พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 618 (เล่ม 62)

และชาย พระองค์เสวยเนื้อมนุษย์เป็นความจริงหรือ
พระเจ้าข้า.
[๓๒๐] จริงอย่างนั้นแหละ ท่านกาฬหัตถี เรา
ใช้พนักงานวิเศษ เมื่อเขาทำกิจเพื่อเรา ท่านบริภาษเขา
ทำใน.
[๓๒๑] ปลาอานนท์ซึ่งติดอยู่ในรสของปลา
ทุกชนิด กินปลาจนหมด เมื่อบริษัทหมดไป กิน
ตัวเองตาย พระองค์เป็นผู้ประมาทแล้ว ยินดีหนักใน
รส ถ้ายังเป็นพาลไม่ทรงรู้สึกต่อไป จำจะต้องละทิ้ง
พระโอรส พระมเหสี และพระประยูรญาติ กับเสวย
พระองค์เอง เหมือนปลาอานนท์ฉะนั้น เพราะได้
ทรงสดับเรื่องนี้ ขอความพอพระทัยของพระองค์จง
คลายไป ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่ ว่ามนุษย์ อย่า
ได้โปรดเสวยเนื้อมนุษย์เลย อย่าได้ทรงทำแว่นแคว้น
นี้ให้ว่างเปล่าเหมือนปลาฉะนั้นเลย.
[๓๒๒] กุฎุมพีนามว่าสุชาต โอรสผู้เกิดแต่ตน
ของเขาไม่ได้ชื่นชมพู่ เขาตายเพราะชิ้นชมพู่สินไป
ฉันใด ดูก่อนท่านกาฬหัตถี เราก็ฉันนั้น ได้บริโภค
อาหารอันมีรสสูงสุดแล้ว ไม่ได้เนื้อมนุษย์ เห็นจัก
ต้องละชีวิตเป็นแน่.
[๓๒๓] ดูก่อนมาณพ เจ้าเป็นผู้มีรูปงาม เกิด
ในตระกูลพราหมณ์โสตถิยะ เจ้าไม่ควรกินสิ่งที่ไม่
ควรกินนะพ่อ.

618
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 619 (เล่ม 62)

[๓๒๔] บรรดารสทั้งหลาย ปานะนี้ก็เป็นรส
อย่างหนึ่ง เพราะเหตุไร คุณพ่อจึงห้ามผม ผมจักไป
ในสถานที่ที่ผมจักได้รสเช่นนี้ ผมจักออกไปจักไม่อยู่
ในสำนักของคุณพ่อ เพราะผมเป็นผู้ที่คุณพ่อไม่ยินดี
จะเห็นหน้า.
[๓๒๕] ดูก่อนมาณพ ข้าจักได้บุตรที่เป็นทายาท
แม้เหล่าอื่นเป็นแน่ แน่ะเจ้าคนต่ำทราม เจ้าจงพินาศ
เจ้าจงไปเสียในสถานที่ที่ข้าจะไม่พึงได้ยิน.
[๓๒๖] ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมประชาชน
พระองค์ก็เหมือนกัน ขอเชิญสดับถ้อยคำของข้า.
พระองค์ เขาจักเนรเทศพระองค์เสีย จากแว่นแคว้น
เหมือนอย่างมาณพนักดื่มสุราฉะนั้น.
[๓๒๗] สาวกของพวกฤาษีผู้มีตนอันอบรมแล้ว
นามว่าสุชาต เขาปรารถนานางอัปสรจนไม่กินไม่ดื่ม
กามของมนุษย์ในสำนักถามอันเป็นทิพย์ เท่ากับเอา
ปลายหญ้าคาจุ่มน้ำมาเทียบกับน้ำในมหาสมุทร ดูก่อน
ท่านกาฬหัตถี เราได้บริโภคของกินที่มีรสอย่างสูงสุด
แล้ว ไม่ได้เนื้อมนุษย์ เห็นจักต้องละทิ้งชีวิตไปฉะนั้น.
[๓๒๘] เปรียบเหมือนพวกหงส์ธตรฐสัญจรไป
ทางอากาศ ถึงความตายทั้งหมดเพราะบริโภคอาหาร
ที่ไม่ควร ฉันใด ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมประชาชน
พระองค์ก็ฉันนั้นแลโปรดทรงสดับถ้อยคำของข้า

