ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 216 (เล่ม 63)

นั้นมีต้นกฤษณางอกงาม มีภูเขาอื่นอีก มีป่างอกงาม
แต่ก่อนมามีฤๅษีเก่าแก่ประมาณหมื่นตน อาศัยอยู่ใน
ภูมิประเทศนั้น หม่อมฉันเป็นผู้ประเสริฐสุดด้วยทาน
ด้วยสัญญมะและทมะ หม่อมฉันอุปัฏฐากดาบส
เหล่านั้นผู้ปฏิบัติวัตรจริยาไม่มีวัตรอื่นยิ่งกว่า ละหมู่
คณะไปอยู่ผู้เดียว มีจิตมั่นคง หม่อมฉันจักนมัสการ
นรชนผู้ปฏิบัติตรง จะมีชาติก็ตาม ไม่มีชาติก็ตาม
เป็นนิตยกาล เพราะสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็น
เผ่าพันธุ์ วรรณะทั้งปวงที่ตั้งอยู่ในอธรรม ย่อมตกนรก
เบื้องต่ำ วรรณะทั้งปวงย่อมบริสุทธิ์ เพราะประพฤติ
ธรรมสูงสุด.
[๕๓๑] องค์มฆวาสุชัมบดีเทวราชตรัสอย่างนี้
แล้ว ทรงอนุศาสน์พระเจ้าวิเทหรัฐ แล้วเสด็จหลีกไป
สู่หมู่เทพในสวรรค์.
[๕๓๒] ดูก่อนผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย
ที่มาประชุมในที่นี้มีประมาณเพียงไร จงตั้งใจสดับคุณ
ที่ควรพรรณนา ทั้งสูงทั้งต่ำเป็นอันมากนี้ ของมนุษย์
ทั้งหลายผู้ประกอบด้วยธรรม อย่างพระเจ้าเนมิราชนี้
เป็นบัณฑิต มีพระราชประสงค์ด้วยกุศล พระองค์
เป็นราชาของชาววิเทหรัฐทั้งปวง ทรงปราบข้าศึก
พระราชทานไทยธรรม เมื่อพระองค์ทรงบริจาคทาน
อยู่นั้น เกิดพระดำริขึ้นว่า ทานหรือพรหมจรรย์
อย่างไหนมีผลมากหนอ.

216
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 217 (เล่ม 63)

[๕๓๓] เกิดพิศวงขนพองขึ้นในโลกแล้วหนอ
รถทิพย์ปรากฏแก่พระเจ้าวิเทหรัฐผู้มียศ.
[๕๓๔] เทพบุตรมาตลีผู้เป็นเทพสารถีมีฤทธิ์
มาก อันเชิญเสด็จพระเจ้าวิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์
ชาวเมืองมิถิลาว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็น
ใหญ่ในทิศ ขอเชิญเสด็จมาทรงรถนี้ เทพเจ้าชาว
ดาวดึงส์พร้อมพระอินทร์ใคร่จะเห็นพระองค์ ประชุม
คอยเฝ้าอยู่ ณ เทพสภา ชื่อสุธรรมา.
[๕๓๕] ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหรัฐผู้สงเคราะห์
ชาวมิถิลา ผู้เป็นประมุข รีบเสด็จลุกจากอาสน์ขึ้นสู่รถ
มาตลีเทพสารถี ได้ทูลถามพระเจ้าวิเทหราชผู้เสด็จขึ้น
ทรงทิพยรถแล้วว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้-
เป็นใหญ่ในทิศ ทางไปสถานที่อยู่ของเหล่าสัตว์ผู้ทำ
บาปทางหนึ่ง ทางไปสถานที่อยู่ของเหล่าสัตว์ผู้ทำบุญ
ทางหนึ่ง จะโปรดให้ข้าพระองค์นำเสด็จไปทางไหน.
[๕๓๖] ดูก่อนมาตลีเทพสารถี ท่านจงนำเรา
ไปโดยทางทั้งสอง คือทางไปที่อยู่ของผู้ทำบาป และ
ทางไปที่อยู่ของผู้ทำบุญ.
[๕๓๗] ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่
ในทิศ ทางหนึ่งไปที่อยู่ของผู้ทำบาป ทางหนึ่งไปที่อยู่
ของผู้ทำบุญ จะโปรดให้ข้าพระองค์นำเสด็จไปทาง
ไหนก่อน.

