เมื่อก่อน เราเคยไปเที่ยวสวนด้วยรถ และรบกัน
ด้วยช้างตกมัน เมื่อพระราชบิดาสุตโสม ทรงผนวช
แล้ว คราวนี้ เราจักทำอย่างไร ?
คาถานั้น มีอรรถาธิบายดังนี้ เมื่อก่อนเราเคยขึ้นรถ อันประดับแล้ว
ด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เทียมด้วยอาชาไนย ๔ ตัว ไปพระราชอุทยาน
สู้รบกุญชรชาติตัวเมามัน ทั้งเล่นกีฬาอื่น ๆ เช่นอัศวกีฬาเป็นต้น บัดนี้ เมื่อ
พระราชบิดาสุตโสม ทรงผนวชแล้ว เราจักทำอย่างไร ?
ลำดับนั้น โอรสองค์น้อย ผู้กนิษฐภาดาของเชษฐโอรส มีพระชนมายุ
ได้ ๗ พรรษา เห็นกษัตริย์ทั้งสองทรงกันแสงอยู่ จึงเข้าไปเฝ้าพระมารดา
ทูลถามว่า ข้าแต่เสด็จแม่ เพราะเหตุไรเสด็จแม่ กับเสด็จพี่ จึงทรงกันแสง
ทรงสดับเรื่องราวนั้นแล้ว ก็ทูลปลอบโยนท่านทั้งสองว่า ถ้ากระนั้นขอเสด็จ
แม่และเสด็จพี่อย่าทรงกันแสงเลย หม่อมฉันจักไม่ยอมให้พระบิดาทรงผนวช
ก่อน แล้วเสด็จลงจากปราสาท พร้อมด้วยพวกพี่เลี้ยง เสด็จไปยังสำนักพระ
ราชบิดา ทูลว่า ข้าแต่เสด็จพ่อ ข่าวว่า เสด็จพ่อตรัสสั่งว่า จะละทิ้งหม่อมฉัน
ผู้ไม่ประสงค์ให้บวช ไปบวชเสีย หม่อมฉันไม่ยอมให้เสด็จพ่อบวช ทูลแล้ว
ก็เข้าสวมกอดพระศอ พระราชบิดาไว้แน่น ตรัสคาถา ความว่า
เมื่อพระมารดา ของหม่อมฉัน ทรงกันแสงอยู่
และเมื่อพระเชษฐภาดา ไม่ทรงยินยอม หม่อมฉันก็
จักยึดพระหัตถ์ทั้งสองของพระบิดาไว้ เมื่อหม่อมฉัน
ทั้งหลายไม่ยินยอม พระบิดาจะยังเสด็จไปไม่ได้.
พระมหาสัตว์เจ้า ทรงดำริว่า โอรสของเรานี้ จะทำอันตรายแก่เรา
ด้วยอุบายอย่างไรหนอ เราจึงจะให้เธอหลีกไปเสียได้ ลำดับนั้น พระมหาสัตว์