พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 692 (เล่ม 61)

เรามิได้มีความต้องการด้วยทรัพย์ แต่เราปรารถนาจะบวชดังนี้แล้ว ร้องขอ
บริขารแห่งบรรพชิต ออกจากนาคพิภพพร้อมด้วยนาคราชนั้น เชิญให้พญา-
นาคราชกลับแล้ว จึงเข้าสู่หิมวันตประเทศบรรพชา ดังนี้แล้ว เมื่อจะกล่าว
ธรรมกถาถวายพระราชา จึงกล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
ขอถวายพระพร แม้กามคุณเป็นของมนุษย์
อาตมาภาพได้เห็นแล้ว เป็นของไม่เที่ยง มีความ
แปรปรวนเป็นธรรมดา อาตมาภาพเห็นโทษในกามคุณ
ทั้งหลาย จึงออกบวชด้วยศรัทธา.
ขอถวายพระพร ทั้งคนหนุ่มคนแก่ ย่อมมีสรีระ
ทำลายร่วงหล่นไป เปรียบเหมือนผลไม้ฉะนั้น อาตมา-
ภาพเห็นคุณข้อนี้ว่า สามัญผลเป็นข้อปฏิบัติอันไม่ผิด
ประเสริฐ จึงออกบวช.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สทฺธาย ความว่า อาตมาภาพบวช
เพราะเชื่อกรรม เชื่อผลแห่งกรรม และเชื่อพระนิพพาน. บทว่า ทุมปฺผลาเนว
ความว่า ผลไม้ทั้งหลายสุกแล้วก็ดี ยังไม่สุกก็ดี ย่อมร่วงหล่นไปฉันใด คน
ทั้งหลาย ทั้งหนุ่มทั้งแก่ ก็ย่อมร่วงหล่นไปแม้ฉันนั้น. บทว่า อปณฺณกํ
ได้แก่ สามัญผลอันไม่ผิด คือเป็นนิยยานิกธรรม. บทว่า สามญฺญเมว เสยฺโย
ความว่า ดูก่อนพระมหาราชเจ้า อาตมาภาพเห็นคุณแห่งบรรพชาว่า บรรพชา
นั่นเทียวเป็นของสูงสุด จึงได้บวชดังนี้
พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาเป็นอันดับต่อไป ความว่า
ชนเหล่าใดเป็นพหูสูต ค้นคิดเหตุผลได้มาก
ชนเหล่านั้นเป็นคนมีปัญญา บุคคลควรคบหาโดยแท้
ทีเดียว ข้าแต่ท่านอาฬาระ ข้าพเจ้าได้ฟังคำของนาค-
ราชและของท่านแล้ว จักทำบุญมิใช่น้อย.

692
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 693 (เล่ม 61)

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เย พหุฐานจินฺติโน ความว่า ชน
เหล่าใด รู้เหตุการณ์ได้ยาก. บทว่า นาคญฺจ ความว่า เพราะได้ฟังถ้อยคำ
พญานาคราช และของท่านผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาทอย่างนั้น (ข้าพเจ้า
จักสร้างบุญกุศลนานัปการ).
ลำดับนั้น เมื่อดาบสจะยังพระอุตสาหะให้เกิดแก่พระราชา จึง
กล่าวคาถาสุดท้าย ความว่า
ขอถวายพระพร ชนทั้งหลายเป็นพหูสูต ค้นคิด
เหตุผลได้มาก ชนเหล่านั้น เป็นคนมีปัญญา บุคคล
ควรคบหาโดยแท้ทีเดียว ดูก่อนราชันย์ เพราะทรงสดับ
เรื่องราวของนาคราช และของอาตมาภาพแล้ว ขอ
พระองค์โปรดทรงบำเพ็ญกุศลให้มาก.
ดาบสนั้น แสดงธรรมถวายพระราชาอย่างนี้แล้ว อยู่ในพระราช
อุทยานนั้นแล ตลอด ๔ เดือนฤดูฝน แล้วกลับไปยังหิมวันตประเทศอีก
เจริญพรหมวิหาร ๔ ตราบเท่าชีวิต ได้เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลกแล้ว. ฝ่ายสังข-
ปาลนาคราชอยู่รักษาอุโบสถตลอดชีวิต ส่วนพระเจ้าพาราณสี ก็ทรงบำเพ็ญ
บุญมีทานเป็นต้น แล้วต่างไปตามยถากรรมของตน ๆ.
พระบรมศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงจบแล้ว ตรัสว่า
โบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ละนาคสมบัติอยู่รักษาอุโบสถกรรมอย่างนี้ แล้วทรง
ประชุมชาดกว่าพระดาบสผู้พระราชบิดาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระกัสสปะ
พระเจ้าพาราณสีได้มาเป็น พระอานนท์ อาฬารดาบส ได้มาเป็นพระ-
สารีบุตร ส่วนสังขปาลนาคราช ได้มาเป็นเราผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาสังขปาลชาดก

