พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 518 (เล่ม 62)

ขาวชื่อปุณณมุขะ อันนางนกดุเหว่าเหล่านั้นบำเรออยู่ทุกวัน ๆ ย่อมสรรเสริญ
อย่างนี้ว่า ดีละ ๆ น้องหญิงทั้งหลาย การที่เธอทั้งหลายบำรุงบำเรอสามีอย่างนี้
สมควรแก่เธอทั้งหลายผู้เป็นกุลธิดา.
[๒๙๘] ได้ยินว่า ในกาลต่อมา นกดุเหว่าขาวชื่อปุณณมุขะได้เข้า
ไปหาพญานกกุณาละถึงที่อยู่ พวกนางนกดุเหว่าบริจาริกาของพญานกกุณาละ
ได้เห็นพญานกปุณณมุขะนั้นกำลังบินมาแต่ไกล จึงพากันเข้าไปหา แล้วพูด
กะพญานกปุณณมุขะนั้นว่า ดูก่อนสหายปุณณมุขะ พญานกกุณาละนี้เป็น
นกหยาบช้า มีวาจาหยาบคายเหลือเกิน แม้ไฉน พวกเราจะพึงได้วาจาอัน
น่ารักเพราะอาศัยท่านบ้าง พญานกปุณณมุขะจึงตอบว่า บางทีจะได้กระมัง
น้องหญิงทั้งหลาย แล้วเข้าไปหาพญานกกุณาละกล่าวสัมโมทนียกถากับ
พญานกกุณาละแล้ว สถิตอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วพญานก
ปุณณมุขะได้กล่าวกะพญานกกุณาละว่า ดูก่อนสหายกุณาละ เพราะเหตุไร
ท่านจึงปฏิบัติผิดต่อนางนกทั้งหลายที่มีชาติเสมอกัน เป็นลูกของผู้มีสกุล ซึ่ง
ปฏิบัติดีต่อท่านเล่า ดูก่อนสหายกุณาละ นางนกทั้งหลายถึงเขาจะพูดไม่ถูกใจ
เราก็ควรจะพูดให้ถูกใจ จะป่วยกล่าวไปไยถึงนางนกที่พูดถูกใจเล่า เมื่อพญา
นกปุณณมุขะกล่าวอย่างนี้แล้ว พญานกกุณาละได้รุกรานพญานกปุณณมุขะ
อย่างนี้ว่า แนะสหายลามกชั่วถ่อย เจ้าฉิบหาย เจ้าละลาย ใครจะเป็น
ผู้ฉลาดด้วยการชนะเมียยิ่งไปกว่าเจ้า ก็แหละพญานกปุณณมุขะถูกรุกรานอย่าง
นี้แล้ว ก็กลับไปเสียจากที่นั้น.
[๒๙๙] ได้ยินว่า สมัยต่อมา โดยกาลล่วงไปไม่นานนัก อาพาธ
อันแรงกล้าเกิดขึ้นแก่พญานกปุณณมุขะ คือ ลงเป็นโลหิต เกิดเวทนากล้าแข็ง

518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 519 (เล่ม 62)

