้มะหาด เป็นอันมาก มีผลเป็นนิตย์ ความปลื้มใจ
ย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น ดู
ก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ทำ
กรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.

231
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 232 (เล่ม 63)

[๕๘๒] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีใน
กรุงมิถิลา เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ
สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติบำรุงพระอรหันต์
ทั้งหลายผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑ-
บาต คิลานปัจจัย และเสนาสนะ ในท่านผู้ซื่อตรง
ด้วยใจเลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลประกอบด้วยองค์
๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริย-
ปักษ์ เป็นผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและ
จำแนกทาน จึงบันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๘๓] วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งแล้วนี้
ประกอบด้วยภูมิภาคน่ารื่นรมย์ จัดสรรไว้เป็นส่วน ๆ
เปล่งแสงสว่างออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือ
เสียงเปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และ
เสียงประโคมดนตรีย่อมเปล่งออก น่าฟัง เป็นที่
รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ฟังเสียงอันเป็น
เป็นไปอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย
ความปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความ
เป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน
เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์บันเทิง
อยู่ในวิมาน.

232
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 233 (เล่ม 63)

[๕๘๔] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีใน
กรุงพาราณสี เป็นทานบดี ได้ก่อสร้างอาราม บ่อน้ำ
สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติบำรุงพระอรหันต์
ทั้งหลายผู้เยือกเย็นโดยเคารพได้ถวายจีวร บิณฑบาต
คิลานปัจจัย และเสนาสนะ ในท่านผู้ซื่อตรงด้วยใจ
เลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลอัน ประกอบด้วยองค์ ๘
ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริยปักษ์
เป็นผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนก
ทาน จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๘๕] วิมานทองอันบุญญานุภาพตกแต่งดีนี้
สุกใสดุจดวงอาทิตย์แรกอุทัยดวงใหญ่สีแดงฉะนั้น
ความปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นวิมาน
ทองนี้ ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน เทพบุตร
นี้ได้ทำธรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ใน
วิมาน.
[๕๘๖] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีอยู่
ในกรุงสาวัตถี เป็นทานบดี ได้สร้างอาราม บ่อน้ำ
สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติบำรุงพระอรหันต์

233
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 234 (เล่ม 63)

ทั้งหลาย ผู้เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต
คิลานปัจจัย และเสนาสนะ ในท่านผู้ซื่อตรงด้วยใจ
เลื่อมใส ได้รักษาอุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ ๘ ใน
ดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริยปักษ์
เป็นผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนก
ทาน จึงบันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๘๗] วิมานทองเป็นอันมากเหล่านี้ อัน
บุญญานุภาพตกแต่งดีแล้ว ลอยอยู่ในนภากาศไพโรจน์
โชติช่วง ดังสายฟ้าในระหว่างก้อนเมฆ ฉะนั้น
เทพบุตรทั้งหลายผู้มีฤทธิ์มาก ประดับสรรพาภรณ์
อันหมู่อัปสรห้อมล้อม ผลัดเปลี่ยนเวียนอยู่ในวิมาน
นั้น ๆ โดยรอบ ความปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะ
ได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เรา
ขอถามท่าน เทพบุตรเหล่านี้ได้ทำความดีอะไรไว้ จึง
ถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน.
[๕๘๘] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรเหล่านี้เป็นสาวก
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีศรัทธาตั้งมั่นในพระ-
สัทธรรมที่พระพุทธเจ้าให้รู้แจ้งแล้ว ได้ปฏิบัติตามคำ
สั่งสอนของพระศาสดา ข้าแต่พระราชา ขอเชิญ
พระองค์ทอดพระเนตรสถานที่สถิตของเทพบุตรเหล่า
นั้นเถิด.

234
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 235 (เล่ม 63)

[๕๘๙] ข้าแต่มหาราชเจ้า สถานที่อยู่ของผู้มี
กรรมลามก พระองค์ก็ทรงทราบแล้ว อนึ่ง สถานที่
สถิตของผู้มีกรรมอันงาม พระองค์ก็ทรงทราบแล้ว
ข้าแต่พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ขอเชิญ
พระองค์เสด็จขึ้นไปในสำนัก ของท้าวสักกเทวราชใน
บัดนี้เถิด.
[๕๙๐] พระเจ้าเนมิมหาราชประทับอยู่บน
ทิพยานอันเทียมม้าสินธพหนึ่งพันเสด็จไปอยู่ ได้
ทอดพระเนตรเห็นภูเขาทั้งหลายในระหว่างนทีสีทันดร
ครั้นทอดพระเนตรเห็นแล้ว ได้ตรัสถามเทพทูตมาตลี
ว่า ภูเขาเหล่านี้ซื่ออะไร.
[๕๙๑] ภูเขาใหญ่ทั้ง ๗ คือ ภูเขาสุทัสสนะ
ภูเขากรวีกะ ภูเขาอิสินธระ ภูเขายุคันธระ ภูเขา
เนมินธระ ภูเขาวินตกะ และภูเขาอัสสกัณณะ ภูเขา
เหล่านี้สูงขึ้นไปโดยลำดับ อยู่ในมหาสมุทรสีทันดร
เป็นที่อยู่ของท้าวจาตุมหาราช ขอเชิญพระองค์ทอด
พระเนตรเถิด พระเจ้าข้า.
[๕๙๒] ประตูมีรูปต่าง ๆ รุ่งเรืองวิจิตรต่าง ๆ
อันรูปเช่นรูปสักรินทรเทวราชแวดล้อมรักษาดีแล้ว
ดุจป่าอันเสือโคร่งทั้งหลายรักษาดีแล้ว ฉะนั้น ย่อม
ปรากฏ ความปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็น
ประตูนี้ ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน ประตู

235