217
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 218 (เล่ม 63)

[๕๓๘] เราจะดูนรกอันเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์
ผู้ทำบาป สถานที่อยู่ของเหล่าสัตว์ ผู้มีกรรมหยาบช้า
และคติของเหล่าชนผู้ทุศีลก่อน.
[๕๓๙] มาตลีเทพสารีได้แสดงแม่น้ำเวตรณี
ซึ่งข้ามยาก ประกอบด้วยน้ำแสบเผ็ดร้อนเดือดพล่าน
เปรียบดังเปลวเพลิงแด่พระเจ้าฆนมิราช.
[๕๔๐] พระเจ้าเนมิราชทอดพระเนตรเห็นชน
ซึ่งตกอยู่ในเวตรณีนทีภาค ซึ่งยากจะข้ามได้ จึงตรัส
กะมาตลีเทพสารถีว่า แน่ะนายสารถี ความกลัวมาก
ปรากฏแก่เรา เพราะเห็นตัว อยู่ในแม่น้ำเวตรณี
แน่ะมาตลี เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้ทำบาป
อะไรไว้ จึงได้ตกในเวตรณีนที.
[๕๔๑] มาตลีเทพสารถี ทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบาลแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แต่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใดเมื่อยังอยู่ใน
มนุษยโลก เป็นผู้มีกำลังมีบาปธรรม เบียดเบียนด่า
กระทบผู้ที่หากำลังมิได้ สัตว์เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า
กระทำบาป จึงตกลงในเวตรณีนที.
[๕๔๒] พระราชาตรัสว่า สุนัขแดง สุนัขด่าง
ฝูงแร้ง ฝูงกา น่ากลัว เคี้ยวกินสัตว์นรก ความกลัว
ปรากฏแก่เราเพราะเห็นสัตว์เหล่านั้น เคี้ยวกินสัตว์นรก
เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ที่ฝูงกาเคี้ยวกิน ได้ทำบาป
อะไรไว้.

218
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 219 (เล่ม 63)

[๕๔๓] มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราช
ตรัสถามแล้ว ได้ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำ
บาปตามที่ได้ทราบ แด่พระเจ้าเนมิราชผู้ไม่ทรงทราบ
ว่า สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นผู้ตระหนี่เหนียวแน่น
มีบาปธรรม มักบริภาษเบียดเบียนด่ากระทบสมณ-
พราหมณ์ สัตว์เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำบาป
จึงถูกฝูงกาเคี้ยวกิน.
[๕๔๔] สัตว์นรกเหล่านี้มีร่างกายลุกโพลง
เดินเหยียบแผ่นดินเหล็ก และนายนิรยบาลโบยด้วย
ท่อนเหล็กแดง ความกลัวปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็น
ความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านั้น ดูก่อนมาตลเทพ
สารถี เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ทำบาปอะไรไว้
จึงถูกเบียดเบียนด้วยท่อนเหล็กนอนอยู่.
[๕๔๕] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์ พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใด เมื่อยังอยู่ใน
มนุษยโลก เป็นผู้มีบาปธรรมเบียดเบียนด่ากระทบ
ชายหญิงผู้มีกุศลธรรม สัตว์เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า
กระทำบาปธรรมแล้ว จึงถูกเบียดเบียนด้วยท่อเหล็ก
นอนอยู่.
[๕๔๖] สัตว์อื่นร้องไห้มีกายไฟไหม้ทั่ว ดิ้นรน
อยู่ในหลุมถ่านเพลิง ความแล้วปรากฏแก่เรา เพราะ

219
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 220 (เล่ม 63)

เห็นกิริยานี้ ดูก่อนมาตลีเทพสารถี สัตว์นรกเหล่านี้
ได้ทำบาปอะไรไว้ จึงมาร้องไห้ดิ้นรนในอยู่ในหลุมถ่าน
เพลิงนี้.
[๕๔๗] มาตลีเทพสารถีอันพระเจ้าเนมิราชตรัส
ถามแล้วได้ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำบาป
ตามที่ได้ทราบ แด่พระเจ้าวิเทหราชผู้ไม่ทราบว่า
สัตว์นรกเหล่านี้ยังหนี้ให้เกิด เพราะสร้างพยานโกง
เหตุแห่งทรัพย์ของประชุมชน ยังหนี้ให้เกิดแก่ประ-
ชุมชน มีกรรมหยาบช้าทำความชั่ว จึงมาร้องไห้
ดิ้นรนอยู่ในหลุมถ่านเพลิง พระเจ้าข้า.
[๕๔๘] หม้อโลหะใหญ่ไฟติดทั่วลุกโพลงโชติ
ช่วงย่อมปรากฏ ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา เพราะได้
เห็นความเป็นไปนี้ แน่ะมาตลีเทพสารถี เราขอถาม
ท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ทำบาปอะไรไว้ จึงตกในโลห-
กุมภี.
[๕๔๙] มาตลีเทพสารถี ทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใด เป็นผู้มี
บาปธรรม เบียดเบียนด่ากระทบสมณะ หรือพราหมณ์
ผู้มีศีล สัตว์เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำบาป-
กรรมแล้ว จึงตกในโลหกุมภี.
[๕๕๐] นายนิรยบาลผูกคอสัตว์นรกด้วยเชือก
เหล็กลุกโพลง แล้วตัดศีรษะโยนลงไปในน้ำร้อน

