พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 58 (เล่ม 62)

พระราชา แต่เมื่อผู้คนเล่ากันว่า เป็นเอกบุรุษเป็นใหญ่ ดังนี้ ดิฉันยืนอยู่
ริมหน้าต่าง จึงได้โปรยดอกไม้ลงไป ชายผู้นั้น ยืนอยู่สักครู่หนึ่งแล้ว ก็กลับ
ไป. อภิปารกเสนาบดีได้สดับคำนั้นแล้วจึงกล่าวว่า น้องทำให้พี่ต้องฉิบหาย
เสียแล้วเป็นแน่ ดังนี้ ครั้นวันรุ่งขึ้น จึงรีบไปยังพระราชนิเวศน์แต่เช้าตรู่
ยืนอยู่ที่ประตูห้องอันเป็นสิริ ได้ยินเสียงพระราชาบ่นเพ้อถึงนางอุมมาทันตี จึง
คิดว่า พระราชาพระองค์นี้ มีจิตรักใคร่ผูกพันในน้องอุมมาทันตี ถ้าไม้ได้
นางคงจักสวรรคตเป็นแน่ เราควรจะช่วยปลดเปลื้องโทษอันมิใช่คุณทั้งของ
พระราชาและของเราเสีย แล้วถวายชีวิตแด่พระราชาพระองค์นี้เถิด จึงกลับไป
สู่เรือนของตนแล้ว สั่งให้เรียกคนใช้คนสนิทผู้หนึ่งมาสั่งว่า นี่แน่ะพ่อคุณเอ๋ย
ตรงที่โน้น มีต้นไม้ใหญ่ มีโพรงอยู่ต้นหนึ่ง ท่านอย่าให้ใคร ๆ รู้นะ พอพระ
อาทิตย์อัสดงคตแล้ว ท่านจงไปในที่นั้นแล้ว เข้าไปนั่งอยู่ภายในต้นไม้ เรา
จะทำพลีกรรมที่ต้นไม้นั้น พอไปถึงต้นไม้นั้นนมัสการเทวดาแล้ว จักวิงวอน
ว่า ข้าแต่เทวราชาผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อมหรสพมีในพระนคร พระราชาของพวก
ข้าพเจ้า ไม่ยอมทรงเล่น กลับเสด็จไปยังห้องอันเป็นสิริ ทรงบรรทมบ่นเพ้อ
พวกข้าพเจ้าไม่ทราบถึงเหตุในข้อนั้นเลย พระราชาทรงมีอุปการะมากมายแก่
พวกเทวดาฟ้าดิน ทรงสละทรัพย์พันหนึ่งให้กระทำพลีกรรมทุกกึ่งปี ขอพวก
ท่านจงบอกว่า พระราชาทรงเพ้อรำพันเพราะอาศัยเหตุชื่อนี้ ดังนี้ เราจัก
อ้อนวอนว่า จงให้ชีวิตทานแก่ราชาของพวกข้าพเจ้าด้วยเถิด ในขณะนั้น
ตัวท่านพึงเปลี่ยนเสียงแล้วกล่าวว่า ดูก่อนท่านเสนาบดี ขึ้นชื่อว่าความเจ็บไข้
มิได้มีแก่พระราชาของพวกท่านเลย แต่พระองค์มีจิตผูกพันรักใคร่ในนาง
อุมมาทันตีผู้เป็นภรรยาของท่าน หากพระองค์ได้นางก็จักดำรงชีวิตอยู่ได้ ถ้า
ไม่ได้ก็จักสวรรคตเป็นแน่ ถ้าท่านปรารถนาจะให้พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่

58
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 59 (เล่ม 62)

