พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 332 (เล่ม 61)

บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ลุกขึ้นโซเซโคลงศีรษะ
และยกแขนขึ้นร่ายรำ เหมือนรูปหุ่นไม้ ฉะนั้น ท่าน
จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว นอนจนถูกไฟไหม้
และกินอาหารที่เหลือเดนสุนัขได้ ย่อมถึงการถูกจองจำ
ถูกฆ่า และความเสื่อมแห่งโภคะ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้
ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว พูดคำพูดที่ไม่ควรพูด
นั่งพร่ำในที่ประชุม ปราศจากผ้าผ่อน เลอะเทอะ
นอนจมอยู่ในอาเจียนของตน มีแต่เรื่องฉิบหาย ท่าน
จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว วางมาดเป็นคนสำคัญ
นัยน์ตาขุ่นขวาง เข้าใจว่าบ้านเมืองเป็นของเราคนเดียว
พระราชาแม้มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบขัณฑสีมา ก็ไม่
เสมอเรา ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิด
นั้น.
บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ถือตัวจัด ก่อการ
ทะเลาะวิวาท ยุยงส่อเสียด มีผิวพรรณน่าเกลียด
เปลือยกายวิ่งไป อยู่อย่างนักเลงเก่า ท่านจงซื้อหม้อ
ใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
น้ำชนิดนี้ ทำตระกูลทั้งหลายในโลกนี้ อันมั่งคั่ง
บริบูรณ์ มีเงินทองตั้งหลายพันให้ขาดทายาทได้ ท่าน
จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.

332
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 333 (เล่ม 61)

ข้าวเปลือก ทรัพย์สิน เงินทอง ไร่ นา โค
กระบือ ในสกุลใดย่อมพินาศไป ตระกูลที่มั่งมี
ทั้งหลายขาดสูญไป เพราะดื่มน้ำชนิดใด ท่านจงซื้อ
หม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
บุรุษดื่มน้ำชนิดใดแล้ว เป็นคนหยาบช้า ด่า
มารดาบิดาได้ แม้ถึงเป็นพ่อผัวก็พึงหยอกลูกสะใภ้ได้
ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
นารีดื่มน้ำชนิดใดแล้ว กลายเป็นคนกักขฬะ
หยาบช้า ด่าพ่อผัว แม่ผัว และสามีได้ แม้เป็นทาส
เป็นคนใช้ พึงรับเป็นสามีของตนได้ ท่านจงซื้อหม้อ
ใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยนำชนิดนั้น.
บุรุษดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ฆ่าสมณะ หรือพราหมณ์
ผู้ตั้งอยู่ในธรรมได้ พึงไปสู่อบาย เพราะกรรมนั้น
เป็นเหตุ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิด
นั้น.
ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ประพฤติทุจริต
ทางกาย ทางวาจา หรือทางใจได้ ย่อมไปสู่นรก
เพราะประพฤติทุจริต ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไป
ด้วยน้ำชนิดนั้น.
ชนทั้งหลายแม้จะยอมสละเงินเป็นอันมาก มา
อ้อนวอนบุรุษใด ซึ่งไม่เคยดื่มสุรา ให้พูดเท็จ ย่อม
ไม่ได้ บุรุษนั้นครั้นดื่มสุราแล้วย่อมพูดเหลาะแหละ

333
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 334 (เล่ม 61)

