พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 628 (เล่ม 62)

[๓๖๐] หม่อมฉันได้ทำกัลยาณธรรมหลายอย่าง
ได้บูชายัญอันไพบูลย์ที่บัณฑิตสรรเสริญ ได้ชำระทาง
ปรโลกบริสุทธิแล้ว ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัว
ตาย หม่อมฉันได้ทำกัลยาณธรรมหลายอย่าง ได้บูชา
ยัญอันไพบูลย์ที่บัณฑิตสรรเสริญ หม่อมฉันไม่เดือด-
ร้อนที่จักไปยังปรโลก ดูก่อนท่านโปริสาท เชิญพระ-
องค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด.
หม่อมฉันได้บำรุงพระชนกและพระชนนีแล้ว
ได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรม ได้ชำระทางปรโลก
บริสุทธิ์แล้ว ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวตาย
หม่อมฉัน ได้บำรุงพระชนกและพระชนนีแล้ว ได้
ปกครองราชสมบัติโดยธรรม จึงไม่เดือดร้อนที่จัก
ไปยังปรโลก ดูก่อนท่านโปริสาท เชิญพระองค์
บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด.
หม่อมฉัน ได้กระทำอุปการกิจในพระประยูรญาติ
และมิตร แล้วได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรม ได้
ชำระทางปรโลกบริสุทธิแล้ว ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่า
จะกลัวตาย หม่อมฉันกระทำอุปการกิจในพระประยูร
ญาติและมิตรแล้ว ได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรม
จึงไม่เดือดร้อนที่จักไปยังปรโลก ดูก่อนท่านโปริสาท
เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด.
หม่อมฉันได้ให้ทานโดยอาการเป็นอันมาก แก่ชน
เป็นอันมาก ได้อุปถัมภ์สมณพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญ

628
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 629 (เล่ม 62)

ได้ชำระทางปรโลกให้บริสุทธิ์ ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใคร
เล่าจะกลัวตาย หม่อมฉันได้ให้ทานโดยอาการเป็นอัน
มาก แก่ชนเป็นอันมาก ได้อุปถัมภ์สมณพราหมณ์ ให้
อิ่มหนำสำราญ จึงไม่เดือดร้อนที่จักไปยังปรโลก ดู
ก่อนโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด.
[๓๖๑] บุรุษรู้อยู่จะพึงกินยาพิษ หรือจับอสร-
พิษที่มีฤทธิ์ร้ายแรง มีเดชกล้าได้หรือ ผู้ได้พึงกินคน
ผู้กล่าวคำสัตย์เช่นพระองค์ ศีรษะของผู้นั้นพึงแตก
๗ เสี่ยง.
[๓๖๒] นรชนได้ฟังธรรมแล้ว ย่อมรู้แจ้งบุญ
และบาป ใจของหม่อมฉันจะยินดีในธรรม เพราะได้
ฟังคาถาบ้างกระมัง.
[๓๖๓] ดูก่อนมหาราช การสมาคมกับสัตบุรุษ
แม้คราวเดียวเท่านั้น การสมาคมนั้นย่อมรักษาผู้นั้นไว้
การสมาคมกับอสัตบุรุษแม้มากครั้ง ก็รักษาไม่ได้ พึง
อยู่ร่วมกับสัตบุรุษ. พึงกระทำความสนิทสนมกับสัต-
บุรุษ เพราะรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีแต่
ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม ราชรถอันวิจิตรตระการตา
ยังคร่ำคร่าได้ และแม้สรีระก็เข้าถึงชราโดยแท้ ส่วน
ธรรมของสัตบุรุษุ ย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษ
เท่านั้น ย่อมรู้กันได้ ฟ้าและแผ่นดินไกลกัน ฝั่งข้าง
โน้นของมหาสมุทร เขาก็กล่าวกันว่าไกลกัน ธรรม

629
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 630 (เล่ม 62)

ของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ นักปราชญ์ทั้ง-
หลายกล่าวว่าไกลกันยิ่งกว่านั้น.
[๓๖๔] ดูก่อนพระสหายผู้จอมประชาชน คาถา
เหล่านี้มีอรรถมีพยัญชนะดี พระองค์ตรัสไพเราะ
หม่อมฉันได้สดับแล้ว เพลิดเพลินปลื้มใจ ชื่นใจ
อิ่มใจ หม่อมฉันขอถวายพร ๔ ประการแก่พระองค์.
[๓๖๕] ดูก่อนท่านผู้มีธรรมอันลามก พระองค์
ไม่รู้สึกความตายของพระองค์ ไม่รู้สึกประโยชน์และ
มิใช่ประโยชน์ นรกและสวรรค์ เป็นผู้คิดในรส ตั้งมั่น
ในทุจริต จะให้พรอะไร หม่อมฉันพึงทูลพระองค์ว่า
ขอให้ทรงประทานพร แม้พระองค์ประทานแล้ว จะ
กลับไม่ประทานก็ได้ ความทะเลาะวิวาทนี้ อันพระ-
องค์จะพึงเห็นเอง ใครจะเข้ามาเป็นบัณฑิตวินิจฉัย
ความทะเลาะวิวาทนี้.
[๓๖๖] คนเราให้พรใดแล้วจะกลับไม่ให้ ย่อม
ไม่ควรให้พรนั้น ดูก่อนพระสหาย ขอพระองค์จง
ทรงมั่นพระทัยรับพรเถิด แม้ชีวิตหม่อมฉัน ก็จะสละ
ถวายได้.
[๓๖๗] ศักดิ์ของพระอริยะย่อมเสมอกับศักดิ์
พระอริยะ ศักดิ์ของผู้มีปัญญาย่อมเสมอกับศักดิ์ผู้มี
ปัญญา หม่อมฉันพึงเห็นพระองค์เป็นผู้หาโรคมิได้
ตลอด ๑๐๐ ปี นี้เป็นพรข้อที่ ๑ หม่อมฉันปรารถนา.

630
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 631 (เล่ม 62)

[๓๖๘] ศักดิ์ของพระอริยะ ย่อมเสมอกับศักดิ์
พระอริยะ ศักดิ์ของผู้มีปัญญา ย่อมเสมอกับศักดิ์ผู้มี
ปัญญา พระองค์พึงเห็นหม่อมฉันผู้หาโรคมิได้ตลอด
๑๐๐ ปี นี้เป็นพรที่ ๑ หม่อมฉันขอถวาย.
[๓๖๙] พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นกษัตริย์ ได้นาม
บัญญัติว่ามูรธาภิสิตเหล่าใด ในชมพูทวีปนี้ พระองค์
อย่าได้เสวยพระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้น นี้เป็นพรข้อที่ ๒
หม่อมฉันปรารถนา.
[๓๗๐] พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นกษัตริย์ ได้นาม
บัญญัติว่ามูรธาภิสิตเหล่าใด ในชมพูทวีปนี้ หม่อมฉัน
จะไม่กินพระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้น นี้เป็นพรข้อที่ ๒
หม่อมฉันขอถวาย.
[๓๗๑] กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ ที่พระองค์
ทรงจับร้อยพระหัตถ์ไว้ทรงกันแสง พระพักตร์ชุ่ม
ด้วยพระอัสสุชล ขอพระองค์ได้ทรงโปรดปล่อยกษัตริย์
เหล่านั้น ให้กลับไปในแคว้นของตน ๆ นี้เป็นพรข้อ
ที่ ๓ หม่อมฉันปรารถนา.
[๓๗๒] กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ ที่หม่อมฉัน
ทรงจับร้อยพระหัตถ์ไว้ทรงกันแสง พระพักตร์ชุ่ม
พระอัสสุชล หม่อมฉันจะปล่อยกษัตริย์เหล่านั้น ให้
กลับไปยังแว่นแคว้นของตน ๆ นี้เป็นพรข้อที่ ๓
หม่อมฉันขอถวาย.

