พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 6 (เล่ม 63)

ยี่สิบปี ต้องหมกไหม้อยู่ในนรก ๘๐,๐๐๐ ปี เรากลัวจะ
ต้องเสวยราชสมบัตินั้น ขอชนทั้งหลายอย่าพึงอภิเษก
เราในราชสมบัติเลย เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่พูดใน
สำนักของพระชนกและพระชนนีในกาลนั้น พระชน
ทรงอุ้มเราให้นั่งบนพระเพลา แล้วตรัสสั่งข้อความว่า
จงฆ่าโจรคนหนึ่ง จงจองจำโจรคนหนึ่ง จงเอาหอก-
แทงโจรคนหนึ่ง แล้วเอาน้ำแสบราดแผล จงเสียบ
โจรคนหนึ่งบนหลาว ตรัสสั่งเจ้าหน้าที่นั้นอย่างนี้
เราได้ฟังพระวาจาอันหยาบคาย ที่พระชนกตรัสนั้น
จึงกลัวการเสวยราชสมบัติ เรามิได้เป็นใบ้ ก็ทำเหมือน
เป็นใบ้ มิได้เป็นง่อยเปลี้ย ก็ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ย
แกล้งนอนเกลือกกลิ้งอยู่ในปัสสาวะและอุจจาระ
ของตน ชีวิตนั้นเป็นของลำบาก เป็นของน้อยทั้ง
ประกอบด้วยทุกข์ ใครเล่าจะอาศัยชีวิตนี้ ทำเวรด้วย
เหตุการณ์หน่อยหนึ่ง ใครเล่าจะอาศัยชีวิตนี้ ทำเวร
ด้วยเหตุการณ์หน่อยหนึ่ง เพราะไม่ได้ปัญญา เพราะ
ไม่เห็นธรรม ความหวังผลของเหล่าบุคคลผู้ไม่รีบร้อน
ย่อมสำเร็จแน่นอน เรามีพรหมจรรย์สำเร็จแล้ว ท่าน
จงรู้อย่างนี้เถิด นายสารถี ประโยชน์โดยชอบของ
เหล่าบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมให้ผลแน่นอน เรามี
พรหมจรรย์สำเร็จแล้ว ออกบวชแล้ว จะมีภัยแต่
ไหนเล่า.

6
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 7 (เล่ม 63)

[๔๐๙] ข้าแต่พระราชบุตร แม้ข้าพระองค์ก็จัก
บวชในสำนักของพระองค์ ขอพระองค์ได้โปรดตรัส
เรียกให้ข้าพระองค์บวชด้วยเถิด ขอพระองค์จง
ทรงพระเจริญ ข้าพระองค์ชอบบวช.
[๔๑๐] แน่ะนายสารถี ท่านจงไปมอบคืนรถแล้ว
เป็นผู้ไม่มีหนี้เถิด เพราะผู้ไม่มีหนี้จึงบวชได้ การ
บวชนั้น ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งสรรเสริญแล้ว.
[๔๑๑] ข้าพระองค์ได้ทำตามพระดำรัส ขอพระ-
องค์จงทรงพระเจริญ พระองค์ควรจะทรงทำตามคำที่
ข้าพระองค์ทูลวิงวอน ขอพระองค์จงประทับรออยู่ ณ
ที่นี้ จนกว่าข้าพระองค์จะนำพระราชาเสด็จมา อย่างไร
เสีย พระราชบิดาของพระองค์ทอดพระเนตรเห็นแล้ว
คงทรงพระปีติโสมนัสเป็นแน่.
[๔๑๒] แน่ะนายสารถี เราจะกระทำตามคำของ
ท่านที่ที่ในกล่าวกะเรา แม้ตัวเราก็อยากเห็นพระชนก
ของเราเสด็จมาในที่นี้ จงกลับไปเถิดเพื่อรัก ท่าน
จงทูลแก่พระญาติทั้งหลายด้วยก็เป็นการดี ท่านเป็นผู้
ที่เราสั่งแล้ว จงกราบทูลถวายบังคมพระชนกพระชนนี
ของเรา.
[๔๑๓] นายสารถี จับพระบาททั้งสองของพระ
กุมารและกระทำประทักษิณพระกุมารแล้ว ขึ้นรถเข้า
ไปสู่ประตูพระราชวัง.