693
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 694 (เล่ม 61)

๕. จุลลสุตโสมชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าจุลลสุตโสมออกผนวช
[๒๕๑๙] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เราขอบอกชาว
เมือง มิตร อำมาตย์ และข้าราชบริพาร ผมที่เศียร
ของเราเกิดหงอกแล้ว บัดนี้ เราพอใจในบรรพชาเพศ.
[๒๕๑๒] (อำมาตย์กราบทูลว่า) อย่างไรหนอ
พระองค์จึงรับสั่ง ความไม่เจริญ แก่ข้าพระพุทธเจ้า
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์ทรงปักพระแสง-
ศรที่อกของข้าพระพุทธเจ้า พระชายาของพระองค์มี
ถึง ๗๐๐ นาง พระนางเหล่านั้นของพระองค์ จักเป็น
อยู่อย่างไรหนอ ?
[๒๕๒๑] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) นางเหล่านั้นยัง
สาว จักปรากฏเอง นางเหล่านั้นจักไปพึ่งพิงพระราชา
องค์อื่นก็ได้ ส่วนเราปรารถนาสวรรค์ ด้วยเหตุดังนั้น
เราจึงจักบรรพชา.
[๒๕๒๒] (พระราชชนนีตรัสว่า) ดูก่อนพ่อสุตโสม
แม่ผู้เป็นมารดาของเจ้า ชื่อว่าได้รับความยาก เพราะ
เมื่อแม่พร่ำเพ้ออยู่เจ้าก็ไม่ห่วงใย จักบวชให้ได้.
ดูก่อนพ่อสุตโสม แม่คลอดเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่แม่ได้
ด้วยความยากลำบาก เหตุไร เมื่อแม่พร่ำเพ้ออยู่ เจ้า
ไม่ห่วงใย จักบวชให้จงได้ ?

694
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 695 (เล่ม 61)

[๒๕๒๓] (พระราชบิดาตรัสว่า) ดูก่อนพ่อสุตโสม
ธรรมนั้นชื่ออะไร และการบวชชื่ออะไร เพราะว่า
เจ้าจะละทิ้งเราสองคนผู้แก่เฒ่าแล้ว ไม่ห่วงใย จะบวช
อย่างเดียว ?
[๒๕๒๔] แม้บุตรธิดาทั้งหลายของเจ้า ก็มีมาก
ยังเล็กนัก ยังไม่เป็นหนุ่มสาว กำลังฉอเลาะน่ารักใคร่
เมื่อไม่เห็นเจ้า น่าจะลำบากไปตาม ๆ กัน.
[๒๕๒๕] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) ความตั้งอยู่นาน
แล้วพลัดพรากจากกัน จากโอรสธิดาเหล่านี้ ของ
หม่อมฉัน ซึ่งกำลังเป็นเด็ก ยังไม่เจริญวัย ช่างฉอเลาะ
ก็ดี จากทูลกระหม่อมทั้งสองพระองค์ และสิ่งทั้งปวง
ไปก็ดี เป็นของเที่ยงแท้.
[๒๕๒๖] (พระชายาทั้งหลายทูลว่า) พระทัยของ
ทูลกระหม่อม จะตัดขาดเชียวหรือ หรือจะไม่ทรง
พระกรุณาหม่อมฉันทั้งหลาย ไยเล่าพระองค์จึงไม่
ทรงห่วงใย กระหม่อมฉันทั้งหลายผู้คร่ำครวญอยู่ จะ
เสด็จออกผนวชเสียให้ได้ทีเดียวหรือ เพคะ.
[๒๕๒๗] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) ใจของเรามิได้
ตัดขาด และเราก็มีความกรุณาในเธอทั้งหลาย แต่เรา
ปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น จงจักออกบวช.
[๒๕๒๘] (พระอัครมเหสีตรัสว่า) ข้าแต่พระสุตโสม
ผู้ประเสริฐ หม่อมฉันผู้เป็นอัครมเหสีของพระองค์

695
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 696 (เล่ม 61)