ก็จงถวายนางอุมมาทันตีแด่พระองค์เถิด ดังนี้ เมื่อเสนาบดีให้คนใช้จำเอาถ้อย
คำอย่างนี้แล้วก็สั่งไป. คนใช้นั้นไปนั่งอยู่ในต้นไม้นั้น. ครั้นวันรุ่งขึ้น ท่าน
เสนาบดีไปยังสถานที่นั้นแล้ว จึงกล่าวคำอ้อนวอน. คนใช้ได้ทำตามคำสั่งทุก
ประการ. ท่านเสนาบดีกล่าวว่า ดี (ใช้ได้) แล้วไหว้เทวดาฟ้าดิน บอกให้
พวกอำมาตย์ทราบเรื่องแล้ว เข้าไปยังพระนคร ขึ้นไปบนราชนิเวศน์แล้ว
เคาะประตูห้องบรรทมอันประกอบด้วยสิริ. พอพระเจ้าแผ่นดินกลับได้สติ จึง
ตรัสถามว่า นั่นใคร. เขากราบทูลว่า ขอเดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ข้าพระองค์คืออภิปารกเสนาบดี พระเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระราชาทรงเปิดพระ-
ทวาร (ประตู) ให้เขา. เขาจึงเข้าไปถวายบังคมแด่พระราชาแล้ว กล่าวคาถา
ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นภูตบดี (ผู้เป็นจอมแห่งหมู่
มนุษย์) เมื่อข้าพระองค์นมัสการเทวดาทั้งหลายอยู่
เทวดามาบอกเนื้อความนี้แก่ข้าพระองค์ว่า พระทัย
ของพระราชาคลุ้มคลั่งในนางอุมมาทันตี ข้าพระองค์
ขอถวายนางแด่พระองค์ ขอพระองค์ให้นางบำเรอเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น. บทว่า นมสฺสโต ได้แก่ เมื่อข้าพระองค์กระทำ
พลีกรรมบวงสรวงอยู่ เพื่อจะรู้ถึงเหตุแห่งการบ่นเพ้อรำพันของพระองค์.
บทว่า ตํ ความว่า ข้าพระองค์ขอถวายนางอุมมาทันดีนั้นให้เป็นบาทบริจาริกา
ประจำพระองค์.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสถามท่านเสนาบดีว่า ดูก่อนอภิปารกะผู้สหาย
แม้พวกเทวดารู้เรื่องที่เราบ่นเพ้อเพราะมีจิตรักใคร่ในนางอุมมาทันตีด้วยหรือ
เสนาบดีทูลตอบว่า เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า. พระราชาทรงดำริว่า ข่าวว่า

59
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 60 (เล่ม 62)

ความชั่วของเรา ชาวโลกทั้งหมดรู้กันแล้ว ดังนี้ จึงทรงดำรงอยู่ในธรรมคือ
ความตายแล้ว ตรัสคาถา ติดต่อกันไปว่า
ก็เราพึงพรากเสียจากบุญและไม่เป็นเทวดา อนึ่ง
คนพึงรู้ความชั่วของเรานี้ และเนื้อท่านให้นางอุมมา-
ทันตีภรรยาสุดที่รักแล้วไม่เห็นนาง ความแค้นใจอย่าง
อย่างร้ายแรง จะพึงมีแก่ท่าน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิธํเส ความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดี
ผู้สหายเอ่ย ! เมื่อเราบำเรออยู่กับนางด้วยอำนาจกิเลส พึงเสื่อมจากบุญ และ
จะไม่ได้เป็นเทวดาผู้สมมติเทพ เพราะเหตุเพียงการอยู่บำเรอกับนางนั้น อนึ่ง
มหาชนพึงทราบความชั่วช้าลามกนี้ ต่อแต่นั้นก็จะพึงติเตียนว่า พระราชาทรง
กระทำสิ่งที่ไม่สมควรเลย อนึ่ง ท่านให้นางผู้เป็นภรรยาสุดที่รักแก่เราแล้ว ภาย
หลังท่านไม่ได้เห็นภรรยา ความคับแค้นในใจ ก็จะพึงมีแก่ท่าน.
คาถาที่เหลือ ที่เป็นคำถามและคำตอบของตนแม้ทั้งสอง (คือของ
พระราชาและอภิปารกเสนาบดี) มีดังต่อไปนี้
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร ประชาชน
แม้ทั้งสิ้นนอกจากข้าพระบาทและพระองค์ ไม่พึงรู้
กรรมที่ทำกัน ข้าพระบาท ยอมถวายนางอุมมาทันตี
แก่พระองค์ พระองค์จงทรงอภิรมย์อยู่กับนางเต็มพระ
หทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย.
มนุษย์ใดกระทำกรรมอันลามก มนุษย์นั้นย่อม
สำคัญว่า คนอื่นไม่รู้การกระทำนี้เพราะว่านรชนเหล่า
ใดประกอบแล้ว บนพื้นปฐพี นรชนเหล่านั้น ย่อม

60
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 61 (เล่ม 62)