จวนจะตาย ครั้งนั้น พวกนางนกดุเหว่า ที่เป็นบริจาริกาของพญานกปุณณมุขะ
เกิดความปริวิตกว่า พญานกปุณณมุขะนี้ อาพาธหนักนกแล ไฉนจะพึงหายจาก
อาพาธนี้หนอ นางนกดุเหว่าเหล่านั้น ละทิ้งพญานกปุณณมุขะไว้แต่ตัวเดียว
ไม่มีเพื่อนสอง พากันเข้าไปหาพญานกกุณาละ พญานกกุณาละได้เห็นนางนก
ดุเหว่าเหล่านั้นพากันมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้กล่าวกะนางนกดุเหว่านั้นว่า พวก
อีถ่อย ผัวของเจ้าไปไหนเสียเล่า นางนกดุเหว่าเหล่านั้นจึงตอบว่า ท่านสหาย
กุณาละ พญานกปุณณมุขะอาพาธหนักนักแล ไฉนจะพึงหายจากอาพาธหนักนั้น
เมื่อนางนกดุเหว่าเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว พญานกกุณาละได้รุกรานนางนก
ดุเหว่าเหล่านั้นอย่างนี้ว่า อีถ่อยฉิบหาย อีถ่อยละลาย อีนางโจร อีนางนักเลง
อีเผอเรอ อีใจง่าย อีไม่รู้จักคุณคน อีไปตามใจเหมือนลม ครั้นกล่าวรุกราน
แล้ว ได้เข้าไปหาพญานกปุณณมุขะ แล้วร้องเรียกว่า เฮ้ยสหายปุณณมุขะ
พญานกปุณณมุขะขานรับว่า อ้าสหายกุณาละ ได้ยินว่า พญานกกุณาละเข้าไป
ประคบประหงมพญานกปุณณมุขะด้วยปีกและจะงอยปาก พอให้ลุกขึ้นได้แล้ว
ให้ดื่มยาต่าง ๆ อาพาธของพญานกปุณณมุขะก็สงบระงับ.
[๓๐๐] ได้ยินว่า พญานกกุณาละได้กล่าวกะพญานกปุณณมุขะที่หาย
จากไข้ยังไม่นานนักว่า ดูก่อนสหายปุณณมุขะ เราเห็นมาแล้ว นางกัณหา
สองพ่อ นางมีผัว ๕ คน ยังมีจิตปฏิพัทธ์ในบุรุษคนที่ ๖ ซึ่งเป็นคนเปลี้ย
เหมือนศพศีรษะขาด.
และในเรื่องนี้มีคำเป็นยาถาอีกส่วนหนึ่งว่า
ครั้งนั้น นางคนหนึ่งล่วงละเมิดสามี ๕ คนคือ
พระเจ้าอัชชุนะ พระเจ้านกุละ พระเจ้าภีมเสน พระ-

519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 520 (เล่ม 62)

เจ้ายุธิษฐิล และพระเจ้าสหเทพ แล้วได้กระทำลามก
กับบุรุษเปลี้ยแคระ.
ดูก่อนสหายปุณณมุขะ เราเห็นนาแล้ว นางสมณีชื่อปัญจตปาวี อยู่
ในท่ามกลางป่าช้า อดอาหาร ๔ วันจึงบริโภคครั้งหนึ่ง ได้กระทำกรรมอัน
ลามกกับนักเลงสุรา ดูก่อนสหายปุณณมุขะ เราเห็นมาแล้ว นางเทวีนามว่า
กากวดี อยู่ในท่ามกลางสมุทร เป็นภรรยาของพญาครุฑชื่อว่าท้าวเวนไตย
ได้กระทำกรรมอันลามกกับกุเวรผู้เจนจบในการฟ้อน ดูก่อนสหายปุณณมุขะ
เราเห็นมาแล้ว นางขนงามนามว่า กรุงคเทวี รักใคร่ได้เสียกับเอฬกกุมาร
ได้กระทำกรรมอันลามกกับธนันเตวาสีผู้เป็นคนใช้ของฉฬังคกุมาร เป็นความ
จริง เราได้รู้มาอย่างนี้แล พระมารดาของพระเจ้าพรหมทัต ทรงทอดทิ้ง
พระเจ้าโกศลราช ได้ทรงกระทำกรรมอันลามกกับพราหมณ์ชื่อปัญจาลจัณฑะ
หญิง ๕ คนนี้ก็ดี หญิงอื่นก็ดี ได้กระทำมาแล้ว
ซึ่งกรรมอันลามก เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่วิสาสะ
ไม่สรรเสริญหญิงทั้งหลาย มหาปฐพีอันทรงไว้ซึ่ง
สรรพสัตว์ ยินดีเสมอกัน เป็นที่รับรองสิ่งดีและ
สิ่งชั่ว ทนทานได้หมด ไม่ดิ้นรน ไม่หวั่นไหว ฉันใด
หญิงทั้งหลายก็เหมือนกัน นรชนจึงไม่ควรวิสาสะกับ
หญิงเหล่านี้ ราชสีห์ซึ่งเป็นสัตว์ดุร้าย กินเนื้อและ
เลือดเป็นอาหาร มีอาวุธ ๕ อย่าง เป็นสัตว์หยาบช้า
ยินดีในการเบียดเบียนสัตว์อื่น ข่มขี่สัตว์ทั้งหลายกิน

520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 521 (เล่ม 62)