ได้พระองค์มาด้วยความลำบาก เหตุไร เมื่อหม่อมฉัน
พร่ำเพ้ออยู่ พระองค์จึงมิได้ทรงเยื่อใย จะทรงผนวช
เสีย.
ข้าแต่พระสุตโสมผู้ประเสริฐ หม่อมฉันผู้เป็น
อัครมเหสีของพระองค์ ได้พระองค์มาด้วยความลำบาก
เหตุไร พระองค์จึงมิได้ทรงเยื่อใยสัตว์ผู้ถือปฏิสนธิ
ในครรภ์ของหม่อมฉัน จะทรงผนวชเสีย.
ครรภ์ของหม่อมฉันแก่แล้ว ขอพระองค์ทรง
รออยู่ จนกระทั่งหม่อมฉันประสูติ อย่าให้หม่อมฉัน
เป็นหม้ายอยู่แต่ผู้เดียว ต้องได้รับทุกข์ในภายหลังเลย.
[๒๕๒๙] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) ครรภ์ของเธอแก่
แล้ว ขอเชิญประสูติพระโอรส ซึ่งมีผิวพรรณไม่ทราม
เถิด ฉันจักละโอรส พร้อมทั้งเธอบวชให้จงได้.
[๒๕๓๐] ดูก่อนพระน้องนางจันทา เธออย่าร้อง
ไห้ไปเลย ดูก่อนนางผู้มีดวงตาเสมอด้วยดอกอัญชัน
เธออย่าเศร้าโศกไปเลย จงขึ้นสู่ปราสาทอันประเสริฐ
เสียเถิด เราไม่เยื่อใยจักไปบวช.
[๒๕๓๑] (พระโอรสองค์ใหญ่ทูลว่า) ข้าแต่เสด็จแม่
ใครทำให้เสด็จแม่ทรงพิโรธ เหตุไฉนเสด็จแม่จึงทรง
กันแสง และจ้องมองดูหม่อมฉันยิ่งนัก บรรดาพระ-
ประยูรญาติที่เห็นอยู่ หม่อมฉันจะฆ่าใคร ที่ควรรับสั่ง
ให้ฆ่า ?

696
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 697 (เล่ม 61)

[๒๕๓๒] (พระนางเทวีตรัสว่า) ลูกรัก ท่านผู้ใด
ทรงชนะในแผ่นดิน ท่านผู้นั้นเจ้าไม่อาจจะฆ่าได้เลย
พระบิดาของเจ้าได้ตรัสกะแม่ว่า ฉันไม่มีความห่วงใย
จักไปบวช.
[๒๕๓๓] (พระโอรสองค์ใหญ่ทูลว่า) เมื่อก่อนเรา
เคยไปเที่ยวสวนด้วยรถ และรบกันด้วยช้างตกมัน เมื่อ
พระราชบิดาสุตโสมทรงผนวชแล้ว คราวนี้เราจักทำ
อย่างไร ?
[๒๕๓๔] (พระโอรสองค์น้อยทูลว่า) เมื่อพระมารดา
ของหม่อมฉันทรงกันแสงอยู่ และเมื่อพระเชษฐภาดา
ไม่ทรงยินยอม หม่อมฉันก็จักยึดพระหัตถ์ทั้งสองของ
พระบิดาไว้ เมื่อหม่อมฉันทั้งหลายไม่ยินยอม พระบิดา
จะยังเสด็จไปไม่ได้.
[๒๕๓๕] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) แม่นมเอ๋ย เชิญ
แม่ลุกขึ้นเถิด แม่จงพาพระกุมารนี้ ไปเล่นให้รื่นรมย์
เสียในที่อื่น เมื่อเรากำลังปรารถนาสวรรค์ กุมารนี้
อย่าทำอันตรายแก่เราเลย.
[๒๕๓๖] (พระพี่เลี้ยงกล่าวว่า) ไฉนหนอพระราชา
จึงทรงประทานแก้วมณี อันมีแสงสว่างนี้ เราจะ
ประโยชน์อะไรด้วยแก้วมณีนี้ เมื่อพระเจ้าสุตโสม
ทรงผนวชแล้ว เราจักทำอะไรได้ กับแก้วมณีนี้.

697
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 698 (เล่ม 61)

