สุมุขหงส์ได้สดับคำนั้นจึงคิดว่า พญาหงส์กลัวต่อมรณภัยยิ่งนัก
ไม่รู้จักกำลังของเรา เราจักเฝ้าพระราชาได้สนทนากันบ้างเล็กน้อยแล้วจักทราบ
เราจักให้พญาหงส์นี้เบาใจเสียก่อน จึงกล่าวคาถาว่า
ข้าแต่พระองค์ที่ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย อย่า
ทรงกลัวเลย ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยญาณวิริยะเช่นพระองค์
ย่อมไม่กลัว ข้าพระองค์จักประกอบความเพียรที่
สมควรอันประกอบด้วยธรรม พระองค์จะหลุดพ้น
จากบ่วง ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วของข้าพระองค์
โดยเร็วพลัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาสา ได้แก่ บ่วงคือความทุกข์.
เมื่อพญาหงส์ทั้งสองนั้น สนทนากันอยู่ด้วยภาษาของนกฉะนี้ นาย
ลุททบุตรมิได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ได้แต่พาเอาพญาหงส์ทั้งสองนั้นไปด้วย
หาบแล้ว ก็เข้าไปยังกรุงพาราณสีอย่างเดียว นายพรานนั้นถูกมหาชนผู้มีความ
แปลกประหลาด อันเกิดแต่ความอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีติดตามไปอยู่ ก็ไปถึงประตู
พระราชวัง กราบทูลความที่ตนมาถึงแล้ว แด่พระราชา.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า
นายพรานนั้น เข้าไปยังประตูพระราชวัง
พร้อมด้วยหาบหงส์แล้ว จึงสั่งนายประตูว่า ท่านจง
ไปกราบทูลถึงเราแด่พระราชาว่า พญาหงส์ธตรฐนี้
มาแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏิเวเทถ มํ ความว่า นายพรานเข้า
ไปสั่งนายประตูว่า ท่านทั้งสองจงกราบทูลถึงเราแด่พระราชาอย่างนี้ว่า นาย-