สองมือแล้วทูลว่า บัดนี้ชอมหาบพิตรจงทรงสดับคาถาชื่อว่าสตารหา ๔ คาถา
ตามที่พระกัสสปทศพลทรงแสดงไว้ อันจะถอนความเมามีความเมาด้วยราคะ
เป็นต้นให้สร่าง ให้สำเร็จอมตมหานิพพานนี้แล้ว ดูคัมภีร์กล่าวคาถาว่า
ข้าแต่ท่านสุตโสมมหาราช การสมาคมกับสัต-
บุรุษคราวเดียวเท่านั้น การสมาคมนั้น ย่อมรักษา
ผู้สมาคมนั้น การสมาคมกับอสัตบุรุษแม้มากก็รักษา
ไม่ได้ พึงคบกับสัตบุรุษ พึงกระทำความสนิทสนมกับ
สัตบุรุษ เพราะรู้สัตธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีความเจริญ
ไม่มีความเสื่อม ราชรถที่เขาให้วิจิตรเป็นอันดี ยัง
คร่ำคร่าได้แล.
แม้สรีระก็เข้าถึงความชราได้เหมือนกัน ส่วน
ธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่เข้าถึงความชรา สัตบุรุษกับ
สัตบุรุษด้วยกัน ย่อมรู้กันได้.
ฟ้าและแผ่นดินไกลกัน ฝั่งข้างโน้นของมหา-
สมุทร เขาก็กล่าวกันว่าไกล ข้าแต่พระราชา ธรรม
ของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษทั้งสองนี้ ท่าน
กล่าวว่าไกลกันยิ่งกว่านั้นแล.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า คราวเดียวเท่านั้น หมายถึงสิ้นวาระเดียว
เท่านั้น. คำว่า สัตบุรุษ หมายถึงสัตบุรุษทั่ว ๆ ไป. คำว่า ผู้สมาคมนั้น
อธิบายว่า การสังคมคือการสมาคมกับพวกสัตบุรุษนั้น ไม้เป็นไปแล้วเพียง
ครั้งเดียว ก็ย่อมอภิบาลรักษาคุ้มครองบุคคลนั้นได้. คำว่า อสัตบุรุษ อธิบายว่า