เหลวไหลได้ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำ
ชนิดนั้น.
คนรับใช้ดื่มน้ำชนิดใดแล้ว เมื่อถูกเขาใช้ไปใน
กรณียกิจรีบด่วน ถูกซักถามก็ไม่รู้เนื้อความ ท่านจง
ซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ถึงจะเคยมีความ
ละอายใจอยู่ ก็ย่อมจะทำความไม่ละอายให้ปรากฏได้
ถึงแม้จะเป็นคนมีปัญญาก็อดพูดมากไม่ได้ ท่านจงซื้อ
หม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว นอนคนเดียว
ไม่มีเพื่อน คล้ายลูกสุกรนอนเดียวดาย ด้วยชาติกำเนิด
อันต่ำฉะนั้น อดข้าวปลาอาหาร ย่อมเข้าถึงการนอน
เป็นทุกข์อยู่กับแผ่นดิน สิ้นสง่าราศรี และต้องครหา
นินทา ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ย่อมนอนคอตก
หาเป็นเหมือนโคที่ถูกปฏักฉะนั้นไม่ ฤทธิ์สุราย่อม
ทำให้คนอดทนได้ (ไม่กินข้าวกินน้ำ) ท่านจงซื้อหม้อ
ใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.
มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมเว้นดื่มน้ำชนิดใด อันเปรียบ
ด้วยงูมีพิษร้าย นรชนคนใดเล่า ควรจะดื่มน้ำชนิดนั้น
อันเป็นเช่นยาพิษมีในโลก ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่ง
เต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น.

334
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 335 (เล่ม 61)

โอรสทั้งหลายของท้าวอันธกเวณฑะ ดื่มสุรา
แล้ว พาหญิงไปบำเรออยู่ที่ริมฝั่งสมุทร ประหารกัน
และกันด้วยสาก ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วย
น้ำชนิดนั้น.
บุรพเทพ คืออสูรทั้งหลาย ดื่มน้ำชนิดใดแล้ว
เมามาย จนจุติจากไตรทิพย์ คือดาวดึงสเทวโลก ยัง
สำคัญตนว่าเที่ยง เป็นไปกับด้วยอสุรมายา ดูก่อน
มหาราชเจ้า บุรุษผู้ฉลาดเช่นกับพระองค์ เมื่อทราบ
ว่าน้ำดื่มชนิดนี้เป็นน้ำเมา หาประโยชน์มิได้ จะดื่ม
ทำไม ?
ในหม้อใบนี้ ไม่มีเนยข้น หรือน้ำผึ้ง พระองค์
รู้อย่างนี้แล้ว จงซื้อเสีย ดูก่อนท่านสัพพมิตต์ สิ่ง
ที่อยู่ในหม้อนี้ ข้าพเจ้าบอกแก่ท่านแล้วตามความเป็น
จริงอย่างนี้แหละ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วชฺชานิ ได้แก่ โทษทั้งหลาย. บทว่า
คเลยฺย ความว่า เมื่อจะเดินก็เดินโซเซไปทุกย่างก้าว. บทว่า ยํ ปิตฺวา ปเต
ความว่า บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้วพึงตกลงไป. บทว่า โสพภํ ได้แก่ หลุม-
บ่อ. บทว่า จนฺทนิโยฬิคลฺลํ ได้แก่ หลุมเทขยะ และหลุมโสโครก.
บทว่า อโภชเนยฺยํ ได้แก่ ของไม่ควรเพื่อจะบริโภค. บทว่า
อเนสมาโน แปลว่า ไม่เป็นอิสระ. บทว่า โคริว ความว่า อุปมาเหมือนโค.
บทว่า ภกฺขสานี ความว่า เหมือนโคกินกากสุรา เที่ยวแสวงหาของกินใน
ที่ต่างๆ ฉันใด ไม่มีกฎเกณฑ์ในใจ ท่องเที่ยวไปฉันนั้น. บทว่า อนาถมาโน

335
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 336 (เล่ม 61)

