อำมาตย์... ในราชพาหนะและทแกล้วทหาร... ใน
บ้านและนิคม...ในแว่นแคว้นและชนบท...ในสมณะ
และพราหมณ์... ในเนื้อและนกทั้งหลาย... ครั้นพระ-
องค์ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์.
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงประพฤติ
ธรรมเถิด เพราะว่าธรรมที่ประพฤติแล้ว ย่อมนำ
สุขมาให้ ครั้นพระองค์ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้
แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอ
พระองค์จงทรงประพฤติธรรมเถิด ด้วยว่าพระอินทร์
เทวดา พร้อมทั้งพรหม เป็นผู้ถึงทิพยสถานเพราะ
ธรรมที่ประพฤติแล้ว ข้าแต่พระราชา พระองค์อย่า
ทรงประมาทธรรมเลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพาปิ ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้
เป็นจอมแห่งหมู่ชน ข้าพระองค์ผู้เดียวเท่านั้น จักปกปิดเรื่องนี้แล้ว นำนาง
(อุมมาทันตี) มาถวาย เพราะฉะนั้น เว้นจากพระองค์และข้าพระองค์เสียแล้ว
ประชาชนคนอื่นแม้ทั้งหมด ไม่พึงรู้ คือ จักไม่รู้แม้เพียงกิริยาอาการแห่ง
เรื่องที่ทำมาแล้วนี้. บทว่า ภุเสหิ อธิบายว่า ข้าพระองค์นำนางอุมมาทันตี
มาถวายพระองค์แล้ว ขอพระองค์จงทรงร่วมอภิรมย์กับนางเถิด จงทำกรรม
อันหยาบ คือ ตัณหาดุจต้นไม้ตั้งอยู่ในป่าของตน จงยังตัณหานั้นให้เจริญ
ได้แก่ จงทำความปรารถนาแห่งใจให้เต็มเปี่ยมเถิด. บทว่า สชาหิ ความว่า
ก็ครั้งพระองค์ทำความปรารถนาแห่งใจเต็มที่แล้ว หากนางไม่เป็นที่ถูกพระทัย
ของพระองค์ไซร้ ภายหลังพระองค์จะทอดทิ้งนางเสียก็ได้ ได้แก่ จงให้คืน
แก่ข้าพระองค์ตามเดิมเถิด. บทว่า กมฺม กรํ ความว่า ดูก่อนอภิปารก-