เห็นการกระทำนี้ คนอื่นใครเล่าในแผ่นดินนี้ทั้งโลก
พึงเชื่อท่าน หรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักแห่ง
เรา เมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่
เห็นนางภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรง จะพึง
มีแก่ท่าน.
ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตีนั้นเป็น
ที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล นางไม่
เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ขอความเจริญจงมีแด่
พระองค์ เชิญพระองค์เสด็จไปหานางอุมมาทันตีเถิด
เหมือนดังราชสีห์ เข้าสู่ถ้ำศิลา ฉะนั้น.
นักปราชญ์ทั้งหลาย ถูกความทุกข์ของตนบีบคั้น
แล้วย่อมไม่ละกรรมที่มีผลเป็นสุข แม้จะเป็นผู้หลงมัว
มาด้วยความสุข ก็ย่อมไม่ประพฤติบาปกรรม.
พระองค์เป็นทั้งพระมารดาและบิดาเป็นผู้เลี้ยงดู
เป็นเจ้านายเป็นผู้พอกเลี้ยง และเป็นเทวดาของข้าพระ-
องค์ ข้าพระองค์พร้อมด้วยบุตรและภรรยาเป็นทาสของ
พระองค์ ขอพระองค์ทรงบริโภคกามตามความสุขเถิด.
ผู้ใดย่อมทำบาปด้วยคามสำคัญว่า เราเป็นผู้ยิ่ง
ใหญ่ และครั้นกระทำแล้ว ก็ไม่สะดุ้งกลัวต่อชนเหล่า
อื่น ผู้นั้นย่อมไม่เป็นอยู่ตลอดอายุยืนยาวเพราะกรรม
นั้น แม้เทวดาก็มองดูผู้นั้น ด้วยนัยน์ตาอันเหยียดหยาม.
ชนเหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม ย่อมรับทานที่เป็นของ
ผู้อื่นอันเจ้าของมอบให้แล้ว ชนเหล่านั้นเป็นผู้รับด้วย

61
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 62 (เล่ม 62)

เป็นผู้ให้ในทานนั้นด้วย ได้ชื่อว่าทำกรรมอันมีผลเป็น
สุขในเพราะทานนั้นแท้จริง.
คนอื่นใครเล่า ในแผ่นดินทั้งโลก จะพึงเชื่อ
ท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อ
ท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนาง
ภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรง จะพึงมีแก่
ท่าน.
ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตีนั้น
เป็นที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล
นางไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ข้าพระบาท
ยอมถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์ พระองค์จงทรง
อภิรมย์อยู่กับนาง เต็มพระหทัยปรารถนาแล้ว จงทรง
สลัดเสีย.
ผู้ใดก่อทุกข์ให้แก่ผู่อื่นด้วยทุกข์ของตน หรือก่อ
ความสุขของตนด้วยความสุขของผู้อื่น ผู้ใดรู้อย่าง
นี้ว่า ความสุขและความทุกข์ของเรานี้ก็เหมือนของ
ผู้อื่น ผู้นั้นชื่อว่ารู้ธรรม.
คนอื่นใครเล่า ในแผ่นดินทั้งโลก จะพึงเชื่อ
ท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อ
ท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนาง
ภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรง จะพึงมีแก่
ท่าน.
ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชาชน พระองค์ย่อม
ทรงทราบว่า นางอุมมาทันตีนี้เป็นที่รักของข้าพระบาท

62
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 63 (เล่ม 62)

ข้าแต่พระจอมภูมิบาล นางนั้นไม่เป็นที่รักของข้าพระ-
บาทก็หาไม่ ข้าพระบาทขอถวายสิ่งอันเป็นที่รักแก่
พระองค์ด้วยสิ่งอันเป็นที่รัก ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ
ผู้ให้สิ่งอันเป็นที่รักย่อมได้สั่งอันเป็นที่รัก.
เรานั้นจักฆ่าตนอันมีกามเป็นเหตุโดยแท้ เราไม่
อาจฆ่าธรรมด้วยอธรรมได้เลย.
ข้าแต่พระจอมประชาชน ผู้แกล้วกล้าแก่นรชน
ประเสริฐ ถ้าพระองค์ไม่ต้องพระประสงค์นางอุมมา-
ทันตี ผู้เป็นของข้าพระบาทไซร้ ข้าพระบาทจะสละ
นางในท่ามกลางชนทั้งปวง พระองค์พึงตรัสสั่งให้นำ
นางผู้พ้นจากข้าพระบาทแล้วมาจากที่นั้นเถิด พระเจ้า
ข้า.
ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้กระทำประโยชน์ ถ้า
ท่านจะสละนางอุมมาทันตีผู้หาประโยชน์มิได้ เพื่อสิ่ง
อันไม่เป็นประโยชน์นี้แก่ท่าน ความค่อนว่าอย่างใหญ่
หลวง จะพึงมีแก่ท่าน อนึ่ง แม้การใส่ร้ายในพระนคร
ก็จะพึงมีแก่ท่าน.
ข้าแต่พระจอมภูมิบาล ข้าพระบาทจักอดกลั้น
คำค่อนว่า คำนินทา คำสรรเสริญ และคำติเตียน
นี้ทั้งหมด คำค่อนว่าเป็นต้นนั้นจงตกอยู่แก่ข่าพระบาท
ข้าแต่พระจอมแห่งชนชาวสีพี ขอพระองค์ทรงบริโภค
กามตามความสำราญเถิด. ผู้ใดไม่ถือเอาความนินทา
ความสรรเสริญ ความติเตียน และแม้การบูชา สิริ
และปัญญาย่อมปราศไปจากผู้นั้น เหมือนดังน้ำฝน