631
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 632 (เล่ม 62)

[๓๗๓] รัฐมณฑลของพระองค์เป็นช่อง เพราะ
นรชนเป็นอันมากหวาดเสียวเพราะความกลัว หนีเข้า
หาที่ซ่อนเร้น ขอพระองค์โปรดทรงงดเว้นเนื้อมนุษย์
เถิดพระราชา นี้เป็นพรข้อที่ ๔ หม่อมฉันปรารถนา.
[๓๗๔] นั่นเป็นอาหารที่ชอบใจของหม่อมฉัน
มานานแล้ว หม่อมฉันเข้าป่าก็เพราะเหตุแห่งอาหารนี้
หม่อมฉันจะพึงงดอาหารนี้ได้อย่างไร ขอพระองค์
ทรงเลือกพรข้อที่ ๔ อย่างอื่นเถิด.
[๓๗๕] ดูก่อนพระจอมประชาชน คนเช่น
พระองค์มัวพะวงอยู่ว่า นี้เป็นที่รักของเรา ทำตนให้
เหินห่างจากความดี ย่อมไม่ได้ประสบสิ่งที่รักทั้งหลาย
ตนแลประเสริฐที่สุด ประเสริฐอย่างยอดเยี่ยม ด้วยว่า
ผู้มีตนอันอบรมแล้วจะพึงได้สิ่งที่รักในภายหลัง.
[๓๗๖] เนื้อมนุษย์เป็นที่รักของหม่อมฉัน ดูก่อน
พระเจ้าสุตโสม โปรดทรงทราบอย่างนี้ หม่อมฉันไม่
สามารถจะงดเว้นได้ เชิญพระองค์ทรงเลือกพรอย่างอื่น
เถิด พระสหาย.
[๓๗๗] ผู้ใดแล มัวรักษาของรักว่า นี่เป็นของ
รักของเรา ทำตนให้เหินห่างจากความดี เสพของรัก
ทั้งหลายอยู่ เหมือนนักเลงสุราดื่มสุราเจือยาพิษฉะนั้น
ผู้นั้นย่อมได้รับทุกข์ในโลกหน้า เพราะกรรมอันลามก
นั้น ส่วนผู้ใดในโลกนี้ พิจารณาแล้วละของรักได้

632
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 633 (เล่ม 62)

เสพอริยธรรมทั้งหลายแม้ด้วยความยาก เหมือนคน
เป็นไข้ดื่มยาฉะนั้น ผู้นั้นย่อมได้รับความสุขในโลกหน้า
เพราะกัลยาณกรรมนั้น.
[๓๗๘] หม่อมฉันสู้ละทิ้งพระชนก และพระ
ชนนี ตลอดทั้งเบญจกามคุณที่น่าเพลิดเพลินเจริญใจ
เข้าป่าก็เพราะเหตุแห่งเนื้อมนุษย์ หม่อมฉันจะถวาย
พรข้อนั้นแก่พระองค์ได้อย่างไร.
[๓๗๙] บัณฑิตทั้งหลายไม่กล่าววาจาเป็นสอง
สัตบุรุษทั้งหลายย่อมมีปฏิญาณเป็นสัตย์โดยแท้ พระ-
องค์ได้ตรัสกะหม่อมฉันว่า เชิญรับพรเถิดพระสหาย
พระองค์ได้ตรัสไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้น พระดำรัสที่
พระองค์ตรัสย่อมไม่สมกัน.
[๓๘๐] หม่อมฉันเข้าถึงการได้บาป ความเสื่อม
ยศ เสื่อมเกียรติ บาป ทุจริต ความเศร้าหมองเป็น
อันมาก เพราะเนื้อมนุษย์เป็นเหตุ หม่อมฉันจะพึง
ถวายพรนั้น แก่พระองค์ได้อย่างไร.
[๓๘๑] คนเราให้พรใดแล้ว จะกลับไม่ให้ ย่อม
ไม่ควรให้พรนั้น ดูก่อนพระสหาย ขอพระองค์ทรงมั่น
พระทัยรับพรเถิด แม้ชีวิตของหม่อมฉันก็ยอมสละ
ถวายได้.
[๓๘๒] การสละชีวิตได้นี้เป็นธรรมของสัตบุรุษ
สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมมีปฏิญาณเป็นสัจจะโดยแท้

633
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 634 (เล่ม 62)

