พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 378 (เล่ม 62)

[๒๑๐] การที่พระองค์เป็นใหญ่กว่าโลกคือ หงส์
ใคร ๆ ไม่สามารถจะประมาณคุณได้ เป็นครูของหมู่
คณะใหญ่ พึงตามเศร้าโศกถึงหญิงคนเดียวอย่างนี้
เหมือนไม่ใช่ความประพฤติของผู้มีปัญญา ลมย่อมพัด
พานทั้งกลิ่นหอมและกลิ่นเหม็น เด็กอ่อนย่อมเก็บผล
ไม้ทั้งดิบทั้งสุก คนตาบอดผู้โลกในรสย่อมถือเอา ฉัน
ใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น พระองค์ไม่รู้จักตัดสินใจ
ในเหตุทั้งหลายปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนคนเขลา
พระองค์จะถึงมรณกาลแล้ว ยังไม่ทรงทราบกิจที่ควร
และไม่ควร พระองค์เห็นจะเป็นกึ่งคนบ้า บ่นเพ้อไป
ต่าง ๆ ทรงสำคัญหญิงว่าเป็นผู้ประเสริฐ แท้จริงหญิง
เหล่านี้ เป็นของทั่วไปแก่คนเป็นอันมาก เหมือนโรง
สุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่พวกนักเลงสุราฉะนั้น อนึ่ง
หญิงเหล่านี้มีมารยาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุแห่งความ
เศร้าโศกเป็นเหตุเกิดโรคและอันตราย อนึ่ง หญิง
เหล่านี้เป็นคนหยาบคาย เป็นเครื่องผูกมัด เป็นบ่วง
เป็นถ้ำที่อยู่ของมัจจุราชบุรุษใดพึงหลงระเริงใจในหญิง
เหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็นคนเลวทรามในหมู่นระ.
[๒๑๑] วัตถุใด อันท่านผู้เจริญทั้งหลายรู้จักดี
แล้ว ใครควรจะติเตียนวัตถุนั้นเล่า ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้ง
หลายมีคุณมาก เกิดแล้วในโลก ความคะนองอัน
บุคคลตั้งไว้แล้วในหญิงเหล่านั้น ความยินดีอันบุคคล

378
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 379 (เล่ม 62)

ตั้งเฉพาะไว้แล้วในหญิงเหล่านั้น พืชทั้งหลาย (มี
พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยสาวกและ
พระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น) ย่อมงอกขึ้นในหญิงเหล่า
นั้น สัตว์เหล่านั้นพึงเจริญ บุรุษไรมาเกี่ยวข้องชีวิต
หญิงด้วยชีวิตของตนแล้ว พึงเบื่อหน่ายในหญิงเหล่า
นั้น ดูก่อนสุมุขะ ท่านนั่นแหละ ไม่ต้องคนอื่นละ ก็
ประกอบในประโยชน์ของหญิงทั้งหลาย เมื่อภัยเกิด
ขึ้นแก่ท่านในวันนี้ ความคิดเกิดขึ้นเพราะความกลัว
จริงอยู่ บุคคลทั้งปวงผู้ถึงความสงสัยในชีวิต มีความ
หวาดกลัว ย่อมอดกลั้นความกลัวไว้ได้ เพราะว่า
บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้ดำรงอยู่ในฐานะอันใหญ่ ย่อม
ประกอบในประโยชน์อันมากที่จะประกอบได้ พระ-
ราชาทั้งหลาย ย่อมทรงปรารถนาความกล้าหาญของ
มนตรีทั้งหลาย เพื่อทรงประสงค์ที่จะได้ความกล้า-
หาญนั้น ป้องกันอันตรายและสามารถป้องกันพระ
องค์เองด้วย วันนี้ท่านจงกระทำด้วยประการที่พวก
พนักงานเครื่องต้นของพระราชา อย่าเชือดเฉือนเรา
ทั้งสองในโรงครัวใหญ่เถิด จริงอย่างนั้น สีแห่งขน
ปีกทั้งหลายจะฆ่าท่านเสีย เหมือนขุยไม้ไผ่ ฉะนั้น
ท่านแม้นายพรานจะปล่อย แล้วไม่ปรารถนาจะบินหนี
ไป ยังเข้ามาใกล้บ่วงเองอีกทำไมเล่า วันนี้ ท่านถึง
ความสงสัยในชีวิตแล้ว จงถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์
อย่ายื่นปากออกไปเลย.