[๒๕๓๗] (เสนาคุตตอำมาตย์ทูลว่า) พระคลังน้อย
ของพระองค์ยังไพบูลย์ และพระคลังใหญ่ของพระองค์
ก็บริบูรณ์ ปฐพีมณฑลพระองค์ก็ทรงชนะแล้ว ขอ
พระองค์จงทรงยินดีเถิด อย่าทรงผนวชเลยพระเจ้าข้า.
[๒๕๓๘] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) คลังน้อยของเรา
ก็ไพบูลย์ คลังใหญ่ของเราก็บริบูรณ์ และปฐพีมณฑล
เราก็ชนะแล้ว แต่เราจักละสิ่งนั้น ๆ ออกบวช.
[๒๕๓๙] (กุลพันธเศรษฐีทูลว่า) ขอเดชะ ทรัพย์
ของข้าพระพุทธเจ้ามีมากมาย ข้าพระพุทธเจ้าไม่
สามารถจะนับได้ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายทรัพย์
ทั้งหมดนั้น แด่พระองค์ ขอพระองค์จงทรงยินดี อย่า
ทรงผนวชเลย พระพุทธเจ้าข้า.
[๒๕๔๐] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) ดูก่อนท่าน
กุลวัฒนเศรษฐี เรารู้ว่าทรัพย์ของท่านมีมาก และท่าน
ก็บูชาเรา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น เรา
จึงจักต้องบวช.
[๒๕๔๑] ดูก่อนพ่อโสมทัต เราเป็นผู้กระสันนัก
ความไม่ยินดีย่อมมาครอบงำเรา อันตรายมีมาก เราจัก
บวชให้ได้ในวันนี้ทีเดียว.
[๒๕๔๒] (พระอนุชาโสมทัตทูลว่า) ข้าแต่พระเจ้า
พี่สุตโสม แม้กิจนี้พระองค์ทรงพอพระทัย ขอพระองค์
ทรงผนวช ณ บัดนี้ แม้หม่อมฉันก็จักบวชในวันนี้
ทีเดียว หม่อมฉันไม่อาจอยู่ห่างพระองค์ได้.

698
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 699 (เล่ม 61)

[๒๕๔๓] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เธอจักบวชยัง
ไม่ได้ เพราะว่าใคร ๆ ในพระนครและคามนิคม
ชนบท จะไม่พากันหุงต้ม.
[๒๕๔๔] (มหาชนพากันร่ำไห้ว่า) เมื่อพระเจ้า
สุตโสม ทรงผนวชเสียแล้ว บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า
ทั้งหลาย จักทำอย่างไรเล่า พระเจ้าข้า ?
[๒๕๔๕] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เราเข้าใจว่า
ชีวิตนี้ ถูกชรานำเข้าไป เป็นของนิดหน่อย ดุจน้ำ
ในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้
เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย.
เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของ
นิดหน่อย ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อย
เหลือเกินอย่างนี้ แต่พวกคนพาล ย่อมพากันประมาท.
คนพาลเหล่านั้น อันเครื่องผูกคือตัณหาผูกไว้
แล้ว ย่อมยังนรก กำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน เปรตวิสัย
และอสุรกายให้เจริญ.
[๒๕๔๖] (มหาชนกล่าวว่า) กลุ่มธุลีตั้งขึ้นไม่ไกล
ปุปผกปราสาท ชะรอยพระธรรมราชาผู้เรืองยศของ
พวกเรา จะทรงตัดพระเกศาเสียแล้ว.
[๒๕๔๗] (ชาวพระนครปริเทวนาการว่า) พระราชา
ทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จไปเที่ยวยัง
ปราสาทใด นี่คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่น
ไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.

699
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 700 (เล่ม 61)

พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยหมู่พระประยูรญาติ
เสด็จเที่ยวไปยังปราสาทใด นี่คือปราสาทของพระองค์
แพรวพราวไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วย พระสนมนางใน
เสด็จเที่ยวไปยังกูฏาคารใด นี่คือกูฏาคารของพระองค์
เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วย หมู่พระประยูร-
ญาติ เสด็จเที่ยวไปยังกูฏาคารใด นี้คือกูฏาคารของ
พระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยพระสนมนางใน
เสด็จเที่ยวไปยังสวนอโศกวันใด นี่คือสวนอโศกวัน
ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอด
กาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระประยูรญาติ
เสด็จเที่ยวไปยังสวนอโศกวันใด นี่คือสวนอโศกวัน
ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยพระสนมนางใน
เสด็จเที่ยวไปยังพระราชอุทยานใด นี่คือพระราช-
อุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ
เสด็จเที่ยวไปยังพระราชอุทยานใด นี่คือพระราช

700
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 701 (เล่ม 61)

อุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยพระสนมกำนัลใน
เสด็จเที่ยวไปยังสวนกรรณิการ์ใด นี่คือสวนกรรณิการ์
ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยหมู่พระประยูรญาติ
เสด็จเที่ยวไปยังสวนกรรณิการ์ใด นี่คือสวนกรรณิการ์
ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอลกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน
เสด็จเที่ยวไปยังสวนปาฏลิวันใด นี่คือสวนปาฏลิวัน
นั้นของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยหมู่พระประยูรญาติ
ญาติ เสด็จเที่ยวไปยังสวนปาฏลิวันใด นี่คือสวน
ปาฏลิวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาล.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยพระสนมนางใน
เสด็จเที่ยวไปยังสวนอัมพวันใด นี่คือสวนอัมพวัน
ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์
ตลอดกาลทั้งปวง.
พระราชาทรงห้อมล้อมไปด้วยหมู่พระประยูรญาติ
เสด็จเที่ยวไปยังสวนอัมพวันใด นี่คือสวนอัมพวันของ

701