พรที่พระองค์ได้ประทานไว้แล้ว ขอได้โปรดประทาน
เสียโดยพลันเถิด ดูก่อนพระราชาผู้ประเสริฐสุด
พระองค์จงทรงสมบูรณ์ด้วยธรรมข้อนั้นเถิด นรชนพึง
สละทรัพย์เพราะเหตุแห่งอวัยวะอันประเสริฐ เมื่อจะ
รักษาชีวิตไว้ พึงสละอวัยวะ เมื่อระลึกถึงธรรม พึง
สละทั้งอวัยวะ ทั้งทรัพย์ และแม้ชีวิตทั้งหมด.
[๓๘๓] บุรุษพึงรู้แจ้งธรรมจากผู้ใด และชน
เหล่าใด เป็นสัตบุรุษกำจัดความสงสัยของบุรุษนั้นได้
ข้อนั้น เป็นที่พึงที่พำนักของบุรุษนั้น ผู้มีปัญญาไม่พึง
ทำลายไมตรีจากบุคคลนั้น.
[๓๘๔] นั่นเป็นอาหารที่ชอบใจของหม่อมฉัน
มานานแล้ว หม่อมฉันข้าพเจ้าก็เพราะเหตุแห่งอาหารนี้
ดูก่อนพระสหาย ถ้าหาก พระองค์ตรัสขอเรื่องนี้
กะหม่อมฉัน หม่อมฉันยอมถวายพรข้อนี้แด่พระองค์.
[๓๘๕] พระองค์เป็นศาสดาของหม่อมฉัน และ
เป็นพระสหายของหม่อมฉันด้วย ดูก่อนพระสหาย
หม่อมฉันได้กระทำตามพระดำรัสของพระองค์ แม้
พระองค์ก็ขอได้ทรงโปรดกระทำตามคำของหม่อมฉัน
เราทั้งสองจะไปปลดปล่อยด้วยกัน.
[๓๘๖] หม่อมฉัน เป็นศาสดาของพระองค์ และ
เป็นพระสหายของพระองค์ด้วย ดูก่อนพระสหาย
พระองค์ได้ทรงกระทำตามคำของหม่อมฉัน แม้หม่อม

634
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 635 (เล่ม 62)

ฉันก็จะทำตามพระดำรัสของพระองค์ เราทั้งสองจะ
ไปปลดปล่อยด้วยกัน.
[๓๘๗] พระองค์ทั้งหลาย ไม่พึงประทุษร้ายแก่
พระราชานี้ ด้วยความแค้นว่า เราทั้งหลายเป็นผู้ถูก
เจ้ากัมมาสบาท ผู้มีเท้าด่างเบียดเบียน ถูกร้อยฝ่ามือ
ร้องไห้หน้าชุ่มด้วยน้ำตา ขอพระองค์ทั้งหลายจงทรง
รับสัจจปฏิญาณต่อหม่อมฉัน.
[๓๘๘] หม่อมฉันทั้งหลายจะไม่ประทุษร้ายแก่
พระราชานี้ ด้วยความแค้นว่า เราทั้งหลายเป็นผู้ถูก
เจ้ากัมมาสบาทเบียดเบียน ถูกร้อยฝ่ามือร่องไห้หน้าชุ่ม
ด้วยน้ำตา หม่อมฉันทั้งหลายขอรับสัจจปฏิญาณต่อ
พระองค์.
[๓๘๙] บิดาหรือมารดาเป็นผู้มีความกรุณา
ปรารถนาประโยชน์แก่บุตร ฉันใด แม่พระราชา
พระองค์นี้ก็จงเป็นเหมือนพระชนกชนนีของท่าน
ทั้งหลาย และท่านทั้งหลายก็จงเป็นเหมือนโอรส
ฉันนั้น.
[๓๙๐] บิดาหรือมารดาเป็นผู้มีความกรุณา
ปรารถนาประโยชน์แก่บุตร ฉันใด แม่พระราชา
พระองค์นี้ ขอจงเป็นเหมือนพระชนกชนนีของหม่อม
ฉันทั้งหลาย แม่หม่อมฉันทั้งหลายก็จะเป็นเหมือน
โอรส ฉันนั้น.