379
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 380 (เล่ม 62)

[๒๑๒] ท่านนั้นจงประกอบความเพียร ที่สม-
ควรอันประกอบด้วยธรรม จงประพฤติการแสวงหาทาง
ที่จะช่วยให้เรารอดชีวิต ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้ว
ของท่านเถิด.
[๒๑๓] ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านกทั้ง
หลาย อย่าทรงกลัวเลย ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยญาณวิริยะเช่น
พระองค์ย่อมไม่กลัวเลย ข้าพระองค์จักประกอบความ
เพียรที่สมควรอันประกอบด้วยธรรม พระองค์จะหลุด
พ้นจากบ่วง ด้วยความเพียรอันผ่องแผ่วของข้าพระ-
องค์ โดยเร็วพลัน.
[๒๑๔] นายพรานนั้น เข้าไปยังประตูพระราช-
วังพร้อมด้วยหาบหงส์แล้ว จึงส่งนายประตูว่า ท่านจง
ไปกราบทูลถึงเราแด่พระราชาว่า พญาหงส์ธตรฐนี้
มาแล้ว.
[๒๑๕] ได้ยินว่า พระเจ้าสัญญมนะทอดพระ-
เนตรเห็นหงส์ทองทั้งสองตัวรุ่งเรืองด้วยบุญ หมายรู้
ด้วยลักษณะ แล้วตรัสสั่งกะพวกอำมาตย์ว่า ท่านทั้ง
หลายจงให้ผ้า ข้าว น้ำ และเครื่องบริโภค แก่นาย
พราน เงินเป็นสิ่งกระทำความปรารถนาแก่เขา เขา
ประมาณเท่าใด ท่านทั้งหลายจงให้แก่เขาประมาณ
เท่านั้น.

380
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 381 (เล่ม 62)

[๒๑๖] พระเจ้ากาสีทอดพระเนตรเห็นนาย
พรานผู้มีความผ่องใส แล้วจึงตรัสว่า ดูก่อนเขมกะผู้
สหาย ก็สระโบกขรณีนี้เต็มไปด้วยฝูงหงส์ ตั้งอยู่ (น้ำ
เต็มเปี่ยม) อย่างไรท่านจึงถือบ่วงเดินเข้าไปใกล้พญา
หงส์ซึ่งอยู่ในท่ามกลางฝูงหงส์ ที่น่าชอบใจเกลื่อน
กล่นไปด้วยฝูงหงส์ที่เป็นญาติ ซึ่งมิใช่หงส์ชั้นกลางได้
และจับเอามาได้อย่างไร.
[๒๑๗] วันนี้เป็นราตรีที่ ๗ ของข้าพระองค์
ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท แอบอยู่ในตุ่ม คอยติด
ตามรอยเท้าของพญาหงส์นี้ ซึ่งกำลังเข้าไปยังที่ถือ
เอาเหยื่อ ลำดับนั้น ข้าพระองค์ได้เห็นรอยเท้าของ
พญาหงส์นั้น ซึ่งกำลังเที่ยวแสวงหาเหยื่อ จึงดักบ่วง
ลงในที่นั้น ข้าพระองค์จับพญาหงส์นั้นมาได้ด้วย
อุบายอย่างนี้ พระเจ้าข้า.
[๒๑๘] ดูก่อนนายพราน หงส์นี้มีอยู่สองตัว
ไฉนท่านจึงกล่าวว่ามีตัวเดียว จิตของท่านวิปริตไป
แล้วหรือ หรือว่าท่านคิดจะหาประโยชน์อะไร.
[๒๑๙] หงส์ตัวที่มีพื้นแดง มีสีงดงามดุจทองคำ
กำลังหลอม รอบ ๆ คอจรดทรวงอกนั้น ข้ามาติด
บ่วงของข้าพระองค์ แต่หงส์ตัวที่ผุดผ่องนี้มิได้ติดบ่วง
เมื่อจะกล่าวถ้อยคำเป็นภาษามนุษย์ ได้ยืนกล่าวถ้อยคำ
อันประเสริฐกะพญาหงส์ที่ติดบ่วง ซึ่งกระสับ-
กระส่ายอยู่.