ความว่า เป็นเหมือนคนขาดที่พักพิงไร้ที่พึ่ง. บทว่า อุปคายติ ความว่า
เห็นคนอื่นเขาขับเขารำ ก็เข้าไปขับบ้าง ฟ้อนรำบ้างได้. บทว่า อเจลโกว
ความว่า เปลือยกายได้เหมือนอเจลก. บทว่า วิสิขนฺตรานิ ความว่า (เที่ยว
ซอกแซกไป) ตามตรอก ตามถนน. บทว่า อติเวลสายี ความว่า เป็นผู้มี
ปกตินอนเกินเวลา ปาฐะว่า อติเวลาจารี ดังนี้ก็มี. อธิบายว่า นอนหลับ
ไปได้นาน ๆ. บทว่า ทารุกฏลฺลโกว แปลว่า เหมือนรูปหุ่นไม้. บทว่า
โภคชานิญฺจุ เปนฺติ ความว่า ย่อมเข้าถึงความเสื่อมแห่งโภคทรัพย์. อธิบายว่า
บุคคลดื่มน้ำใดแล้ว ย่อมทำทุจริตเป็นต้นว่า ปาณาติบาต ถูกลงอาชญาแล้ว
ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์และถึงทุกข์อื่น ๆ มีถูกฆ่าและจองจำเป็นต้น.
บทว่า วนฺตคโต ความว่า จมอยู่ในอาเจียนของตน. บทว่า
พฺยสนฺโน แปลว่า ถึงความพินาศ. ปาฐะว่า วิสนฺโน ดังนี้ก็มี. ความก็ว่า
นอนจมอยู่ในกองอาเจียนนั้น. บทว่า อุกฺกฏฺโฐ ความว่า บุคคลดื่มน้ำ
ชนิดใดแล้วฮึกเหิม คุยโวว่า เรามีทะแกล้วทหารมาก จะมีใครเสมอกับเรา.
บทว่า อาวิลกฺโข แปลว่า มีนัยน์ตาแดง (ตาขวาง). บทว่า สพฺพปฐวี
แปลว่า แผ่นดินทั้งหมด. ปาฐะว่า สพฺพาปฐวี ดังนี้ก็มี. บทว่า จาตุรนฺโต
ความว่า เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต. บทว่า มานา
แปลว่า ก่อเกิดมานะ. แม้ในบททั้งสองที่เหลือก็มีนัยนี้.
บทว่า คติ แปลว่า ปฏิปทาเครื่องดำเนินให้เกิดผล. บทว่า นิเกโต
แปลว่า อยู่ (อย่างนักเลง). บทว่า ตสฺสา ปุณฺณํ ความว่า ท่านจงซื้อ
หม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยสุราเห็นปานนั้น. บทว่า ยตฺถ วินาสยนฺติ ความว่า
ชนทั้งหลายอาศัยน้ำสุราใด ดำรงตนไว้ในการดื่มน้ำสุราใด ทำลายสมบัติ
มีทรัพย์และข้าวเปลือกเป็นต้น แม้อย่างเดียว หรือแม้หลายอย่างให้พินาศได้
จนเป็นคนกำพร้า. บทว่า อิทฺธานิ แปลว่า มั่งคั่ง. บทว่า ผีตานิ ความว่า

336
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 337 (เล่ม 61)

