พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 512 (เล่ม 61)

ผู้ภรรยากระทำแล้วก็ดี ทั้งสองจำพวกนี้หาได้ยากนัก ก็นางสัมพุลานี้ มีความ
เกื้อกูลต่อเจ้าด้วย ถึงพร้อมด้วยศีลด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าต้องประพฤติธรรม
ต่อนาง ต้องสำนึกถึงบุญคุณของนาง แล้วจงมีจิตอ่อนโยน จงยังจิตของนาง
ให้สดชื่นเบิกบานเถิด.
พระราชฤาษีทรงประทานโอวาท แก่พระโอรสอย่างนี้แล้ว เสด็จ
ลุกขึ้นหลีกไปยังพระราชอุทยาน. ครั้นพระราชฤๅษีผู้พระชนกเสด็จหลีกไปแล้ว
พระเจ้าโสตถิเสน ตรัสสั่งให้พระนางสัมพุลามาเฝ้า แล้วตรัสว่า แน่ะนางผู้เจริญ
เจ้าจงอดโทษที่เราทำผิดมาตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ ตั้งแต่นี้ไป เราจักมอบ
อิสริยยศแก่เจ้าทั้งสิ้น แล้วตรัสพระคาถาสุดท้าย ความว่า
ดูก่อนแม่นางสัมพุลาผู้เจริญ ถ้าเจ้าได้โภคสมบัติ
อันไพบูลย์แล้ว แต่มีความหึงหวงครอบงำ จนจะถึง
ซึ่งมรณะไซร้ พี่และนางราชกัญญาเหล่านี้ทั้งหมด
จะทำตามถ้อยคำของเจ้า.
พระคาถานั้น มีอรรถาธิบายว่า แน่พระนางสัมพุลาผู้เจริญ ถ้าเจ้าได้
โภคสมบัติอันไพบูลย์ โดยได้รับแต่งตั้งเป็นพระอัครมเหสี เพราะทีอภิเษก
สถาปนาไว้ในกองรัตนะแล้ว ยังหยั่งลงในความฤษยา จะถึงซึ่งความตายไซร้
เราและนางราชกัญญาเหล่านั้นทั้งหมด จักเป็นผู้กระทำตามถ้อยคำของเจ้า เจ้า
จงจัดแจงราชสมบัติ ตามความประสงค์เถิด แล้วพระราชทานความเป็นใหญ่
ทั้งสิ้น แก่พระอัครมเหสี.
นับแต่นั้นมา ทั้งสองพระองค์ก็อยู่อย่างสามัคคีปรองดองกัน บำเพ็ญ
บุญกุศลมีทานเป็นต้น แล้วเสด็จไปตามยถากรรม. พระราชดาบสทำฌานและ
อภิญญาให้เกิดแล้ว ก็เป็นผู้เข้าถึงซึ่งพรหมโลก.

512
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 513 (เล่ม 61)

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ก็หามิได้ แม้ในชาติก่อน พระนางมัลลิกาก็
เคารพต่อสามีดุจเทพยดาเหมือนกัน แล้วทรงประชุมชาดกว่า พระนางสัมพุลา
ในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระนางมัลลิกา พระเจ้าโสตถิเสนได้มาเป็นพระเจ้า-
กรุงโกศล พระดาบสผู้ราชบิดา ได้มา เป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาสัมพุลาชาดก
๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดก
ว่าด้วยพระราชาทรงสดับฟังข่าวชาวเมือง
[๒๔๑๙] ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย
ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาท
ย่อมไม่ตาย คนประมาทเป็นเหมือนคนตายแล้ว.
เพราะมัวเมาจึงเกิดความประมาท เพราะประมาท
จึงเกิดความเสื่อม และเพราะความเสื่อมจึงเกิดโทษ
ดูก่อนท่าน ผู้มีภาระครอบครองรัฐ อย่าประมาทเลย.
เพราะกษัตริย์เป็นอันมาก หากมีความประมาท
ต้องเสื่อมประโยชน์ของแว่นแคว้น เสื่อมทั้งแว่นแคว้น
อนึ่ง ชาวบ้านประมาท ก็เสื่อมจากบ้าน บรรพชิต
ประมาท ก็เสื่อมจากอนาคาริยวิสัย.

