นางเทพธิดาเหล่านั้น อันท้าวสักกะผู้ประเสริฐ
กว่าเทวดารักษาแล้ว บันเทิงอยู่ ณ ภูเขาคันธมาทน์
ซึ่งเป็นภูเขาสูงสุด ในกาลนั้น นารทดาบสผู้
ประเสริฐกว่าฤาษี ผู้สามารถไปตลอดโลกทั้งปวง ได้
มาถือเอากิ่งไม้อันประเสริฐมีดอกบานงามดีแล้ว
ดอกไม้นั้นสะอาดมีกลิ่นหอม เทพยดาชั้นดาวดึงส์พา
กันกระทำสักการะ เป็นดอกไม้สูงสุด ท้าวสักกะผู้
ประเสริฐกว่าเทวดาทั้งหลายได้เสพแล้ว ส่วนพวก
มนุษย์เหล่าอื่น หรือพวกอสูรไม่ได้แล้ว เว้นไว้แต่พวก
เทวดา เป็นดอกไม้ที่มีประโยชน์อันสมควรแก่พวก
เทวดาเหล่านั้น ในลำดับนั้น นางเทพนารีทั้ง ๔ คือ
นางอาสา นางศรัทธา นางสิริ และนางหิริ ผู้มี
ผิวพรรณประหนึ่งทองคำ เป็นใหญ่กว่านางเทพธิดา
ผู้รื่นเริง ลุกาขึ้นกล่าวกะนารทมุนีผู้เป็นพราหมณ์
ประเสริฐกว่าพวกเทวดามากว่า ข้าแต่มหามุนีผู้
ประเสริฐ ถ้าดอกปาริฉัตตกะนี้ พระผู้เป็นเจ้าไม่เจาะ
จงแล้ว ก็จงให้แก่พวกข้าพเจ้าเถิด คติทั้งปวงจงสำเร็จ
แก่พระผู้เป็นเจ้า ขอพระผู้เป็นเจ้าจงให้แก่พวกข้าพ-
เจ้าดุจท้าววาสวะฉะนั้นเถิด นารทดาบสเห็นนาง
เทพธิดาทั้ง ๔ พากันขอดอกไม้นั้น จึงกล่าวว่า ท่าน
พูดถ้อยคำชวนทะเลาะ เราหามีความต้องการด้วย
ดอกไม้เหล่านี้สักน้อยหนึ่งไม่ บรรดาพวกเจ้าทั้ง ๔
นางใดประเสริฐกว่า นางนั้นก็จงประดับดอกไม้นั้นเถิด.