7
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 8 (เล่ม 63)

[๔๑๔] พระชนนีทอดพระเนตรเห็นรถเปล่า แต่
นายสารถีมาคนเดียว ก็มีพระเนตรทั้งสองนองไปด้วย
พระอัสสุชล ทรงกันแสดงทอดพระเนตรดูนายสารถี
นั้น ด้วยเข้าพระหฤทัยว่า นายสารถีนี้ฝังโอรสของเรา
เสียแล้ว โอรสของเรานายสารถีฝังเสียในแผ่นดิน
ถมแผ่นดินแล้วเป็นแน่ ปัจจามิตรทั้งหลายจะยินดี
ศัตรูทั้งหลายจะอิ่มใจเป็นแน่ เพราะเห็นนายสารถีมา
แล้ว เพราะฝังโอรสของเราแล้ว พระชนนีทอดพระ-
เนตรเห็นรถเปล่า นายสารถีกลับมาแต่ผู้เดียว ก็มี
พระเนตรทั้งสองนองไปด้วยพระอัสสุชล ทรงกันแสง
ตรัสสอบถามนายสารถีนั้นว่า โอรสของเราเป็นใบ้
หรือ เป็นง่อยหรือ ตรัสอะไรบ้างหรือ ในเวลาที่ถูก
ท่านฝังในแผ่นดิน จงบอกเนื้อความนั้นแก่เราเถิด
นายสารถี โอรสของเราเป็นใบ้เป็นง่อย เขากระดิก
มือเท้าอย่างไรบ้างไหม ในเมื่อถูกท่านฝังในแผ่นดิน
เราถามท่านแล้ว ท่านจงบอกความนั้นแก่เรา.
[๔๑๕] ข้าแต่พระแม่เจ้า ขอพระแม่เจ้าโปรด
ประทานอภัยแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอกราบทูล
ตามที่ได้ฟังได้เห็นในสำนักของพระราชโอรส แด่
พระองค์.
[๔๑๖] ดูก่อนนายสารถีผู้สหาย เราให้อภัยแก่ท่าน
ท่านไม่ต้องกลัว จงกล่าวตามที่ท่านได้ฟังหรือได้เห็น
ในสำนักของพระราชโอรส.

8
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 9 (เล่ม 63)

ยเปลี้ย พระองค์มีพระวาจาสละสลวย ได้ยินว่า
พระองค์กลัวราชสมบัติ จึงได้ทรงทำการลวงเป็นอัน
มาก พระองค์ทรงระลึกถึงชาติก่อน ที่พระองค์ได้
เสวยราชสมบัติ พระองค์เสวยราชสมบัติในกาลนั้น
แล้ว ต้องไปตกนรกอันกล้าแข็ง พระองค์เสวยราช-
สมบัติในกาลนั้น ๒๐ ปี แล้วต้องหมกไหม้อยู่ในนรก
๘๐,๐๐๐ ปี พระองค์กลัวจะต้องเสวยราชสมบัตินั้น
ทรงอธิษฐานว่า ขอชนทั้งหลายอย่าพึงอภิเษกเราใน
ราชสมบัติเลย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงไม่ตรัสใน
สำนักของพระชนกและพระชนนีในกาลนั้น พระราช
โอรสทรงสมบูรณ์ด้วยองคาพยพ มีพระรูปงดงาม
สมส่วน มีพระราจาสละสลวย มีพระปัญญา ทรง
ดำรงในมรรคาแห่งสวรรค์ ถ้าพระแม่เจ้ามีพระ-
ราชประสงค์จะทอดพระเนตรเห็นพระราชโอรสของ
พระองค์. ก็ขอเชิญเสด็จเถิด ข้าพระองค์จักนำเสด็จ
พระแม่เจ้าไปให้ถึงที่ที่พระเตมิยราชโอรสประทับอยู่.
[๔๑๘] เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจงเทียมรถเทียมม้า จง
ผูกเครื่องประดับช้าง จนกระทั่งสังข์และบัณเฑาะว์
จงตีกลองหน้าเดียว จงตีกลองสองหน้า และรำมะนา
อันไพเราะ ขอชาวนิคมจงตามเรามา เราจักไปให้
โอวาทแก่ลูกชาย นางสนม กุมาร พ่อค้า และ