มั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยวัตถาลังการ และเครื่องใช้สอยทั้งหลาย. บทว่า อุจฺฉินฺน-
ทายชฺชกตานิ ความว่า น้ำสุรานี้ย่อมทำทายาทให้ขาดสูญ พาทรัพย์สมบัติ
ให้พินาศ. บทว่า ทุฏฺฐรูโป เป็นคนกักขฬะหยาบคาย. บทว่า คณฺเหยฺย
ความว่า จับมือถือแขนลูกสะใภ้ ด้วยอำนาจกิเลส โดยสำคัญว่าเป็นภรรยาได้.
บทว่า ทาสํปิ คณฺเห ความว่า จับมือถือแขน แม้ทาสคนรับใช้ของตนได้
ด้วยอำนาจกิเลส โดยสำคัญว่า สามีของตัว. บทว่า ปิตฺวาน แปลว่า ดื่มแล้ว.
บทว่า ทุจฺจริตํ จริตฺวา ความว่า กระทำอกุศลกรรมบถสิบอย่าง
ด้วยไตรทวารอย่างนี้. บทว่า ยาจมานา ความว่า ชนทั้งหลายแม้จะสละ
เงินทอง เป็นสินน้ำใจจำนวนมาก กล่าวอ้อนวอนบุรุษใด ซึ่งไม่เคยดื่มสุรา
มาก่อนว่า ท่านจงพูดเท็จดังนี้ ย่อมไม่ได้. บทว่า ปิตฺวา ความว่า คน
รับใช้ดื่มน้ำชนิดใดแล้ว. บทว่า นปฺปชานาติ วุตฺโต ความว่า ถูกซักถาม
ว่าเจ้ามาเพื่อต้องการอะไร เขาย่อมไม่รู้แม้เรื่องราวนั้น เพราะตนรับข่าวสาสน์
ไปไม่ดี. บทว่า หิริมนาปิ ความว่า แม้จะมีจิตประกอบไปด้วยหิริ. บทว่า
เอกถูปา ความว่า นอนคนเดียวไม่มีเพื่อน คล้ายลูกสุกรนอนเดียวดายด้วย
ชาติกำเนิดอันค่ำฉะนั้น. บทว่า อนาสกา แปลว่า อดอาหาร. บทว่า
ถณฺฑิล ทุกฺขเสยฺยํ ความว่า นอนเป็นทุกข์อยู่บนแผ่นดิน. บทว่า อายสกฺยํ
ได้แก่ คำครหา. บทว่า ปตฺตกฺขนฺธา ความว่า นอนคอตก. บทว่า
กูฏหตาริว ความว่า ย่อมนอนคอพับคล้ายโค อันหม้อน้ำผูกติดอยู่ที่คอ
เบียดเบียน. อธิบายว่า ย่อมนอนแซ่วเหมือนโคที่ไม่กินหญ้า กินน้ำ นอนซม
อยู่ฉะนั้น. บทว่า โฆรสมิว แปลว่า อันเปรียบด้วยงูมีพิษร้าย. บทว่า
วิสสมานํ แปลว่า อันเป็นเช่นกับด้วยยาพิษ. บทว่า อนฺธกเวณฺฑปุตฺตา
ได้แก่ ราชาพี่น้องกันสิบองค์. บทว่า อุปฺกฺกมุํ แปลว่า ประหารกัน

337
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 338 (เล่ม 61)

(ด้วยสาก). บทว่า ปุพฺพเทวา ได้แก่ อสูรทั้งหลาย. บทว่า ติทิวา ความว่า
จากดาวดึงสเทวโลก. บทว่า สสฺสติยา ความว่า ยังสำคัญตนว่าเที่ยง โดย
ความเป็นผู้มีอายุยืน อธิบายว่า จากเทวโลก อันสมมติกันว่าเที่ยงเป็นนิรันดร์.
บทว่า สมายา ความว่า เป็นไปกับด้วยอสุรมายา.
บทว่า ชานํ ความว่า บุรุษผู้ฉลาดเช่นกับพระองค์ เมื่อทราบว่า
น้ำดื่มชนิดนี้ เป็นน้ำเมาหาประโยชน์มิได้เช่นนั้น จะพึงดื่มทำไมกัน. บทว่า
กุมฺภคตา มยา ความว่า สิ่งที่อยู่ในหม้ออันข้าพเจ้าบอกแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง
ปาฐะก็อย่างเดียวกันนี้. บทว่า อกฺขาตรูํป ความว่า อันข้าพเจ้าบอกแล้ว
ตามความเป็นจริง.
พระเจ้าสัพพมิตต์ ทรงสดับดังนั้น ก็ทรงทราบโทษของสุรา ดีพระทัย
เมื่อจะทรงชมเชยท้าวสักกเทวราช ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถา ความว่า
ท่านมิใช่เป็นบิดา หรือมารดาของข้าพเจ้า เป็น
คนชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มุ่งเกื้อกูลอนุเคราะห์
ปรารถนาประโยชน์อย่างยิ่งแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจัก
กระทำตามถ้อยคำของท่านในวันนี้.
ข้าพเจ้าจักให้บ้านส่วยห้าตำบล ทาสีหนึ่งร้อย
โคเจ็ดร้อย และรถเทียมด้วยม้าอาชาไนยสิบคันเหล่านี้-
แก่ท่าน ขอท่านผู้ปรารถนาประโยชน์จงเป็นอาจารย์
ของข้าพเจ้าเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คามวรานิ ความว่า พระเจ้าสัพพมิตต์
ตรัสว่า ข้าแต่ท่านพราหมณ์ อาจริยภาค คือส่วนของอาจารย์ อันชื่อว่าบุคคล
ผู้เป็นอาจารย์ควรปรารถนา ข้าพเจ้าขอมอบบ้านส่วยห้าตำบล ซึ่งมีรายได้