513
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 514 (เล่ม 61)

ดูก่อนพระองค์ ผู้เป็นมิ่งขวัญของรัฐ โภคสมบัติ
ทุกอย่างในแว่นแคว้น ของกษัตริย์ ผู้ประมาทแล้ว
ย่อมพินาศหมด ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์
ของพระราชา.
ดูก่อนพระมหาราชเจ้า ความประมาทนี้ ไม่เป็น
ธรรมของโบราณกษัตริย์ โจรทั้งหลายย่อมกำจัดชนบท
อันมั่งคั่ง ไพบูลย์ของพระราชา ผู้ประมาทเกินขอบ
เขต.
ราชโอรส สืบสันตติวงศ์ ของพระราชานั้นจักไม่มี
เงินทอง ทรัพย์สินก็จักไม่มีเหมือนกัน เมื่อแว่นแคว้น
ถูกปล้น พระราชาผู้ประมาท ย่อมเสื่อมจากโภคะ
ทั้งปวง.
ญาติ มิตร และสหาย ย่อมไม่นับถือขัตติยราช
เสื่อมจากสรรพโภคสมบัติ ในความคิดอ่าน.
พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า ผู้พึ่ง
พระโพธิสมภารเป็นอยู่ ย่อมไม่นับถือพระราชานั้น
ในความคิดอ่าน.
ศรี คือ มิ่งขวัญ ย่อมละพระราชา ผู้ไม่จัดแจงการ
งาน โง่เขลา มีความคิดอ่านเลวทราม ไร้ปัญญา
เหมือนงูลอกคราบ อันคร่ำคร่า ฉะนั้น.
พระราชาผู้ทรงจัดการงานดี หมั่นขยันตามกาล
ไม่เกียจคร้าน โภคสมบัติทั้งปวง ย่อมเจริญยิ่งขึ้น
เหมือนฝูงโค ที่มีโคผู้ ฉะนั้น.

514
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 515 (เล่ม 61)

ดูก่อนมหาราชเจ้า พระองค์จงเสด็จเที่ยวฟังเหตุ
การณ์ในแว่นแคว้น และในชนบท ครั้นได้ทอดพระ
เนตรเห็น และได้ทรงสดับแล้ว แต่นั้น ก็ปฏิบัติสิ่ง
นั้น ๆ เถิด.
[๒๔๒๐] ขอให้พระเจ้าปัญจาละ จงถูกศรเสียบ
ในสงคราม เสวยทุกขเวทนา เหมือนเราถูกหนามแทง
แล้ว เสวยทุกขเวทนาอยู่ในวันนี้.
[๒๓๒๑] ท่านเป็นคนแก่ มีจักษุมืดมัว มอง
เห็นอะไรไม่ถนัด หนามแทงท่านเอง ในเรื่องนี้ พระ
เจ้าพรทมทัต มีความผิดอะไรด้วย.
[๒๓๒๒] ดูก่อนพราหมณ์ เราถูกหนามแทง ใน
หนทางนี้ เป็นความผิดอย่างมหันต์ ของพระเจ้า
พรหมทัต เพราะชาวชนบท พระเจ้าพรหมทัต
มิได้ทรงพิทักษ์รักษา ถูกพวกราชบุรุษ กดขี่ด้วยภาษี
อันไม่ชอบธรรม.
กลางคืนถูกพวกโจรปล้น กลางวันถูกราชบุรุษ
กดขี่ ในแว่นแคว้นของพระราชาโกง มีคนอาธรรม์
มากมาย.
แน่ะพ่อคุณ เมื่อภัยเช่นนี้เกิดขึ้น ประชาชนพา
กันอึดอัด เพราะกลัว ต่างพากันหาไม้ มีหนาม ใน
ป่ามาทำที่ซุกซ่อน.