381
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 382 (เล่ม 62)

[๒๒๐] ดูก่อนสุมุขหงส์ เหตุไรหนอท่านจึงยืน
ขบคางอยู่ในบัดนี้ หรือว่าท่านมาถึงบริษัทของเราแล้ว
กลัวภัย จึงไม่พูด.
[๒๒๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชนชาวกาสี
ข้าพระองค์เข้าสู่บริษัทของพระองค์แล้ว จะกลัวภัยก็
หาไม่ ข้าพระองค์จักไม่พูดเพราะกลัวภัยก็หาไม่ แต่
เมื่อประโยชน์เช่นนั้นเกิดขึ้นแล้ว ข้าพระองค์จึงจัก
พูด.
[๒๒๒] เราไม่เห็นบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ พลรถ พล
เดินเท้า เกราะ โล่ และนายขมังธนูผู้สวมเกราะของ
ท่านเลย ดูก่อนสุมุขหงส์ ท่านอาศัยสิ่งใดหรือว่าเข้าไป
ในสถานที่ใดแล้วไม่กลัวสิ่งที่จะพึงกลัว เราไม่เห็นสิ่ง
นั้น หรือสถานที่นั้นแม้เป็นเงิน ทองหรือนครที่สร้าง
ไว้อย่างดีซึ่งมีคูรายรอบ ยากที่จะไปได้ มีหอรบและ
เชิงเทินอันมั่นคงเลย.
[๒๒๓] ข้าพระองค์ไม่ต้องการด้วยบริษัทผู้ยิ่ง
ใหญ่หรือนครหรือทรัพย์ เพราะข้าพระองค์ไปสู่ทาง
โดยสถานที่มิใช่ทาง ข้าพระองค์เป็นสัตว์เที่ยวไปใน
อากาศ ก็พระองค์ทรงสดับข่าวว่า ข้าพระองค์เป็น
บัณฑิต และเป็นผู้ละเอียดคิดข้ออรรถ ถ้าพระองค์
ทรงดำรงมั่นอยู่ในความสัตย์ไซร้ ข้าพระองค์จะพึง
กล่าววาจาอันมีอรรถด้วยคำที่ข้าพระองค์กล่าวแล้วแม้

382
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 383 (เล่ม 62)

จะเป็นสุภาษิต ก็จักทำอะไรแก่พระองค์ผู้หาความสัตย์
มิได้ ผู้ไม่ประเสริฐ มักตรัสคำเท็จ ผู้หยาบช้า.
[๒๒๔] พระองค์ได้ตรัสสั่งให้ขุดสระชื่อว่าเขมะ
นี้ตามถ้อยคำของพวกพราหมณ์ และพระองค์ตรัสสั่ง
ให้ประกาศอภัยทั่วสิบทิศ หงส์เหล่านั้นจึงได้พากัน
บินลงสู่สระโบกขรณี อันมีน้ำใสสะอาด ในสระโบก-
ขรณีนั้นมีอาหารอย่างเพียงพอและไม่มีการเบียดเบียน
นกทั้งหลายเลย พวกข้าพระองค์ได้ยินคำประกาศนี้
แล้ว จึงพากันบินมาในสระของพระองค์ พวกข้า-
พระองค์นั้น ๆ ก็ถูกบ่วงรัดไว้ นี่เป็นคำตรัสเท็จของ
พระองค์ บุคคลกระทำมุสาวาท และความโลภคือ
ความอยากได้ อันลามกเป็นเบื้องหน้าแล้ว ก้าวล่วง
ปฏิสนธิในเทวโลกและมนุษยโลกทั้งสอง ย่อมเข้าถึง
นรกอันไม่เพลิดเพลิน.
[๒๒๓] ดูก่อนสุมุขหงส์ เรามิได้ทำผิด ทั้งมิ
ได้จับท่านมาด้วยความโลก ก็เราได้สดับมาว่า ท่าน
ทั้งหลายเป็นบัณฑิตเป็นผู้ละเอียดและคิดข้ออรรถ ทำ
ไฉนท่านทั้งหลายจึงจะมากล่าววาจาอันอาศัยอรรถใน
ที่นี้ ดูก่อนสุมุขหงส์ผู้สหาย นายพรานผู้นี้เราส่งไป
จึงไปจับเอาท่านมาด้วยความประสงค์นั้น.
[๒๒๖] ข้าแต่พระจอมแห่งชนชาวกาสี เมื่อ
ชีวิตน้อมเข้าไปใกล้ความตายแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลาย

