พระเจ้าสุตโสมเสวยอาหารเช้าแต่เช้าทีเดียว เสด็จขึ้นทรงมงคลหัตถีที่เขา
ประดับประดาไว้อย่างดีแล้ว แวดล้อมไปด้วยจตุรงคินีเสนาเสด็จออกจาก
พระนคร.
ครั้งนั้น พราหมณ์ชื่อว่านันทะ นำเอาคาถาชื่อว่า สตารหา ๔ คาถา
ล่วงหนทาง ๑๒๐โยชน์ แต่พระนครตักกศิลา ถึงพระนครนั้นแล้ว พักอยู่ที่
บ้านใกล้ประตูพระนคร เนื้อดวงอาทิตย์อุทัยเข้าไปสู่พระนคร เห็นพระราชา
เสด็จออกทางประด้านทิศตะวันออก. จึงเหยียดมือออกถวายชัยมงคล พระราชา
เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรทิศอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นมือที่เหยียด
ออกของพราหมณ์ผู้ยืนอยู่ ณ ประเทศอันสูง ทรงไสพระยาช้างเสด็จเข้าไปใกล้
พราหมณ์ เมื่อจะตรัสถาม ได้ตรัสพระคาถาว่า
ชาติภูมิของท่านอยู่แคว้นแดนไหน ข้าพเจ้าขอ
ถามท่านพราหมณ์ ท่านมาถึงพระนครนี้ด้วยต้องการ
ประโยชน์อะไร ท่านพราหมณ์จงบอกความประสงค์
นั้นแก่ข้าพเจ้า ท่านปรารถนาอะไร ข้าพเจ้าจักให้สิ่ง
ที่ท่านปรารถนาในวันนี้.
ลำดับนั้น พราหมณ์นั้นจึงทูลท้าวเธอเป็นคาถาว่า
ข้าแต่พระจอมธรณีมหิศร พระคาถา ๔ พระคาถา
มีอรรถอันลึกวิเศษนัก เปรียบประดุจสาคร ข้าพเจ้า
มาในพระนครนี้ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ขอพระ-
องค์จงทรงสดับพระคาถาอันประกอบด้วยประโยชน์
อย่างยอดเยี่ยม.