ฉันใด หญิงทั้งหลายก็ฉันนั้น นรชนจึงไม่ควรวิสาสะ
กับหญิงเหล่านั้น.
ดูก่อนปุณณมุขะ ได้ยินว่า หญิงทั้งหลายไม่ใช่แพศยา ไม่ใช่นางงาม
ไม่ใช่หญิงสัญจร ชื่อทั้ง ๓ นี้ ไม่ใช่ชื่อโดยกำเนิด หญิงเหล่านี้คือ แพศยา
นางงาม หญิงสัญจร เป็นชื่อผู้ฆ่า หญิงทั้งหลายมุ่นมวยผมเหมือนพวก
โจรประทุษร้ายให้เป็นพิษเหมือนสุราเจือยาพิษ พูดโอ้อวดเหมือนคนขายของ
ตลบตะแลง พลิกแพลงเหมือนเขาเนื้อ สองลิ้นเหมือนงู ปกปิดเหมือนหลุมคูถ
ที่ปิดด้วยกระดาน ให้เต็มได้ยากเหมือนไฟ ให้ยินดีได้ยากเหมือนรากษส นำไป
โดยส่วนเดียวเหมือนพญายม กินทุกอย่างเหมือนไฟ พัดพาไปทุกอย่างเหมือน
แม่น้ำ ประพฤติตามปรารถนาเหมือนลม ไม่ทำอะไรให้วิเศษเหมือนเขาเมรุมาศ
ผลิตผลเป็นนิตย์เหมือนต้นไม้มีพิษ.
และในเรื่องนี้มีคำกล่าวเป็นคาถาไว้อีกส่วนหนึ่งว่า
หญิงทั้งหลายมุ่นมวยผมเหมือนโจร ประทุษร้าย
เหมือนสุราเจือยาพิษ พูดโอ้อวดเหมือนคนขายของ
ตะแลงพลิกแพลงเหมือนเขาเนื้อ สองลิ้นเหมือน
งู ปกปิดเหมือนหลุมคูถที่ปิดด้วยกระดาน ให้เต็ม
ได้ยากเหมือนไฟ ให้ยินดีได้ยากเหมือนรากษส นำไป
ส่วนเดียวเหมือนพญายม กินทุกอย่างเหมือนไฟ พัด
พาไปทุกอย่างเหมือนแม่น้ำ ประพฤติตามปรารถนา
เหมือนลม ไม่ทำอะไรให้วิเศษเหมือนเขาเมรุมาศ

521
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 522 (เล่ม 62)

ผลิตผลเป็นนิตย์เหมือนต้นไม้มีพิษ หญิงทั้งหลายเป็น
ผู้กำรัตนะไว้ในมือจนนับไม่ถ้วน ทำโภคสมบัติใน
เรือนให้พินาศ.
[๓๐๑] ดูก่อนปุณณมุขะ ทรัพย์ ๔ อย่างนี้ คือ โคผู้ โคนม ยาน
ภรรยา ไม่ควรให้อยู่ในสกุลอื่น บัณฑิตไม่พึงรักษาทรัพย์ ๔ อย่างนี้ให้อยู่
พรากจากเรือน.
คนฉลาดย่อมไม่ฝากทรัพย์ ๔ อย่างนี้ คือ โคผู้ ๑
โคนม ๑ ยานพาหนะ ๑ ภรรยา ๑ ไว้ในตระกูลญาติ
เพราะว่าคนที่ไม่มียานพาหนะ ย่อมใช้รถที่ฝากไว้
ย่อมฆ่าโคผู้เสีย เพราะใช้ลากเข็นเกินกำลัง ย่อมฆ่า
ลูกโคเพราะรีดนม ภรรยาย่อมประทุษร้ายในตระกูล
ญาติ.
[๓๐๒] ดูก่อนสหายปุณณมุขะ สิ่งของ ๖ อย่างนี้ เมือกิจธุระเกิดขึ้น
ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ คือ
ธนูไม่มีสาย ๑ ภรรยาอยู่ในตระกูลญาติ ๑
เรือที่ฝั่งโน้น ๑ ยานพาหนะที่เพลาหัก ๑ มิตรอยู่ไกล
๑ สหายลามก ๑ สิ่งของทั้ง ๖ นี้ เมื่อกิจธุระเกิดขึ้น
ใช่ประโยชน์ไม่ได้.
[๓๐๓] ดูก่อนสหายปุณณมุขะ หญิงย่อมดูหมิ่นสามีเพราะเหตุ ๘
ประการ คือ เพราะสามีเป็นคนจน ๑ เพราะสามีเจ็บกระเสาะกระแสะ ๑
เพราะสามีเป็นคนแก่ ๑ เพราะสามีเป็นนักเลงสุรา ๑ เพราะสามีเป็นคนโง่ ๑