63
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 64 (เล่ม 62)

ปราศไปจากที่ดอน ฉะนั้น ข้าพระบาทจักยอมรับ
ความทุกข์และความสุข สิ่งที่ล่วงธรรมดาและความ
คับแค้นใจทั้งหมด เพราะเหตุแห่งการสละนี้ ด้วยอก
เหมือนดังแผ่นดินรองรับสิ่งของทั้งของคนมั่นคง และ
คนสะดุ้ง ฉะนั้น.
เราไม่ปรารถนาสิ่งที่ล่วงธรรมดา ความคับแค้น
ใจและความทุกข์ของชนเหล่าอื่น เราผู้เดียวเท่านั้น
จักเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม ไม่ยังประโยชน์หน่อยหนึ่ง
ให้เสื่อม ข้ามภาระนี้ไป.
ข้าแต่จอมประชาชน บุญกรรมย่อมให้เข้าถึง
สวรรค์ พระองค์อย่าได้ทรงทำอันตรายแก่ข้าพระบาท
เสียเลย ข้าพระบาทมีใจเลื่อมใสขอถวายนางอุมมาทันตี
แต่พระองค์ ดังพระราชาทรงประทานทรัพย์สำหรับ
บูชายัญแก่พราหมณ์ทั้งหลาย ฉะนั้น.
ท่านเป็นผู้เกื้อกูลแก่เราในการกระทำประโยชน์
แน่แท้ นางอุมมาทันตีและท่านเป็นสหายของเรา
เทวดาและพรหมทั้งหมด เห็นความชั่วอันเป็นไปใน
ภายหน้า พึงติเตียนได้.
ข้าแต่พระเจ้าสีวิราช ชาวนิคมและชาวชนบท
ทั้งหมด ไม่พึงคัดค้านกรรมอันเป็นธรรมนั้นเลย ข้า-
พระบาทขอถวายนางอุมมาทันตีแด่พระองค์ พระองค์
จงทรงอภิรมย์ อยู่กับนางเต็มพระหทัยปรารถนาแล้ว
จงทรงสลัดเสีย.
ท่านเป็นผู้เกื้อกูลแก่เราในการกระทำประโยชน์

64
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 65 (เล่ม 62)

แน่แท้ นางอุมมาทันตีและท่านเป็นสหายของเรา ธรรม
ของสัตบุรุษที่ประกาศดีแล้ว ยากที่จะล่วงละเมิดได้
เหมือนเขตแดนของมหาสมุทร ฉะนั้น.
ข้าแต่พระราชา พระองค์เป็นผู้ควรของคำนับ
ของข้าพระองค์ เป็นผู้หวังประโยชน์นี้เกื้อกูล เป็นผู้
ทรงไว้ เป็นผู้ประทานความสุข และทรงรักษาความ
ปรารถนาไว้ ด้วยว่า ยัญที่บูชาในพระองค์ ย่อมมี
ผลมาก ขอพระองค์ทรงรับนางอุมมาทันตีตามความ
ปรารถนาของข้าพระบาทเถิด.
ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้เป็นบุตรแห่งท่านผู้กระ
ทำประโยชน์ ท่านได้ประพฤติแล้วซึ่งธรรมทั้งปวงแก่
เราโดยแท้ นอกจากท่าน มนุษย์อื่น ใครเล่าหนอ
จักเป็นผู้กระทำความสวัสดี ในเวลาอรุณขึ้น ในชีว
โลกนี้.
พระองค์เป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้ยอดเยี่ยม พระองค์
ทรงดำเนินโดยธรรม ทรงรู้แจ้งธรรม มีพระปัญญาดี
ขอพระองค์ผู้อันธรรมคุ้มครองแล้ว จงทรงพระชนม์
ยั่งยืนนาน ข้าแต่พระองค์ผู้รักษาธรรม ขอพระองค์
โปรดทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์เถิด.
ดูก่อนอภิปารกเสนาบดี เชิญท่านฟังคำของเรา
เถิด เราจักแสดงธรรมที่สัตบุรุษส้องเสพแก่ท่าน พระ
ราชาชอบใจธรรมจึงจะดีงาม นรชนผู้มีความรู้รอบจึง
จะดีงาม ความไม่ประทุษร้ายต่อมิตรเป็นความดี การ