9
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 10 (เล่ม 63)

พราหมณ์ทั้งหลาย จงรีบเตรียมยาน เราจักไปให้
โอวาทแก่ลูกชาย พวกกองพลช้าง กองพลม้า กอง
พลรถ กองพลราบ จงรีบเตรียมยาน เราจักไปให้
โอวาทแก่ลูกชาย ชาวชนบทและชาวนิคม จงมา
ประชุมรีบเตรียมยาน เราจักไปให้โอวาทแก่ลูกชาย.
[๔๑๙] นายสารถีทั้งหลายจูงม้าที่เทียมรถและม้า-
สินธพซึ่งเป็นพาหนะว่องไว มายังประตูพระราชวัง
แล้วกราบทูลว่า ม้าทั้งสองพวกนี้เทียมเสร็จแล้ว.
[๔๒๐] ม้าอ้วนเสื่อมความว่องไว ม้าผอมเสื่อม
ถอยเรี่ยวแรง จงเร้นม้าผอมและม้าอ้วนเสีย จัดเทียม
แต่ม้าที่สมบูรณ์.
[๔๒๑] แต่นั้น พระราชรีบเสด็จขึ้นประทับบน
ม้าสินธพอันเทียมแล้ว ได้ตรัสกะนางข้างในว่า จง
ตามเราไปทุกคน เตรียมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ๕ คือ
พัดวาลวิชนี พระอุณหิส พระขรรค์ เศวตฉัตร และ
ฉลองพระบาททอง ให้ขนขึ้นรถไปด้วย แต่นั้น พระ
ราชาตรัสสั่งให้นายสารถีนำทาง เสด็จเคลื่อนขบวนเข้า
ไปถึงสถานที่ที่พระเตมิยราชฤๅษี ประทับอยู่โดยพลัน.
[๔๒๒] พระเตมิยราชฤๅษี ทอดพระเนตรเห็นพระ-
ราชบิดากำลังเสด็จมา ทรงรุ่งเรืองด้วยพระเดชานุภาพ
ทรงแวดล้อมไปด้วยหมู่อมาตย์ จึงถวายพระพรว่า ขอ
ถวายพระพร มหาบพิตรทรงปราศจาลพระโรคาพาธ

10
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 11 (เล่ม 63)

หรือ ทรงเป็นสุขสำราญดีหรือ ราชกัญญาของพระ
องค์ และโยมมารดาของอาตมภาพ ไม่มีพระโรคา-
พาธหรือ.
[๔๒๓] พระลูกรัก ฉันไม่มีโรคาพาธ สุขสำราญ
ดี ราชกัญญาทั้งปวงของดิฉัน และโยมมารดาของพระ
ลูกรัก หาโรคภัยนี้ได้.
[๔๒๔] ขอถวายพระพร มหาบพิตรไม่เสวยน้ำ-
จัณฑ์ไม่ทรงโปรดน้ำจัณฑ์หรือ พระหฤทัยของมหา-
บพิตรทรงยินดีในสัจจะ ในธรรมและในทานบ้างหรือ.
[๔๒๕] พระลูกรัก ดิฉันไม่ดื่มน้ำจัณฑ์ ไม่โปรด
น้ำจัณฑ์ อนึ่ง ใจของดิฉันยินดีในสัจจะ ในธรรม
และในทาน.
[๔๒๖] พาหนะมีม้าและโคเป็นต้น ของมหาบพิตร
ที่เขาเทียมในยาน ไม่มีโรคหรือ นำอะไร ๆ ไปได้หรือ
มหาบพิตร ไม่มีพยาธิที่เข้าไปแผดเผาพระสรีระหรือ.
[๔๒๗] พาหนะมีม้าและโคเป็นต้น ของดิฉันที่เขา
เทียมในยาน ไม่มีโรค อนึ่ง พาหนะนำอะไร ๆ ไป
ได้ และดิฉันไม่มีพยาธิที่เข้าไปแผดเผาสรีระ.
[๔๒๘] ปัจจันตชนบทของมหาบพิตร ยังเจริญดี
อยู่หรือ คามนิคมในท่ามกลางรัฐสีมาของมหาบพิตร
ยังเป็นปึกแผ่นดีหรือ ฉางหลวงและพระคลังของมหา
บพิตรยังบริบูรณ์ดีอยู่หรือ.