522
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 523 (เล่ม 62)

เพราะสามีเป็นคนมัวเมา ๑ เพราะคล้อยตามในกิจทุกอย่าง ๑ เพราะไม่ก่อ
ให้ทรัพย์ทุกอย่างเกิดขึ้น ๑ ดูก่อนสหายปุณณมุขะ ได้ยินว่า หญิงย่อมดูหมิ่น
สามีด้วยเหตุ ๘ ประการนี้.
และในเรื่องนี้มีถ้อยคำเป็นคาถาอีกส่วนหนึ่งว่า
หญิงย่อมดูหมิ่นสามีด้วยเหตุ ๘ ประการ คือ
ความจน ๑ เจ็บกระเสาะกระแสะ ๑ เป็นคนแก่ ๑
เป็นนักเลงสุรา ๑ เป็นคนโง่ ๑ เป็นคนมัวเมา ๑
คล้อยตามในกิจทุกอย่าง ไม่ก่อสิ่งปรารถนาทุกอย่าง
ให้เกิดขึ้น ๑.
[๓๐๔] ดูก่อนสหายปุณณมุขะ หญิงย่อมนำความประทุษร้ายมาให้
สามี ด้วยเหตุ ๙ ประการ คือ หญิงเป็นคนมักไปป่า ๑ มักไปสวน ๑ มักไป
ท่าน้ำ ๑ มักไปหาตระกูลญาติ ๑ มักไปหาตระกูลอื่น ๑ มักชอบใช้กระจกและ
ชอบประดับด้วยผ้า ๑ มักดื่มน้ำเมา ๑ มักเยี่ยมมองหน้าต่าง ๑ มักยืนแอบ
ประตู ๑ ดูก่อนสหายปุณณมุขะ ได้ยินว่า หญิงย่อมนำความประทุษร้ายมาให้
สามีเพราะเหตุ ๙ ประการนี้แล.
และในเรื่องนี้มีถ้อยคำกล่าวเป็นคาถาไว้อีกส่วนหนึ่งว่า
หญิงย่อมนำความประทุษร้ายมาให้สามีด้วยเหตุ
๙ ประการนี้ คือ มักไปป่า ๑ มักไปสวน ๑ มักไป
ท่าน้ำ ๑ มักไปหาตระกูลญาติ ๑ มักไปหาตระกูลอื่น ๑
มักชอบใช้กระจกและชอบประดับด้วยผ้า ๑ มักดื่ม
น้ำเมา ๑ มักเยี่ยมมองหน้าต่าง ๑ มักยืนแอบประตู ๑.

523
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 524 (เล่ม 62)

