ด้วยเหตุนั้น จึงไม่สามารถจะวิสัชนาแก่ท่านได้ แต่น้องชายของข้าพเจ้า
ชื่อว่า สัญชยกุมาร มีญาณประเสริฐกว่าข้าพเจ้ายิ่งนัก เชิญท่านถามเขาเถิด
เขาจักแก้ปัญหาของท่านได้ ดังนี้แล้ว เมื่อจะส่งไปยังสำนักของน้องชาย ได้
กล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
ข้าพเจ้าเป็นเหมือนคนทิ้งหาบเนื้อ แล้ววิ่งตาม
เหี้ยไป ถึงจะถูกถามอรรถและธรรม ก็ไม่อาจจะบอก
แก่ท่านได้ ข้าแต่ท่านพราหมณ์สุจีรตะ น้องชายของ
ข้าพเจ้าชื่อว่า สัญชัย มีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและ
ธรรมกะเธอดูเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มํสกาชํ ความว่า บุรุษหาบก้อนเนื้อ
เดินทางไป พบลูกเหี้ยเข้าในระหว่างทาง จึงทิ้งหาบเนื้อเสีย ไล่ติดตามลูกเหี้ย
นั้น ฉันใด ข้าพเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทอดทิ้งภรรยาผู้อยู่ในอำนาจ ใน
เรือนของตัว มัวติดพันหญิงที่ผู้อื่นรักษาคุ้มครอง เมื่อภัทรการมาณพจะแสดง
ดังนี้ จึงกล่าวอย่างนั้น.
ในขณะนั้นเอง สุจีรตพราหมณ์จึงไปยังนิเวศน์ของสัญชยกุมาร อัน
สัญชยกุมารทำสักการะเคารพแล้ว ถูกถามถึงเหตุที่มา จึงแจ้งให้ทราบ.
พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น ได้ตรัสพระคาถา
๒ คาถา ความว่า
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงยัง
สำนักสัญชยกุมารแล้ว ได้เห็นสัญชยกุมารนั่งอยู่ใน
นิเวศน์ของตน จึงพูดว่า