65
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 66 (เล่ม 62)

ไม่กระทำบาปเป็นสุข มนุษย์ทั้งหลายพึงอยู่เป็นสุข
ในแว่นแคว้นของพระราชาผู้ไม่ทรงกริ้วโกรธ ทรงตั้ง
อยู่ในธรรม เหมือนเรือนของตนอันมีร่มเงาเย็น ฉะนั้น
เราย่อมไม่ชอบใจกรรมที่ทำด้วยความไม่พิจารณา อัน
เป็นกรรมไม่ดีนั้นเลย แม้พระราชาเหล่าใด ทรงทราบ
แล้วไม่ทรงทำเอง เราชอบใจ กรรมของพระราชาเหล่า
นั้น ขอท่านจงฟังอุปมาของเราต่อไปนี้
เมื่อฝูงโคข้ามฟากไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงว่าย
ไปคด โคทั้งหมดนั้นก็ว่ายไปนคด ในเมื่อโคตัวผู้
นำฝูงว่ายไปคด ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้
ใดได้รับยกย่องว่า เป็นผู้ประเสริฐ ถ้าผู้นั้นประพฤติ
อธรรม จะป่วยกล่าวไปไย ถึงประชาชนนอกนี้เล่า
รัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นทุก ถ้าพระราชาไม่ทรงตั้งอยู่
ในธรรม เมื่อฝูงโค ข้ามฟากไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูง
ว่ายไปตรง โคทั้งหมดนั้นก็ว่ายไปตรง ในเมื่อโคตัวผู้
นำฝูงว่ายไปตรง ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้
ใดได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ประเสริฐ ถ้าผู้นั้นประพฤติ
ธรรม จะป่วยกล่าวไปไยถึงประชาชนนอกนี้ รัฐทั้ง
หมดย่อมอยู่เป็นสุข ถ้าพระราชาทรงตั้งอยู่ในธรรม
ดูก่อนอภิปารกเสนาบดี เราไม่พึงปรารถนาเพื่อความ
เป็นเทวดา และเพื่อครอบครองแผ่นดินทั้งหมดนี้โดย
อธรรม รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โค ทาส เงิน
ผ้า และจันทน์เทศ มีอยู่ในมนุษย์นี้ เราจะไม่ประพฤติ

66
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 67 (เล่ม 62)

ผิดธรรม เพราะความปรารถนารัตนะเหล่านั้น บุคคล
ไม่พึงประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งสมบัตินั้น
เป็นต้นว่า ม้า หญิง แก้วมณี หรือแม้พระจันทร์
และพระอาทิตย์ที่รักษาอยู่ เราเป็นผู้องอาจ เกิดใน
ท่ามกลางแห่งชาวสีพีทั้งหลาย ฉะนั้น เราจะไม่ประ-
พูดผิดธรรม เพราะเหตุแต่งสมบัตินั้น เราจะเป็น
ผู้นำ จะเป็นผู้เกื้อกูล เป็นผู้เฟื่องฟูปกครองแว่นแคว้น
จักเป็นผู้เคารพธรรมของชาวสีพี จะเป็นผู้คิดค้นซึ่ง
ธรรม เพราะฉะนั้น เราจะไม่เป็นไปในอำนาจแห่ง
จิตของตน.
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ทรงประพฤติ
ธรรมอันไม่มีความฉิบหาย เป็นแดนเกษมอยู่เป็นนิจ
แน่แท้ พระองค์จักดำรงราชสมบัติอยู่ยั่งยื่นนานเพราะ
พระปัญญาของพระองค์เป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่ทรง
ประมาทธรรมใด ข้าพระองค์ขออนุโมทนาธรรมนั้น
ของพระองค์ กษัตริย์ผู้เป็นอิสระทรงประมาทธรรม
แล้ว ย่อมเคลื่อนจากรัฐ.
ข้าแต่พระมหากษัตริย์ขัตติยราช ขอพระองค์จง
ทรงประพฤติธรรมในพระชนนีและพระชน ครั้นทรง
ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้วจักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระ-
องค์ จงทรงประพฤติธรรมในพระราชบุตรและพระ-
มเหสี ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จ
สู่สวรรค์ ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในมิตรและ

67