[๓๐๕] ดูก่อนสหายปุณณมุขะ หญิงย่อมยั่วยวนชายด้วยเหตุ ๔๐
ประการ คือ ดัดกาย ก้มตัว กรีดกราย ทำอาย แกะเล็บ เอาเท้า
เหยียบกัน เอาไม้ขีดแผ่นดิน ทำกระโดดเอง ให้เด็กกระโดด เล่นเอง ให้
เด็กเล่น จุมพิตเด็ก ให้เด็กจุมพิต กินเอง ให้เด็กกิน ให้ของแก่เด็ก
ขอของจากเด็ก ทำตามที่เด็กกระทำ พูดเสียงสูง พูดเสียงต่ำ พูดเปิดเผย
พูดกระซิบ ทำซิกซี้ด้วยการฟ้อน การขับ การประโคม ร้องไห้ กรีดกราย
ด้วยการแต่งกาย ทำปิ่ง ยักเอว ส่ายผ้าที่ปิดของลับ เลิกขา ปิดขา ให้เห็นนม
ให้เห็นรักแร้ ให้เห็นท้องน้อย หลิ่วตา เลิกคิ้ว เม้มปาก แลบลิ้น ขยายผ้า
กลับนุ่งผ้า สยายผม มุ่นผม ดูก่อนสหายปุณณมุขะ ได้ยินว่า หญิงย่อม
ยั่วยวนชายด้วยเหตุ ๔๐ ประการนี้แล.
[๓๐๖] ดูก่อนสหายปุณณมุขะ พึงทราบเถิดว่า หญิงเป็นคนประทุษ-
ร้ายสามีด้วยเหตุ ๒๕ ประการ คือ ย่อมพรรณนาการไปแรมคืนของสามี
ย่อมไม่ระลึกถึงสามีที่ไปแรมคืน ย่อมไม่ยินดีกะสามีที่มาแล้ว ย่อมกล่าวโทษ
สามี ไม่กล่าวคุณแห่งสามี ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สามี ย่อม
ไม่ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สามี ย่อมการทำกิจที่ไม่สมควรแก่สามี ย่อม
ไม่กระทำกิจที่สมควรแก่สามี ย่อมคลุมหัวนอน นอนเบือนหน้าไปทางอื่น
ย่อมนอนพลิกกลับไปมา ย่อมทำวุ่นวายนอนถอนหายใจยาว ย่อมทำระทม
ทุกข์ ย่อมไปอุจจาระปัสสาวะบ่อย ๆ ย่อมประพฤติตรงกันข้าม ได้ยินเสียง
ชายอื่นย่อมเงี่ยหูฟัง ย่อมล้างผลาญทรัพย์สมบัติ ย่อมทอดสนิทชิดชอบกับชาย
ผู้คุ้นเคย ย่อมออกนอกบ้านเสมอ ประพฤติผิดจากความดี ย่อมประพฤติ
นอกใจไม่เคารพในสามี มีใจประทุษร้าย ย่อมยืนอยู่ที่ประตูเนือง ๆ ย่อมทำ

524
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 525 (เล่ม 62)

ให้เห็นรักแร้ นม ย่อมไปเพ่งดูทิศต่าง ๆ ดูก่อนสหายปุณณมุขะ พึงทราบ
เถิดว่า หญิงเป็นคนประทุษร้ายสามีด้วยเหตุ ๒๕ ประการนี้แล.
และในเรื่องนี้มีคำกล่าวเป็นคาถาอีกส่วนหนึ่งว่า
หญิงย่อมพรรณนาการไปแรมทางไกลของสามี
ย่อมไม่เศร้าโศกถึงการไปของสามี ครั้นเห็นสามีกลับ
มาก็ไม่แสดงความยินดี ย่อมไม่กล่าวคุณแห่งสามีใน
กาลไหน ๆ อาการเหล่านี้เป็นลักษณะของหญิงผู้
ประทุษร้าย หญิงผู้ไม่สำรวม ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่
เป็นประโยชน์แก่สามี ย่อมทำประโยชน์ของสามีไม่
เสื่อม ย่อมกระทำกิจที่ไม่สมควรแก่สามี ย่อมคลุม
หัวนอน นอนเปื้อนหน้าไปทางอื่น อาการเหล่านี้เป็น
ลักษณะของหญิงผู้ประทุษร้าย หญิงย่อมนอนพลิก
กลับไปมา ย่อมทำวุ่นวาย นอนถอนหายใจยาว ย่อม
ทำระทมทุกข์ ย่อมไปอุจจารปัสสาวะบ่อย ๆ อาการ
เหล่านี้เป็นลักษณะของหญิงผู้ประทุษร้าย หญิงย่อม
ประพฤติตรงกันข้าม ไม่กระทำกิจที่สมควรแก่สามี
ย่อมเงี่ยหูฟังเมื่อชายอื่นพูด ล้างผลาญโภคสมบัติ
กระทำความสนิทสนมชมชอบกับชายอื่น อาหารเหล่า
นี้เป็นลักษณะของหญิงผู้ประทุษร้าย หญิงย่อมทำ
ทรัพย์สมบัติที่สามีได้มาโดยความลำบาก หามาได้โดย
ฝืดเคือง เก็บสะสมไว้ได้ด้วยความยากแค้นให้พินาศ
อนึ่ง ย่อมกระทำความสนิทสนมชมชอบกับชายที่

525
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 526 (เล่ม 62)