619
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 620 (เล่ม 62)

พระองค์ พระองค์เสวยมังสะที่ไม่ควร เหตุนั้นเขา
จัดเนรเทศพระองค์.
[๓๒๙] ท่านอันเราห้ามว่าจงหยุด ก็เดินไม่
เหลียวหลัง ดูก่อนท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ท่าน
ไม่ได้หยุด แต่กล่าวว่าหยุด ดูก่อนสมณะ นี้ควร
แก่ท่านหรือ ท่านสำคัญดาบของเราว่า เป็นขนปีกนก
ตะกรุมหรือ.
[๓๓๐] ดูก่อนพระราชา อาตมาเป็นผู้หยุดแล้ว
ในธรรมของตน ไม่ได้เปลี่ยนนามและโคตร ส่วน
โจรบัณฑิตกล่าวว่าไม่หยุดในโลก เคลื่อนจากโลกนี้
แล้วต้องเกิดในอบายหรือนรก ดูก่อนพระราชา ถ้า
มหาบพิตรทรงเชื่ออาตมา มหาบพิตรจงจับพระเจ้า
สุตโสมผู้เป็นกษัตริย์ มหาบพิตรทรงบูชายัญด้วย
พระเจ้าสุตโสมนั้น จักเสด็จไปสวรรค์ ด้วยประการ
อย่างนี้.
[๓๓๑] ชาติภูมิของท่านอยู่ถึงในแคว้นไหน
ท่านมาถึงในพระนครนี้ด้วยประโยชน์อะไร ดูก่อน
ท่านพราหมณ์ ขอท่านจงบอกประโยชน์นั้นแก่ข้าพเจ้า
ท่านปรารถนาอะไร ข้าพเจ้าจะให้ตามที่ท่านปรารถนา
ในวันนี้.
[๓๓๒] ข้าแต่พระจอมธรณี คาถา ๔ คาถา มี
อรรถอันลึกประเสริฐนัก เปรียบด้วยสาคร หม่อมฉัน

620
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 621 (เล่ม 62)

มาในพระนครนี้เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ขอพระองค์
โปรด ทรงสดับ คาถาอันประกอบด้วยประโยชน์อย่าง
ยอดเยี่ยมเถิด.
[๓๓๓] ชนเหล่าใดมีความรู้ มีปัญญา เป็น
พหูสูต คิดเหตุการณ์ได้มาก ชนเหล่านั้น ย่อมไม่
ร้องไห้ การที่บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้บรรเทาความ
เศร้าโศก ดูก่อนได้นี้แหละ เป็นที่พึ่งอย่างยอดเยี่ยมของ
นรชน ดูก่อนท่านสุตโสม พระองค์ทรงเศร้าโศกถึง
อะไร พระองค์เอง พระประยูรญาติ พระโอรส
พระมเหสี ข้าวเปลือก ทรัพย์ หรือเงินทอง ดูก่อน
ท่านโกรัพยะผู้ประเสริฐสุด หม่อมฉันขอฟังพระดำรัส
ของพระองค์.
[๓๓๔] หม่อมฉันมิได้เศร้าโศกถึงตน โอรส
มเหสี ทรัพย์และแว่นแคว้น แต่ธรรมของสัตบุรุษที่
ประพฤติมาแต่เก่าก่อน หม่อมฉันผัดเพี้ยนไว้ต่อ
พราหมณ์ หม่อมฉันเศร้าโศกถึงการผัดเพี้ยนนั้น
หม่อมฉันดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ในแว่นแคว้นของ
ตน ได้ทำการผัดเพี้ยนไว้กับพราหมณ์ (ถ้าพระองค์
ทรงปล่อยหม่อมฉัน ไป หม่อมฉันได้ฟังธรรมนั้นแล้ว)
จักเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมา.
[๓๓๕] คนมีความสุขหลุดพ้นจากปากของ
มฤตยูแล้ว จะพึงกลับมาสู่เงื้อมมือของศัตรูอีก ข้อนี้

