แม้เราจะต้องเสียชีวิต ก็ไม่อาจจะทำลายศีลที่เรารับจากสำนักท่านสุตโสม เรา
จักไปปลดปล่อยด้วยกันกับท่านสุตโสม อย่างนี้จักไม่เป็นภัยแก่เรา แล้วถวาย
บังคมพระโพธิสัตว์ทูลว่า ข้าแต่ท่านสุตโสม เราทั้งสองจะไปปลดปล่อยกษัตริย์
ทั้งหลายด้วยกัน แล้วกล่าวคาถาว่า
พระองค์เป็นศาสดาของหม่อมฉันและเป็นสหาย
ด้วย หม่อมฉันได้ทำตามถ้อยคำของพระองค์ แม้
พระองค์ก็จงกระทำตามถ้อยคำของหม่อมฉัน เราทั้ง-
สองจะไปปลดปล่อยพวกษัตริย์ด้วยกัน.
คำว่า เป็นศาสดา ในคาถานั้น หมายถึงเป็นศาสดาเพราะได้แสดง
ทางสวรรค์ และเป็นสหายกันมาจำเดิมตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงตรัสกะเจ้าโปริสาทนั้นว่า
เราเป็นศาสดาของพระองค์ และเป็นสหายด้วย
พระองค์ได้ทำตามถ้อยคำของเรา แม้เราก็จะทำตาม
ถ้อยคำของพระองค์ เราทั้งสองจงไปปลดปล่อยพวก
กษัตริย์ด้วยกันเถิด.
ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว พระโพธิสัตว์จึงเสด็จไปหากษัตริย์เหล่านั้นแล้ว
ตรัสพระคาถาว่า
พวกท่านอย่าคิดประทุษร้ายแก่พระราชานี้ด้วย
ความแค้นว่า ถูกเธอผู้ได้นามว่า กัมมาสบาท (เท้าด่าง
เพราะถูกตอไม้แทง) เบียดเบียนร้อยฝ่ามือ ต้องร้องไห้
น้ำตานองหน้า ดังนี้เป็นอันขาด จงรับสัจปฏิญาณ
ต่อหม่อมฉัน ดังนี้.