11
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 12 (เล่ม 63)

[๔๒๙] ปัจจันตชนบท ของดิฉันยังเจริญดีอยู่ คาม
นิคมในท่ามกลางรัฐสีมาของดิฉัน ยังเป็นปึกแผ่นดี
อยู่ ฉางหลวงและพระคลังของดิฉันทั้งหมด ยังบริ-
บูรณ์ดีอยู่.
[๔๓๐] ขอถวายพระพร มหาบพิตรเสด็จมาดีแล้ว
พระองค์เสด็จมาไกลก็เหมือนใกล้ ราชบุรุษทั้งหลาย
จงทอดราชบัลลังก์ให้ประทับเถิด.
[๔๓๑] ขอเชิญมหาบพิตรประทับนั่ง บนเครื่อง
ปูลาดใบไม้ที่เขากำหนดลาดไว้ เพื่อพระองค์ในที่นี้
จงทรงเอาน้ำแต่ภาชนะนี้ ล้างพระบาทของมหา-
บพิตรเถิด.
[๔๓๒] มหาบพิตร ใบหมากเม่าของอาตมภาพนี้
เป็นของสุก ไม่มีรสเค็ม อมหาบพิตร ผู้เสด็จมา
เป็นแขกของอาตมภาพ จงเสวยเถิด.
[๔๓๓] ดิฉันไม่บริโภคใบหมากเม่า โภชนะของ
ดิฉันไม่ใช่อย่างนี้เลย ดิฉันบริโภคข้าวสุกแห่งข้าว
สาลีที่ปรุงด้วยมังสะอันสะอาด.
[๔๓๔] ความอัศจรรย์ย่อมแจ่มแจ้งแก่ดิฉัน เพราะ
ได้เห็นลูกรัก อยู่ในที่ลับแต่ผู้เดียว บริโภคอาหารเช่นนี้
เหตุไรจึงมีผิวพรรณผ่องใส.
[๔๓๕] มหาบพิตร อาตมภาพนอนผู้เดียวบน
เครื่องลาดใบไม้ที่ปูลาดไว้ เพราะการนอนผู้เดียวนั้น

12
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 13 (เล่ม 63)

ผิวพรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส กองรักษาทางราช-
การที่ผูกเหน็บดาบของอาตมภาพไม่มี เพราะการนอน
ผู้เดียวนั้น ผิวพรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส ขอถวาย
พระพร อาตมภาพไม่ตามเศร้าโศกถึงอารมณ์ที่ล่วง
ไปแล้ว ไม่ปรารถนาถึงอารมณ์ยังไม่มาถึง ยัง
อัตภาพให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะ
เหตุนั้น ผิวพรรณจึงผ่องใส คนพาลทั้งหลายย่อม
เหี่ยวแห้งเพราะเหตุ ๒ อย่างนั้น คือเพราะปรารถนา
อารมณ์ที่ยังไม่มาถึง เพราะตามเศร้าโศกถึงอารมณ์
ล่วงไปแล้ว ดุจไม่อ้อที่ยังเขียวสด ถูกถอนทิ้งไว้ที่
แดด ฉะนั้น.
[๔๓๖] ลูกรัก ดิฉันขอมอบกองพลช่าง กองพลรถ
กองพลม้า กองพลราบ และกองพลผูกเกราะ ตลอด
ถึงพระราชนิเวศอันเป็นที่รื่นรมย์แก่พ่อ และขอมอบ
นางสนมกำนัลใน ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการ พร้อม
สรรพแก่พ่อ พ่อจงปฏิบัติในนางเหล่านั้น จงเป็นพระ
ราชาของดิฉันทั้งหลาย สตรี ๔ คน เป็นผู้ฉลาด
ในการฟ้อนรำและการขับร้อง ศึกษามาดีแล้ว จักทำ
ให้ลูกรื่นรมย์ในกาม พ่อจะทำอะไรในป่า ดิฉันจัก
นำราชกัญญาจากพระราชาเหล่าอื่นที่ตกแต่งแล้วมา
เพื่อพ่อ พ่อจงให้นางเหล่านั้นมีโอรสมาก ๆ แล้วจึง
ผนวชต่อภายหลัง พ่อยังเยาว์เป็นหนุ่มแน่น ตั้งอยู่ใน