383
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 384 (เล่ม 62)

ถึงมรณกาลแล้ว จะไม่พึงกล่าววาจาอันมีเหตุเลย ผู้
ใดฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ ฆ่านกด้วยนกต่อ หรือดักผู้เลื่อง
ลือด้วยเสียงที่เลื่องลือ จะมีอะไรเป็นเลวทราม
ยิ่งกว่าความเลวทรามของผู้นั้น ก็ผู้ใดพึงกล่าววาจา
อันประเสริฐแต่ประพฤติธรรมไม่ประเสริฐ ผู้นั้น
ย่อมพลาดจากโลกทั้งสอง คือโลกนี้และโลกหน้า
บุคคลได้รับยศแล้วไม่พึงมัวเมา ถึงความทุกข์อัน
เป็นเหตุสงสัยในชีวิตแล้ว ไม่พึงเดือดร้อน พึง
พยายามในกิจทั้งหลายร่ำไป และพึงปิดช่องทั้งหลาย
ชนเหล่าใดเป็นผู้เจริญ ถึงเวลาใกล้ตาย ไม่ล่วงเลย
ประโยชน์อย่างยิ่ง ประพฤติธรรมในโลกนี้ ชนเหล่า
นั้นย่อมไปสู่ไตรทิพย์ด้วยประการอย่างนี้ ข้าแต่
พระจอมแต่งชนชาวกาสี พระองค์ทรงสดับคำนี้แล้ว
ขอจงทรงรักษาธรรมในพระองค์ และได้ทรงโปรด
ปล่อยพญาหงส์ธตรฐที่ประเสริฐสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย
เถิด พระเจ้าข้า.
[๒๒๗] ชาวพนักงานทั้งหลาย จงนำน้ำ น้ำมัน
ทาเท้าและอาสนะอันมีค่ามากนาเถิด เราจะปล่อยพญา-
หงส์ธตรฐ ซึ่งเรืองยศออกจากกรง และสุมุขหงส์
เสนาบดีตัวมีปัญญา เป็นผู้ละเอียดคิดอรรถที่ยากได้ง่าย
ผู้ใดเมื่อพระราชามีสุขก็สุขด้วย เมื่อพระราชามีทุกข์
ก็ทุกข์ด้วย ผู้เช่นนี้แลย่อมสมควรเพื่อจะบริโภคก้อน
ข้าวของนายได้ เหมือนสุมุขหงส์เป็นราชสหายทั่วไป
แก่สัตว์มีชีวิต ฉะนั้น.

384
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 385 (เล่ม 62)

[๒๒๘] พญาหงส์ธตรฐเข้าไปเกาะตั่ง อันล้วน
แล้วไปด้วยทองคำมี ๘ เท้า น่ารื่นรมย์ใจ เกลี้ยงเกลา
ลาดด้วยผ้าแคว้นกาสี สุมุขหงส์เข้าไปเกาะเก้าอี้อัน
ล้วนแล้วไปด้วยทองคำ หุ้มด้วยหนังเสือโคร่ง ใน
ลำดับแห่งพญาหงส์ธตรฐ ชนชาวกาสีเป็นอันมาก
ต่างถือเอาโภชนะอันเลิศที่เขาส่งไปถวายพระราชา นำ
เข้าไปให้แก่พญาหงส์ทั้งสองนั้น ด้วยภาชนะทองคำ.
[๒๒๙] พญาหงส์ธตรฐผู้ฉลาด เห็นโภชนะอัน
เลิศที่เขานำมาให้ อันพระเจ้ากาสีประทานส่งไป จึง
ได้ถามธรรมเนียม เครื่องปฏิสันถารในกาลเป็นลำดับ
นั้นว่า พระองค์ไม่มีพระโรคาพาธแลหรือ ทรงสำราญ
ดีอยู่หรือ ทรงปกครองรัฐมณฑลอันสมบูรณ์นี้โดย
ธรรมหรือ.
[๒๓๐] ดูก่อนพญาหงส์ เราไม่มีโรคาพาธ
อนึ่ง เรามีความสำราญดีและเราก็ปกครองรัฐมณฑล
อันสมบูรณ์นี้โดยธรรม.
[๒๓๑] โทษอะไร ๆ ไม่มีในหมู่อำมาตย์ของ
พระองค์แลหรือ และอำมาตย์เหล่านั้น ไม่อาลัยชีวิต
ในประโยชน์ของพระองค์แลหรือ.
[๒๓๒] โทษอะไรๆไม่มีในหมู่อำมาตย์ของเรา
และอำมาตย์เหล่านั้น ไม่อาลัยชีวิตในประโยชน์ของ
เรา.

