ว่าเรามีความประสงค์ จะไปจับท่านมาฆ่ากินเนื้อก็หาไม่ แต่เราทราบว่า ท่าน
เป็นบัณฑิต ประสงค์จะพึงถ้อยคำอันเป็นสุภาษิต จึงได้ให้จับท่านมา เมื่อจะ
ทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า
ดูก่อนสุมุขหงส์ เรามิได้ทำผิด ทั้งมิได้จับท่าน
มาด้วยความโลภ ก็เราได้สดับมาว่า ท่านทั้งหลาย
เป็นบัณฑิต เป็นผู้ละเอียด และคิดข้ออรรถ ทำไฉน
ท่านทั้งหลายจึงจะมากล่าววาจาอันอาศัยอรรถในที่นี้
ดูก่อนสุมุขหงส์ผู้สหาย นายพรานผู้นี้เราสั่งไป จึงไป
จับเอาท่านมา ด้วยความประสงค์นั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาปรชฺฌาม ความว่า เราฆ่าท่านเสีย
จึงจะชื่อว่าประพฤติผิด แต่เรามิได้ฆ่าท่านเลย. บทว่า โลภาย มคฺคหึ ความ
ว่า ทั้งเราประสงค์จะกินเนื้อท่านจึงได้จับท่านมา ด้วยความโลภก็หาไม่. บทว่า
ปณฺฑิตาตฺยตฺถ ความว่า แต่เราได้ยินว่าท่านเป็นบัณฑิต. บทว่า อตฺถจินฺ-
ตกา ได้แก่ จะคิดค้นข้อความอันลี้ลับได้. บทว่า อตฺถวตึ ได้แก่ ถ้อยคำ
อันอาศัยเหตุ. บทว่า ตถา แปลว่า ด้วยเหตุนั้น. บทว่า วุตฺโต แปลว่า เป็น
ผู้อันเรากล่าวแล้ว. บทว่า สุมุข มคฺคหิ คือร้องเรียกว่า ดูก่อนสุมุขะเอ๋ย
ม อักษร กระทำการเชื่อมบท. บทว่า อคฺคหิ ความว่า เราจับมาเพื่อให้แสดง
ธรรมต่างหาก.
สุมุขหงส์ ได้สดับคำนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า พระ-
องค์มีประสงค์เพื่อจะทรงสดับคำอันเป็นสุภาษิต ทรงกระทำกิจอันไม่สมควร
เสียแล้ว แล้วกราบทูลว่า