13
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 14 (เล่ม 63)

ปฐมวัย มีเกศาดำสนิท จงครองราชสมบัติเถิด ขอ
พ่อจงเจริญ จักทำอะไรในป่า.
[๔๓๗] คนหนุ่มควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ประ-
พฤติพรหมจรรย์ควรเป็นคนหนุ่ม การบรรพชาควร
เป็นของคนหนุ่ม ข้อนั้นท่านผู้แสวงหาคุณธรรมทั้ง-
หลายสรรเสริญแล้ว คนหนุ่มควรประพฤติพรหมจรรย์
ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ควรเป็นคนหนุ่ม อาตมภาพจัก
ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่ต้องการราชสมบัติ อาตม-
ภาพเห็นเด็กชายของท่านทั้งหลาย เรียกมารดาบิดาซึ่ง
เป็นบุตรที่รัก อันได้มาโดยยาก ยังไม่ทันแก่ก็ตายเสีย
แล้ว อาตมภาพเห็นเด็กหญิงของท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็น
เด็กหญิงที่สวยงามน่าชม สิ้นชีวิต เหมือนหน่อไม้ไผ่
ยังอ่อนที่ถูกถอนฉะนั้น จริงอยู่ นรชนจะเป็นชายหนุ่ม
หรือหญิงสาวก็ตาม ตายทั้งนั้น ใครเล่าจะพึงวางใจ
ในชีวิตว่า เรายังหนุ่มอยู่ อายุของคนเรา เป็นของ
น้อยนัก เพราะวันคืนล่วงไป ๆ เหมือนอายุของฝูง-
ปลาในน้ำน้อย ความเป็นหนุ่มสาวในวัยนั้นจักทำ
อะไรได้ สัตวโลกถูกครองงำ และถูกห้อมล้อมอยู่
เป็นนิตย์ เมื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เป็นไปอยู่
มหาบพิตรจะอภิเษกอาตมภาพ ในราชสมบัติทำไม.
[๔๓๘] สัตวโลกถูกอะไรครอบงำไว้ และถูก
อะไรห้อมล้อมไว้ สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรเป็นไป
อยู่ ดีฉันถามแล้ว พ่อจงบอกข้อนั้นแก่ดีฉัน.

14
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 15 (เล่ม 63)

[๔๓๙] สัตว์โลกถูกความตายครอบงำไว้ ถูก
ความแก่ห้อมล้อมไว้ สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ คือ คืนวัน
เป็นไปอยู่ มหาบพิตรจงทราบอย่างนี้ ขอถวายพระพร
เมื่อด้ายที่เขากำลังทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่
จะต้องทอ ก็ยังเหลืออยู่น้อยเท่านั้น แม้ฉันใด ชีวิต
ของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น แม่น้ำที่เต็มฝั่ง ย่อมไม่
ไหลไปสู่ที่สูง ฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อม
ไม่กลับไปสู่ความเป็นเด็กอีก ฉันนั้น แม่น้ำที่เต็มฝั่ง
ย่อมพัดพาเอาต้นไม้ ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไป
ฉันใด สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัดพาไป
ฉันนั้น.
[๔๔๐] ลูกรัก ดิฉัน ขอมอบกองพลช้าง กอง
พลรถ กองพลม้า กองพลราบ และกองพลผูกเกราะ
ตลอดถึงพระราชนิเวศ อันเป็นที่รื่นรมย์แก่พ่อ และ
ขอมอบนางสนมกำนัลในผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการ
พร้อมสรรพแก่พ่อ พ่อจงปฏิบัติในนางเหล่านั้น จง
เป็นพระราชาของดีฉันทั้งหลาย สตรี ๔ คน เป็นผู้
ฉลาดในการฟ้อนรำและการขับร้อง ศึกษามาดีแล้ว
จักทำให้ลูกรื่นรมย์ในกาม พอจักทำอะไรในป่า ดีฉัน
จักนำราชกัญญาจากพระราชาเหล่าอื่น ที่ตกแต่งแล้ว
มาเพื่อพ่อ พ่อจงให้นางเหล่านั้นมีโอรสมา ๆ แล้ว
จึงผนวชต่อภายหลัง ลูกรัก ดิฉันขอให้ฉางหลวง

15