385
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 386 (เล่ม 62)

[๒๓๓] พระมเหสีซึ่งมีพระชาติเสมอกัน ทรง
เชื่อฟัง มีพระเสาวนีย์อันน่ารัก ทรงประกอบด้วยพระ-
โอรส พระรูป พระโฉม และพระยศ เป็นไปตาม
พระราชอัธยาศัยของพระองค์ แลหรือ.
[๒๓๔] พระมเหสีซึ่งมีพระชาติเสมอกัน ทรง
เชื่อฟัง มีพระเสาวนีย์อันน่ารัก ทรงประกอบด้วยพระ-
โอรส พระรูป พระโฉม และพระยศเป็นไปตาม
อัธยาศัยของเรา.
[๒๓๕] พระองค์มิได้ทรงเบียดเบียนชาวแว่น
แคว้น ทรงปกครองให้ปราศจากอันตรายแต่ที่ไหน ๆ
โดยความไม่เกรี้ยวกราดโดยธรรม โดยความสม่ำเสมอ
แลหรือ.
[๒๓๖] เรามิได้เบียดเบียนชาวแว่นแคว้น ปก
ครองให้ปราศจากอันตรายแต่ที่ไหน ๆ โดยความไม่
เกรี้ยวกราด โดยธรรม โดยความสม่ำเสมอ.
[๒๓๗] พระองค์ทรงยำเกรงสัตบุรุษ ทรงเว้น
อสัตบุรุษแลหรือ พระองค์ไม่ทรงละทิ้งธรรม ไม่ทรง
ประพฤติคล้อยตามอธรรมแลหรือ.
[๒๓๘] เรายำเกรงสัตบุรุษ เว้นอสัตบุรุษ
ประพฤติคล้อยตามธรรมละทิ้งอธรรม.

386
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 387 (เล่ม 62)

[๒๓๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ พระองค์
ทรงพิจารณาเห็นชัดซึ่งพระชนมายุอันเป็นอนาคตยัง
ยืนยาวอยู่หรือ พระองค์ทรงมัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้ง
แห่งความมัวเมา ไม่สะดุ้งกลัวปรโลกหรือ.
[๒๔๐] ดูก่อนพญาหงส์ เราพิจารณาเห็นชัด
ซึ่งอายุอันเป็นอนาคตยังยืนยาวอยู่ เราตั้งอยู่แล้วใน
ธรรม ๑๐ ประการ จึงไม่สะดุ้งกลัวปรโลก เราเห็น
กุศลธรรมที่ดำรงอยู่ในตนเหล่านี้ คือ ทาน ศีล การ
บริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความ
ไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความ
ไม่พิโรธ แต่นั้นปีติและโสมนัสไม่ใช่น้อย ย่อมเกิด
แก่เรา ก็สุมุขหงส์นี้ไม่ทันคิดถึงคุณสมบัติของเรา ไม่
ทราบความประทุษร้ายแห่งจิต จึงเปล่งวาจาอันหยาบ
คาย ย่อมกล่าวถึงโทษที่ไม่มีอยู่ในเรา คำของสุมุข-
หงส์นี้ ย่อมไม่เป็นเหมือนคำของคนมีปัญญา.
[๒๔๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ ความ
พลั้งพลาดนั้นมีแก่ข้าพระองค์โดยความรีบร้อน ก็เมื่อ
พญาหงส์ธตรฐติดบ่วง ข้าพระองค์มีความทุกข์มากมาย
ขอพระองค์ได้ทรงโปรดเป็นที่พึ่ง ของข้าพระองค์
เหมือนบิดาเป็นที่พึ่งของบุตร และดุจแผ่นดินเป็นที่
พึ่งของหมู่สัตว์ฉะนั้นเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นราช-

387