621
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 622 (เล่ม 62)

หม่อมฉันยังไม่เชื่อ ดูก่อนท่านโกรัพยะผู้ประเสริฐสุด
พระองค์จะไม่เสด็จเข้าใกล้หม่อมฉันละซิ พระองค์
ทรงพ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท เสด็จไปถึงพระราช
มณเฑียรของพระองค์แล้ว จะมัวทรงเพลิดเพลินกาม
คุณารมณ์ ทรงได้พระชนมชีพอันเป็นที่รักแสนหวาน
ที่ไหนจักเสด็จกลับมายังสำนักของหม่อมฉันเล่า.
[๓๓๖] ผู้มีศีลบริสุทธิ์พึงปรารถนาความตาย ผู้
มีธรรมลามก ที่นักปราชญ์ติเตียน ไม่พึงปรารถนาชีวิต
นรชนใดพึงกล่าวเท็จ เพราะเหตุเพื่อประโยชน์แก่คน
ใด เหตุเพื่อประโยชน์แก่ตนนั้น ย่อมไม่รักษานรชน
นั้นจากทุคติได้เลย ถ้าแม้ลมจะพึงพัดเอาภูเขามาได้
ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะพึงตกลงมา ณ แผ่นดิน
ได้ และแม่น้ำทุกสายจะพึงไหลทวนกระแสได้ถึงอย่าง
นั้น หม่อมฉันก็ไม่พึงพูดเท็จเลยพระราชา.
[๓๓๗] ฟ้าพึงแตกได้ ทะเลพึงแห้งได้ แผ่นดิน
อันทรงไว้ซึ่งภูติพึงพลิกได้ เมรุบรรพตจะพึงเพิกถอน
ได้พร้อมทั้งราก ถึงอย่างนั้น หย่อมฉันก็จะไม่กล่าว
เท็จเลย.
[๓๓๘] ดูก่อนพระสหาย หม่อมฉันจะจับดาบ
และหอกจะทำแม้การสาบานแก่พระองค์ก็ได้ หม่อม
ฉันอันพระองค์ทรงปล่อยแล้ว เป็นผู้ใช้หนี้หมดแล้ว
จักเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมา.

622
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 623 (เล่ม 62)

[๓๓๙] การผัดเพี้ยนอันใด อันพระองค์ทรง
ดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ ในแว่นแคว้นของพระองค์
ทรงทำไว้กับพราหมณ์ การผัดเพี้ยนนั้นต่อพราหมณ์
ผู้ประเสริฐ พระองค์จงทรงรักษาความสัตย์เสด็จกลับ
มา.
[๓๔๐] การผัดเพี้ยนอันใด อันหม่อมฉันผู้ดำรง
อยู่ในความเป็นใหญ่ ในแว่นแคว้นของตน ได้ทำไว้
กับพราหมณ์ การผัดเพี้ยนนั้น ต่อพราหมณ์ผู้ประเสริฐ
หม่อมฉันจักรักษาความสัตย์กลับมา.
[๓๔๑] ก็พระเจ้าสุตโสมนั้น ทรงพ้นจาก
เงื้อมมือของเจ้าโปริสาทแล้ว ได้เสด็จไปตรัสกะ
พราหมณ์นั้นว่า ดูก่อนท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าขอฟัง
สตารหาคาถาซึ่งได้ฟังแล้ว จะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์
แก่ข้าพเจ้า.
[๓๔๒] ข้าแต่ท่านสุตโสม การสมาคมกับสัต-
บุรุษคราวเดียวเท่านั้น การสมาคมนั้นย่อมรักษาผู้นั้น
ไว้ การสมาคมกับอสัตบุรุษ แม้มากครั้งก็รักษาไม่ได้
พึงอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ พึงกระทำความสนิทสนมกับ
สัตบุรุษ เพราะรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีแต่
ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม ราชรถอันวิจิตรตระการตา
ยังคร่ำคร่าได้ และแม่สรีระก็เข้าถึงชราโดยแต่ ส่วน
ธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษ

623
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 624 (เล่ม 62)

กับสัตบุรุษเท่านั้นรู้กันได้ ฟ้าและแผ่นดินไกลกัน ฝั่ง
ข้างโน้นของมหาสมุทรเขากล่าวกันว่าไกล ข้าแต่พระ
ราชา ธรรมของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ นัก-
ปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า ไกลยิ่งกว่านั้น.
[๓๔๓] คาถาเหล่านี้ชื่อสาหัสสิยา ควรพัน มิใช่
ชื่อสตารหา ควรร้อย ดูก่อนพราหมณ์ เชิญท่านรีบมา
รับเอาทรัพย์สี่พันเถิด.
[๓๔๔] คาถาควรแปดสิบและควรเก้าสิบ แม้
ควรร้อยก็มี ดูก่อนพ่อสุตโสม พ่อจงรู้ด้วยตนเอง
คาถาชื่อสาหัสสิยา ควรพันมีที่ไหน.
[๓๔๕] หม่อมฉันปรารถนาความเจริญทางศึกษา
ของตน สัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบพึงคบหาหม่อมฉัน ข้า
แต่ทูลกระหม่อม หม่อมฉันไม่อิ่มด้วยสุภาษิต เหมือน
ดังมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยแม่น้ำฉะนั้น ข้าแต่พระราชา
ผู้ประเสริฐสุด ไฟไหม้หญ้าและไม้ย่อมไม่อิ่ม เเละ
สาครก็ไม่อิ่มด้วยแม่น้ำทั้งหลาย ฉันใด แม่บัณฑิต
เหล่านั้นฉันนั้น ได้ฟังคำสุภาษิตแล้ว ย่อมไม่อิ่ม
ด้วยสุภาษิต ข้าแต่พระทูลกระหม่อมจอมประชาชน
เมื่อใดหม่อมฉันฟังคาถาทีมีประโยชน์ต่อทาสของตน
เมื่อนั้น หม่อมฉันย่อมตั้งใจฟังคาถานั้นโดยเคารพ ข้า-
แต่พระทูลกระหม่อม หม่อมฉันไม่มีความอิ่มในธรรม
เลย.

624
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 625 (เล่ม 62)

[๓๔๖] รัฐมณฑลของทูลกระหม่อมนี้ บริบูรณ์
ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทุกอย่างพร้อมทั้งทรัพย์ ยวดยาน
และพระธำมรงค์ ทูลกระหม่อมทรงบริภาษหม่อมฉัน
เพราะเหตุแห่งถามทำไม หม่อมฉันขอทูลลาไปใน
สำนักโปริสาท ณ บัดนี้.
[๓๔๗] กองทัพช้าง กองทัพม้า กองทัพรถ
และกองราบ ล้วนแต่เชี่ยวชาญการธนูพอที่จะรักษา
ตัวได้ เราจะยกทัพไปจับศัตรูฆ่าเสีย.
[๓๔๘] โปริสาทได้ทำกิจที่ทำได้แสนยาก จับ
หม่อมฉันได้ทั้งเป็นแล้วปล่อยมา หม่อมฉันระลึกถึง
บุรพกิจเช่นนั้นอยู่ ข้าแต่พระทูลกระหม่อมจอมประ-
ชาชน หม่อมฉันจะประทุษร้ายต่อโปริสาทนั้นได้
อย่างไร.
[๓๔๙] พระเจ้าสุตโสมถวายบังคมพระราชบิดา
และพระราชมารดาทรงอนุศาสน์พร่ำสอนชาวนิคม
และพลนิกรแล้ว เป็นผู้ตรัสคำสัตย์ ทรงรักษาความ
สัตย์ ได้เสด็จไปในสำนักของโปริสาท.
[๓๕๐] หม่อมฉันผู้ดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ใน
แว่นแคว้นของตน ได้ทำการผัดเพี้ยนไว้กับพราหมณ์
การผัดเพี้ยนนั้น ต่อพราหมณ์ผู้ประเสร็ฐ หม่อมฉัน
เป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมาแล้ว ดูก่อนท่านโปริสาท
เชิญท่านบูชายัญกินเราเถิด.