220
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 221 (เล่ม 63)

ความกลัวเกิดแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนี้ ดู
ก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์เหล่านี้ได้
ทำบาปอะไรไว้ จึงมีศีรษะขาดนอนอยู่.
[๕๕๑] มาตลีเทพสารถี ทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ ผู้ทำบาปทั้งหลาย
แด่พระราชาผู้ไม่ทราบว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นจอม
ประชาชน สัตว์เหล่าใดเมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก มี
บาปธรรม จับนกมาฆ่า สัตว์เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า
กระทำบาป จึงมีศีรษะขาดนอนอยู่.
[๕๕๒] แม่น้ำนี้มีน้ำมาก มีตลิ่งไม่สูง มีท่า
อันดีไหลอยู่เสมอ สัตว์นรกเหล่านั้นเร่าร้อน เพราะ
ความร้อนแห่งไฟ จะดื่มน้ำ ก็แต่เมื่อสัตว์นรกเหล่า
นั้นจะดื่ม น้ำก็กลายเป็นแกลบไป ความกลัวย่อม
ปรากฏแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปนี้ แน่ะมาตลี
เทพสารถี ข้าพเจ้าขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้
ทำบาปอะไรไว้ เมื่อจะดื่มน้ำ น้ำจึงกลายเป็นแกลบ
ไป.
[๕๕๓] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์ พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใด มีการงานไม่
บริสุทธิ์ ขายข้าวเปลือกแท้เจือด้วยข้าวลีบแกลบแก่ผู้ซื้อ
เมื่อสัตว์เหล่านั้นมีความร้อนยิ่ง เพราะความร้อนแห่ง
ไฟกระหายน้ำ จะดื่มน้ำ น้ำจึงกลายเป็นแกลบไป.

221
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 222 (เล่ม 63)

[๕๕๔] นายนิรยบาลแทงข้างทั้ง ๒ แห่งสัตว์
นรกผู้ร้องไห้อยู่ ด้วยลูกศร หอก โตมร ความกลัว
ปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนี้ ดูก่อน
เทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำ
บาปอะไรไว้ จึงถูกฆ่าด้วยหอกนอนอยู่.
[๕๕๕] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์เหล่าใด เนื้อยังอยู่
ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกรรมไม่ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
ถือเอาของที่เจ้าของไม่ให้ คือธัญชาติ ทรัพย์ เงิน
ทอง แพะ แกะ ปสุสัตว์ และกระบือ มาเลี้ยงชีวิต
สัตว์ เหล่านั้นเป็นผู้มีกรรมหยาบช้า ทำบาป จึงถูกฆ่า
ด้วยหอกนอนอยู่.
[๕๕๖] สัตว์นรกเหล่านี้นายนิรยบาลผูกคอไว้
เพราะเหตุอะไร ยังพวกอื่นอีกพวกหนึ่ง อันนาย
นิรยบาลตัดทำให้เป็นชิ้น ๆ นอนอยู่ ความกลัวย่อม
ปรากฏแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปนี้ ดูก่อน
มาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ทำ
บาปอะไรไว้ จึงถูกทำให้เป็นชิ้น ๆ นอนอยู่.
[๕๕๗] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่านี้เคยเป็นผู้

222
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 223 (เล่ม 63)

ฆ่าแกะ ฆ่าสุกร ฆ่าปลา ครั้นฆ่าสัตว์ของเลี้ยง
กระบือ แพะ แกะ แล้ววางไว้ในร้านทำสัตว์ขาย
เนื้อ เป็นผู้มีกรรมหยาบช้าทำบาป จึงถูกตัดเป็นชิน ๆ
นอนอยู่.
[๕๕๘] ห้วงน้ำนี้เต็มด้วยมูตรและคูถ มีกลิ่น
เหม็น ไม่สะอาด เน่า ฟุ้งไป สัตว์นรกมีความ
หิวครอบงำก็กินมูตรและคูถนั้น ความกลัวปรากฏแก่
เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลี
เทพสารถี เราขอถามท่านสัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาป
อะไรไว้ จึงมีมูตรและคูถเป็นอาหาร.
[๕๕๙] มาตลีเทพสารถี ทูลถวายพยากรณ์พระ-
ดำรัสถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย
แด่พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใด ก่อ
ทุกข์เบียดเบียนมิตรสหายเป็นต้น ตั้งมั่นอยู่ในความ
เบียดเบียนผู้อื่นทุกเมื่อ สัตว์นรกเหล่านั้นมีกรรมหยาบ
ช้า เป็นพาลประทุษร้ายมิตร จึงต้องกินมูตรและคูถ.
[๕๖๐] ห้วงน้ำนี้เต็มด้วยเลือดและหนอง มี
กลิ่นเหม็นไม่สะอาด เน่า ฟุ้งไป สัตว์นรกถูกความ
ร้อนแผดเผาแล้ว ย่อมดื่มเลือดและหนองกิน ความ
กลัวย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น
ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์นรก
เหล่านี้ได้ทำบาปอะไรไว้ จงมีเลือดและหนองเป็น
อาหาร.