515
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 516 (เล่ม 61)

[๒๔๒๓] ในแคว้นของพระเจ้าพรหมทัต หญิง
สาวหาผัวไม่ได้ไปจนแก่ เมื่อไรพระเจ้าพรหมทัตจัก
สวรรคตเสียที.
[๒๔๒๔] เฮ้ย ! หญิงชั่วไม่รู้จักเหตุผล แก
พูดไม่ดีเลย พระราชาเคยหาผัวให้นางกุมาริกา มีที่
ไหนกัน ?
[๒๔๒๕] พราหมณ์ เอย เราไม่ได้พูดชั่วเลย
เรารู้เหตุผล ชาวชนบท พระเจ้าพรหมทัตมิได้พิทักษ์
รักษา ราษฎรถูกกดขี่ ด้วยภาษีอันไม่ชอบธรรม.
กลางคืนถูกโจรปล้น กลางวันถูกเจ้าหน้าที่กด
ขี่ด้วยภาษี อันไม่ชอบธรรม ในแว่นแคว้นของพระ
ราชาโกง มีคนอาธรรม์มากมาย เมื่อการครองชีพ
ลำบาก การเลี้ยงดูลูกเมียก็ลำบาก หญิงสาวจักมีผัว
ได้ที่ไหน.
[๒๔๒๖] ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช จงถูกหอก
แทง ต้องนอนกลิ้งอยู่ในสงคราม เหมือนโคสาลิยะ
ถูกผาลแทง นอนอยู่ ดังคนกำพร้า ฉะนั้น.
[๒๔๒๗] เจ้าคนชาติชั่ว เจ้าโกรธพระเจ้าพรหม
ทัต โดยไม่เป็นธรรม เจ้าทำลายโคของตนเอง ไฉน
จึงมาสาปแช่ง พระราชาเล่า.
[๒๔๒๘] ดูก่อนพราหมณ์ เราโกรธพระเจ้า
พรหมทัต โดยชอบธรรม เพราะชาวชนบท พระ-

516
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 517 (เล่ม 61)

เจ้าพรหมทัต มิได้ทรงพิทักษ์รักษา ถูกเจ้าหน้าที่บ้าน
เมืองกดขี่ ด้วยภาษีที่ไม่เป็นธรรม.
กลางคืนถูกพวกโจรปล้น กลางวันถูกเจ้าหน้าที่
กดขี่ ด้วยภาษีอันไม่ชอบธรรม ในแคว้นของพระ
ราชาโกง มีคนอาธรรม์มากมาย.
แม่ครัวคงหุงต้มใหม่อีกเป็นแน่ จึงนำข้าวมาส่ง
ในเวลาสาย เรายังแลดูแม่ครัวมาส่งข้าวอยู่ โคสาลิยะ
จึงถูกผาลแทงเอา.
[๒๔๒๙] ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช จงถูกฟัน
ด้วยดาบในสงคราม เดือดร้อนอยู่ เหมือนเราถูกแม่
โคนม ถีบในวันนี้ จนนมสดของเราหกไป ฉะนั้น.
[๒๔๓๐] การที่แม่โคนม ถีบเจ้าให้บาดเจ็บ น้ำ
นมหกไปนั้น เป็นความผิดอะไร ของพระเจ้าพรหม-
ทัต ท่านจึงติเตียนอยู่.
[๒๔๓๑] ดูก่อนพราหมณ์ พระเจ้าปัญจาละ
ควรจะได้รับความติเตียน เพราะชาวชนบท พระเจ้า
พรหมทัตมิได้พิทักษ์รักษา ถูกเจ้าหน้าที่กดขี่ด้วยภาษี
อันไม่เป็นธรรม.
อนึ่ง เวลากลางคืน ก็ถูกโจรปล้น กลางวันก็ถูก
กดขี่ รีดภาษีอันไม่เป็นธรรม ในแคว้นของพระราชา
โกง มีคนอาธรรม์มากมาย.