625
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 626 (เล่ม 62)

[๓๕๑] การกินของหม่อมฉัน ย่อมไม่หายไปใน
ภายหลัง จิตกาธารนี้ก็ยังมีควันอยู่ เนื้อที่สุกบนถ่าน
อันไม่มีควัน ชื่อว่าสุกดีแล้ว หม่อมฉันจะขอฟังสตาร-
หาคาถาเสียก่อน.
[๓๕๒] ดูก่อนท่านโปริสาท พระองค์เป็นผู้ทรง
ประพฤติไม่ชอบธรรม ต้องพลัดพรากจากรัฐมณฑล
เพราะเหตุแห่งท้อง ส่วนคาถานี้ย่อมกล่าวสรรเสริญ
ธรรม ธรรมและอธรรมจะลงรอยกันได้ที่ไหน คนผู้
ประพฤติไม่ชอบธรรม หยาบช้า มีฝ้ามือชุ่มด้วยเลือด
เป็นนิตย์ย่อมไม่มีสัจจะ ธรรมจักมีแต่ที่ไหน พระองค์
จักทรงทำประโยชน์อะไรด้วยการสดับเล่า.
[๓๕๓] ผู้ใดเที่ยวล่าเนื้อเพราะเหตุแห่งมังสะ
หรือผู้ใดฆ่าคนเพราะเหตุแห่งตน แม้คนทั้งสองนั้น
ย่อมเสมอกันในโลกเบื้องหน้า เพราะเหตุไรหนอพระ
องค์จึงประณามเฉพาะหม่อมฉันว่า ประพฤติไม่ชอบ
ธรรม.
[๓๕๔] เนื้อสัตว์ ๑๐ ชนิด อันกษัตริย์ผู้รู้ขัตติย-
ธรรมไม่ควรเสวย ดูก่อนพระราชา พระองค์เสวยเนื้อ
มนุษย์ซึ่งเป็นเนื้อที่ไม่ควรเสวยเพราะฉะนั้น พระองค์
จึงชื่อว่าประพฤติไม่ชอบธรรม.
[๓๕๕] พระองค์พ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท
เสด็จไปถึงพระราชมณเฑียรของพระองค์แล้ว ทรง

626
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 627 (เล่ม 62)

เพลิดเพลินในกามคุณารมฌ์ ยังเสด็จกลับมาสู่เงื้อมมือ
ของหม่อมฉันผู้เป็นศัตรูอีก พระองค์เป็นผู้ไม่ฉลาด
ในขัตติยธรรมเลยนะ พระราชา.
[๓๕๖] ชนเหล่าใดเป็นผู้ฉลาดในขัตติยธรรม
ชนเหล่านั้นต้องตกนรกโดยมาก พระฉะนั้นหม่อม
ฉันจึงละขัตติยธรรมเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมา ดู-
ก่อนท่านโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉัน
เถิด.
[๓๕๗] ปราสาทราชมณเฑียร แผ่นดิน โค
ม้า หญิงที่น่ารักใคร่ ผ่าแคว้นกาสี และแก่นจันทน์
พระองค์ทรงได้ทุกสิ่งทุกอย่างในพระนครนั้น เพราะ
พระองค์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงเห็นอานิสงส์อะไร
ด้วยความสัตย์.
[๓๕๘] รสเหล่าใดมีอยู่ในแผ่นดิน สัจจะเป็น
รสที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จกว่ารสเหล่านั้น เพราะว่า
สมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในสัจจะย่อมข้ามพ้นฝั่งแห่งชาติ
และมรณะได้.
[๓๕๙] พระองค์พ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท
เสด็จไปถึงพระราชมณเฑียรของพระองค์แล้ว ทรง
เพลิดเพลินในกามคุณารมณ์ยังเสด็จกลับ มาสู่เงื้อมมือ
ของหม่อมฉันผู้เป็นศัตรูอีก ข้าแต่พระจอมประชาชน
พระองค์ไม่ทรงกลัวความตายแน่ละหรือ พระองค์ผู้
ตรัสคำสัตย์ไม่มีพระทัยท้อแต่ละหรือ

627