635
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 636 (เล่ม 62)

[๓๙๑] พระองค์เคยเสวยกระยาหารอันโอชารส
ล้วนแต่เนื้อสัตว์ ๔ เท้าและนก ที่พวกวิเศษปรุงให้
สำเร็จเป็นอย่างดี ดังท้าวสักกรินท์เทวราชเสวยสุธา-
โภชน์ฉะนั้น ไฉนจะทรงละไป ยินดีอยู่ในป่าแต่
พระองค์เดียวเล่า นางกษัตริย์เหล่านั้น ล้วนแต่เอวบาง
ร่างเล็กสะโอดสะองประดับประดาแล้ว แวดล้อม
บำเรอพระองค์ให้เบิกบานพระทัย ดังเทพอัปสร
แวดล้อมพระอินทร์ในทิพยสถานฉะนั้น ไฉนจะทรง
ละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า พระแท่น
บรรทมพนักแดง โดยมากปูลาดด้วยผ้าโกเชาว์ ล้วน
ลาดด้วยเครื่องลาดอันงดงาม ประดับด้วยเครื่อง
อลังการอันวิจิตร พระองค์เคยทรงบรรทมสำราญ
พระทัยบนท่ามกลางพระแท่นบรรทมเช่นนั้น ไฉนจะ
ทรงละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า เวลา
พลบค่ำมีการฟ้อนรำส่งสำเนียงเสียงตะโพนสำทับ
ดนตรี รับประสานเสียงล้วนแต่สตรีไม่มีบุรุษเจือปน
การขับและการประโคมก็ล้วนแต่ไพเราะ ไฉนจะทรง
ละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า พระราช
อุทยานนามว่า มิคชินวัน บริบูรณ์ด้วยบุบผชาติเป็น
อันมาก พระนครของพระองค์ประกอบด้วยพระราช
อุทยานเช่นนี้ เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจยิงนัก ทั้งสมบูรณ์
ด้วยม้า รถและคชสาร ไฉนจะทรงละไปยินดีอยู่ในป่า
แต่พระองค์เดียวเล่า.

636
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 637 (เล่ม 62)

[๓๙๒] ในกาฬปักษ์ พระจันทร์ย่อมเสื่อมลง
ทุกวัน ๆ ฉันใด ดูก่อนพระราชา การคบอสัตบุรุษ
ย่อมเปรียบเหมือนกาฬปักษ์ฉะนั้น หม่อมฉันก็เหมือน
กัน อาศัยคนครัวเครื่องต้นเป็นคนชั่วเลวทราม ได้ทำ
บาปกรรมอันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ ในศุกลปักษ์
พระจันทร์ย่อมเจริญขึ้น ทุกวัน ๆ ฉันใด การคบ
สัตบุรุษย่อมเปรียบเหมือนศุกลปักษ์ฉะนั้น ข้าแต่
พระเจ้าสุตโสม ขอจงทรงทราบว่า หม่อมฉันก็เหมือน
กัน อาศัยพระองค์จักกระทำกุศลกรรมอันเป็นเหตุให้
ไปสู่สุคติ ข้าแต่พระจอมประชาชน น้ำฝนตกลงใน
ที่ดอนย่อมไม่คงที่ ไม่ขังอยู่ได้นาน ฉันใด แม้การ
คบอสัตบุรุษของหม่อมฉันก็ย่อมไม่คงที่ เหมือนน้ำใน
ที่ดอนฉันนั้น ข้าแต่พระจอมประชาชน ผู้เป็นนระ
ผู้กล้าหาญอย่างประเสริฐสุด น้ำฝนตกลงในสระย่อม
ขังอยู่ได้นาน ฉันใด แม่การสมาคมกับสัตบุรุษของ
หม่อมฉัน ก็ย่อมตั้งอยู่ได้นานเหมือนน้ำในสระ
ฉันนั้น การสมาคมกับสัตบุรุษย่อมไม่รู้จักเสื่อม ย่อม
เป็นอยู่อย่างนั้น แม้ตลอดเวลาที่ชีวิตยังตั้งอยู่ ส่วน
การสมาคมกับอสัตบุรุษย่อมเสื่อมเร็ว เพราะเหตุนั้น
ธรรมของสัตบุรุษย่อมไกลจากอสัตบุรุษ.
[๓๙๓] พระราชาใดชนะคนที่ไม่ควรชนะ
พระราชานั้นไม่ชื่อว่าเป็นพระราชา ผู้ใดเอาชนะเพื่อน

637