517
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 518 (เล่ม 61)

แม่โคเปรียว ดุร้าย เมื่อก่อนพวกเรามิได้รีดนม
มัน มาวันนี้ เราถูกพวกราชบุรุษ ผู้ต้องการน้ำนม
รีดนาทาเล้น จึงต้องรีดนมมันอยู่เดี๋ยวนี้.
[๒๔๓๒] ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช จงพลัด
พรากจากราชโอรส วิ่งคร่ำครวญ เหมือนแม่โคกำพร้า
พลัดพรากจากลูก วิ่งคร่ำครวญอยู่ ฉะนั้น.
[๒๔๓๓] ในการที่แม่โคนม ของคนเลี้ยงโค
เที่ยววิ่งไปมา หรือร่ำร้องอยู่นี้ เป็นความผิดอะไร
ของพระเจ้าพรหมทัตเล่า.
[๒๔๓๔] ดูก่อนมหาพราหนณ์ ความผิดของ
พระเจ้าพรหมทัตมีแน่ เพราะชาวชนบท พระเจ้า
พรหมทัต มิได้พิทักษ์รักษา ถูกเจ้าหน้าที่กดขี่ ด้วย
ภาษีอันไม่ชอบธรรม.
กลางคืนก็ถูกโจรปล้น กลางวันก็ถูกเจ้าหน้าที่
กดขี่ ด้วยภาษีอันไม่ชอบธรรม ในแคว้นของพระรา-
ชาโกง มีคนอาธรรม์มากมาย ลูกโคของพวกเรายัง
ดื่มนมอยู่ ก็ต้องถูกฆ่าตาย เพราะต้องการฝักดาบ
อย่างไรล่ะ.
[๒๔๓๕] ขอให้พระเจ้าปัญจาลราซ พร้อมด้วย
พระราชโอรส จงถูกประหารในสนามรบ ให้ฝูงการุม
จิกกิน เหมือนเราผู้เกิดในป่า ถูกฝูงกาชาวบ้านจิก
ในวันนี้ ฉะนั้น.

518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 519 (เล่ม 61)

[๒๔๓๖] เฮ้ยกบ ! พระราชาทั้งหลายในมนุษย-
โลก จะทรงจัดการพิทักษ์รักษาสัตว์ทั่วไปไม่ได้อยู่
เอง พระราชามิใช่เป็นอธรรมจารีบุคคล ด้วยเหตุที่ฝูง
กากินสัตว์เป็น เช่นพวกเจ้าเท่านั้น.
[๒๔๓๗] ท่านเป็นพรหมจารี ชาติอาธรรม์หนอ
จึงกล่าวยกย่องกษัตริย์อยู่ได้ เมื่อประชากรเป็นอันมาก
ถูกปล้นอยู่ ท่านยังบูชาพระราชา ผู้น่าตำหนิอย่างยิ่ง.
ดูก่อนพราหมณ์ ถ้าแว่นแคว้นนี้ พึงมีพระราชา
ดี ก็จะมั่งคั่งเบิกบาน ผ่องใส ฝูงกาก็จะได้กินก้อน
ข้าวที่ดี ๆ เป็นพลี ไม่ต้องกินสัตว์เป็นเช่นพวกเรา.
จบภัณฑุติณฑุกชาดกที่ ๑๐

519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 520 (เล่ม 61)