223
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 224 (เล่ม 63)

[๕๖๑] มาตลีเทพสารถี ทูลถวายพยากรณ์พระ-
ดำรัสถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย
แด่พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใด เมื่อ
ยังอยู่ในมนุษยโลก ฆ่ามารดาบิดา และพระอรหันต์
ชื่อว่าต้องปาราชิกในคิหิเพศ สัตว์นรกเหล่านั้นมี
กรรมหยาบช้าทำบาป จึงมีเลือดและหนองเป็นอาหาร.
[๕๖๒] ท่านจงดูลิ้นของสัตว์นรกที่เกี่ยวด้วย
เบ็ดและหนังที่แผ่ไปด้วยขอ สัตว์นรกย่อมดิ้นรน
เหมือนปลาที่โยนไปบนบกย่อมดิ้นรน ฉะนั้น ร้องไห้
น้ำลายไหล เพราะกรรมอะไร ความกลัวย่อมปรากฏ
แก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลี
เทพสารถี เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาป
อะไรไว้ จึงกลืนเบ็ดนอนอยู่.
[๕๖๓] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถาม ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใดเหล่าหนึ่ง
เป็นมนุษย์อยู่ในตำแหน่งผู้ตีราคา ยังราคาซื้อให้เสื่อม
ไปด้วยราคา ทำกรรมอันโกงด้วยความโกงเหตุโลภ-
ทรัพย์ ปกปิดไว้ ดุจคนเข้าไปใกล้ปลาเพื่อจะฆ่า เอา
เหยื่อเกี่ยวเบ็ดปิดเบ็ดไว้ฉะนั้น บุคคลจะป้องกันช่วย
คนทำความโกงผู้อันธรรมของตนหุ้มห่อไว้ ไม่มีเลย
สัตว์นรกเหล่านี้มีกรรมหยาบช้าทำบาป จึงมากลืน
เบ็ดนอนอยู่.

224
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ – หน้าที่ 225 (เล่ม 63)

[๕๖๔] หญิงนรกเหล่านั้นมีร่างกายแตกทั่ว มี
ชาติทราม มีแมลงวันตอม เปรอะเปื้อนด้วยเลือด
และหนอง มีศีรษะขาด เหมือนฝูงโคที่ศีรษะขาดบน
ที่ฆ่า ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ หญิงนรกเหล่านั้น
จมอยู่ในภูมิภาคเพียงเอวทุกเมื่อ ภูเขาไฟตั้งมาแต่สี่
ทิศลุกโพลง กลิ้งมาบดหญิงนรกเหล่านั้นให้ละเอียด
ความกลัวปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น
ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน หญิงนรก
เหล่านั้นได้ทำบาปอะไรไว้ จึงต้องมาจมอยู่ในภาคภูมิ
เพียงเอวทุกเมื่อ ภูเขาไฟลุกโพลงตั้งมาแต่สี่ทิศบดให้
ละเอียด
[๕๖๕] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส
ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่
พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า หญิงนรกเหล่านั้นเป็น
กุลธิดา เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก มีการงานไม่บริสุทธิ์
ได้ประพฤติไม่น่ายินดี เป็นหญิงนักเลง ละสามีเสียได้
คบหาชายอื่นเพราะเหตุยินดีและเล่น หญิงเหล่านั้น
เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกนี้ ยังจิตของตนให้ยินดีใน
ชายอื่น จึงถูกภูเขาไฟอันลุกโพลงตั้งมาแต่สี่ทิศ บด
ให้ละเอียด.
[๕๖๖] เพราะเหตุไร นายนิรยบาลทั้งหลาย จึง
จับสัตว์นรกเหล่านี้อีกพวกหนึ่งที่เท้าเอาหัวลง โยนลง

225