คุ้นเคยกัน อาการเหล่านี้เป็นลักษณะของหญิงผู้
ประทุษร้าย หญิงออกนอกบ้านเสมอ ประพฤติผิด
จากความดี มีใจคิดประทุษร้ายในสามีอยู่เป็นนิตย์
เป็นผู้ประพฤตินอกใจ ปราศจากความเคารพ อาการ
เหล่านี้เป็นลักษณะของหญิงผู้ประทุษร้าย หญิงย่อม
ยินอยู่ที่ใกล้ประตูเนือง ๆ แสดงนมบ้าง รักแร้บ้าง
ให้เห็น มีจิตวอกแวกเพ่งดูทิศต่าง ๆ อาการเหล่านี้
เป็นลักษณะของหญิงผู้ประทุษร้าย แม่น้ำทั้งปวงมีทาง
คดเคี้ยว และป่าทั้งปวงรกเรี้ยวด้วยต้นไม้ ฉันใด
หญิงทั้งปวงเมื่อได้ช่อง (ที่ลับ ) พึงกระทำกรรมอัน
ลามก ฉันนั้น ถ้าว่าพึงได้โอกาส ที่ลับ หรือพึงได้
ช่องเช่นนั้น หญิงทั้งปวงพึงกระทำกรรมอันลามก
เป็นแน่ ไม่ได้ชายที่สมบูรณ์อื่น ก็ยอมทำกับคนเปลี้ย
ในพวกนารีที่หลายใจ เป็นผู้กระทำความยั่วยวนแก่
ชายทั้งหลาย ไม่มีใครข่มขี่ได้ ถ้านารีเหล่าใดแม้จะ
ทำให้พอใจโดยประการทั้งปวง ก็ไม่ควรวางใจในนารี
เหล่านั้น เพราะว่า นารีเหล่านั้นเสมอด้วยท่าน้ำ.
[๓๐๗] บัณฑิตได้เห็นเรื่องอย่างไร ของพระเจ้า
กินนรและพระนางกินรีเทวี แล้วพึงรู้เถิดว่า หญิง
ทั้งปวงย่อมไม่ยินดีในเรือนของตน พระนางกินรีเทวี
ทรงเห็นบุรุษอื่นแม้จะเป็นคนง่อยเปลี้ย ยังละทิ้ง
พระราชสวามีเช่นพระเจ้ากินนร ไปทำกรรมอันลามก
กับบุรุษเปลี้ยนั้นได้.

526
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 527 (เล่ม 62)

[๓๐๘] พระเจ้าพกะและพระเจ้าพาวรีย์ ทรง
หมกมุ่นอยู่ในกามเกินส่วน พระมเหสียังประพฤติ
อนาจารกับคนใช้ใกล้ชิด ซ้ำตกอยู่ในอำนาจ พึงมี
หรือที่หญิงจะไม่ประพฤติล่วงชายอื่น นอกจากคนนั้น.
[๓๐๙] พระนางปิงคิยานีพระมเหสีที่รักของ
พระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง ได้ประพฤติ
อนาจารกับคนเลี้ยงม้าผู้ใกล้ชิด และเป็นไปในอำนาจ
พระนางปิงคิยานีผู้ใคร่กามนั้น ไม่ได้ประสบความใคร่
ทั้งสองราย.
[๓๑๐] บุรุษผู้ไม่ถูกผีสิง ไม่ควรเชื่อหญิง
ทั้งหลายผู้หยาบช้า ใจเบา อกตัญญู ประทุษร้ายมิตร
หญิงเหล่านั้นไม่รู้จักสิ่งที่กระทำแล้ว สิ่งที่ควรกระทำ
ไม่รู่จักมารดาบิดาหรือพี่น้อง ไม่มีล0ะอาย ล่วงเสีย
ซึ่งธรรม ย่อมเป็นไปตามอำนาจจิตของตน เมื่อมี
อันตราย และเมื่อกิจเกิดขึ้น ย่อมละทิ้งสามแม้จะอยู่
ด้วยกันมานาน เป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นที่อนุเคราะห์
แม่เสมอกับชีวิต เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่วิสาสะกับ
หญิงทั้งหลาย จริงอยู่ จิตของหญิงเหมือนจิตของวานร
ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เหมือนเงาไม้ หัวใจของหญิงไหวไป
ไหวมา เหมือนล้อรถที่กำลังหมุน เมื่อใด หญิงทั้งหลาย
ผู้มุ่งหวัง เห็นทรัพย์ของบุรุษที่ควรจะถือเอาได้ เมื่อนั้น
ก็ใช้วาจาอ่อนหวานชักนำบุรุษไปได้ เหมือนชาว

527