อรรถกถาภัณฑุติณฑุกชาดก
พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภ
ราโชวาท ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อปฺปมาโท ดังนี้. ราโชวาท
มีพิสดารแล้วในหนหลัง.
ในอดีตกาล พระราชาทรงพระนามว่าปัญจาละ ดำรงอยู่ในอคติทรง
ประมาทเสวยราชสมบัติโดยอธรรม อยู่ในอุตตรปัญจาลนคร แคว้นกปิละ.
ครั้งนั้น อำมาตย์เป็นต้นของพระองค์ ก็เกิดเป็นคนอาธรรม์เสียทั้งหมด. ชาว
แว่นแคว้น ถูกบีบคั้นด้วยภาษีอากร ต้องพาลลูกเมียเที่ยวหลบหนี หลีกไป
ในป่า คล้ายฝูงมฤค. ในที่ที่เคยมีบ้าน ก็กลายเป็นที่มีบ้านร้าง. กลางวัน
ผู้คนไม่อาจอยู่บ้านเรือนได้ เพราะเกรงกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พากันเอา
กิ่งหนามเป็นต้นล้อมเรือนไว้ เมื่ออรุณขึ้นก็หลบเข้าป่าไป. กลางวันเจ้าหน้าที่
ก็ริบยื้อแย่ง กลางคืนพวกโจรก็ปล้นก็ชิง.
คราวนั้น พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นรุกขเทวดา อยู่ทีี่ภัณฑุติณฑุก-
พฤกษ์ภายนอกพระนคร. ทุกๆ ปีได้รับพลีกรรม มีราคาหนึ่งพันจากราชสำนัก.
รุกขเทวดาคิดว่า พระราชานี้ทรงประมาท เสวยราชสมบัติ สกลรัฐจักฉิบหาย
เว้นเราเสียแล้วไม่มีใครสามารถจะชักจูงให้พระราชาดำรงพระองค์ ในทางที่ถูก
ต้องได้ อนึ่ง พระองค์ก็ทรงมีอุปการะแก่เรา บูชาด้วยพลีกรรมพันหนึ่งทุกปีมา
เราจักถวายโอวาทพระองค์ท่าน. ในเวลากลางคืน รุกขเทวดาเข้าไปยังห้อง
พระบรรทมของพระราชา ยืนอยู่ข้างพระเศียร เปล่งรัศมียืนอยู่บนอากาศ.
พระราชาทอดพระเนตรเห็นเทวดารุ่งเรืองอยู่ คล้ายดวงอาทิตย์อ่อน ๆ จึง
ตรัสถามว่า ท่านเป็นใคร มาที่นี่เพราะเหตุอะไร ? รุกขเทวดาได้ยินพระราช-

520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 521 (เล่ม 61)

ดำรัสแล้วทูลว่า ดูก่อนมหาราชเจ้า ข้าพเจ้าคือภัณฑุติณฑุกเทพ คิดว่า
จักถวายโอวาทแด่พระองค์ จึงมาเฝ้า. พระราชาตรัสถามว่า ท่านจักให้โอวาท
อะไรหรือ ? เมื่อพระราชาตรัสถามอย่างนี้แล้ว พระมหาสัตว์จึงทูลว่า ดูก่อน
มหาราชเจ้า พระองค์เป็นผู้ประมาทเสวยราชสมบัติ เพราะฉะนั้น แว่นแคว้น
ทั้งสิ้นของพระองค์ จะพินาศเหมือนถูกกำจัดยื้อแย่ง ธรรมดาพระราชาเมื่อ
เสวยราชสมบัติด้วยความประมาท หาใช่เป็นเจ้าของแห่งแว่นแคว้นทั้งสิ้นไม่
ถึงความพินาศในปัจจุบันแล้ว ในภพหน้าจักต้องเกิดในมหานรกอีก อนึ่ง
เมื่อพระราชาถึงความประมาทแล้ว แม้ชนในราชสำนัก นอกราชสำนัก ย่อม
จะพากันประมาท ด้วยเหตุนั้น พระราชาไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง ดังนี้แล้ว
เมื่อจะเริ่มตั้งธรรมเทศนา จึงกล่าวคาถา ความว่า
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย ความประมาท
เป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย คน
ประมาทเป็นเหมือนคนตายแล้ว.
เพราะมัวเมาจึงเกิดความประมาท เพราะประมาท
จึงเกิดความเสื่อม และเพราะความเสื่อมจึงเกิดโทษ
ดูก่อนท่านผู้มีภาระครอบครองรัฐ อย่าประมาทเลย.
เพราะกษัตริย์เป็นอันมาก หากมีความประมาท
ต้องเสื่อมประโยชน์ของแว่นแคว้น เสื่อมทั้งแว่นแคว้น
อนึ่ง ชาวบ้านประมาท ก็เสื่อมจากบ้าน บรรพชิต
ประมาท ก็เสื่อมจากอนาคาริยวิสัย.
ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นมิ่งขวัญของรัฐ โภคสมบัติ
ทุกอย่างในแว่นแคว้น ของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้ว

521