338
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 339 (เล่ม 61)

ปีละหนึ่งแสนแก่ท่าน. บทว่า ทสา อิเม ความว่า และเมื่อพระเจ้าสัพพ-
มิตต์จะทรงชี้รถอันวิจิตรด้วยทอง ซึ่งจอดอยู่เฉพาะพระพักตร์สิบคัน จึงตรัส
อย่างนี้.
ท้าวสักกเทวราช ทรงสดับเช่นนั้น เมื่อจะทรงแสดงอัตภาพของ
เทพยดาให้พระเจ้าสัพพมิตต์ทรงรู้จักพระองค์ จึงประทับยืนบนอากาศ
ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถา ความว่า
ดูก่อนพระราชา ทาสี บ้านส่วย โค และรถ
อันเทียมด้วยม้าอาชาไนย จงเป็นของพระองค์ตามเดิม
เถิด เราเป็นท้าวสักกะจอมเทพ ของชาวไตรทิพย์.
พระองค์จงเสวยพระกระยาหาร เนยใส และ
ข้าวปายาส พึงเสวยขนมกุมมาสอันโอชารส ดูก่อน
พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์จงทรงยินดีใน
ธรรม ใคร ๆ ไม่ติเตียนด้วยอาการอย่างนี้แล้ว จงเข้า
ถึงสวรรคสถาน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ ตุวํ ธมฺมรโต ความว่า เมื่อ
ท่านเสวยโภชนะมีรสเลิศต่าง ๆ อย่างนี้ จะเว้นการดื่มสุรา ละทุจริต ๓ อย่าง
เป็นผู้ยินดีในสุจริตธรรม ๓ ประการ อันใคร ๆ ไม่ติเตียนแล้ว จงเข้าถึง
สวรรคสถานเถิด.
ท้าวสักกะครั้นทรงประทานโอวาทแก่พระเจ้าสัพพมิตต์ ด้วยประการ
ฉะนี้แล้ว ก็เสด็จไปยังสถานวิมานของพระองค์ทันที. ฝ่ายพระเจ้าสัพพมิตต์

339
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 340 (เล่ม 61)

ก็ไม่ทรงดื่มสุรา ตรัสสั่งให้ทำลายภาชนะสุราสิ้น แล้วทรงสมาทานศีล
บริจาคทาน ได้เป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. การดื่มสุรา เกิดนิยม
กันอย่างกว้างขวาง แม้ในชมพูทวีป (ติดต่อสืบเนื่องมาจนบัดนี้).
พระบรมศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประชุม
ชาดกว่าพระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ ส่วนท้าวสักกเทวราช
ได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.
จบอรรถกถากุมภชาดก
๓. ชัยทิสชาดก
ว่าด้วยโปริสาทกับพระเจ้าชัยทิส
[๒๒๙๖] เป็นเวลานานนักหนา นับแต่เวลาที่
เราอดอาหารมาครบ ๗วัน อาหารมากมายพึงเกิดขึ้น
แก่เราวันนี้ ท่านเป็นใคร มาจากไหน ขอเชิญท่านบอก
ชาติสกุล ตามที่รู้กันมาเถิด.
[๒๒๙๗] เราคือพระเจ้าปัญจาลราช มีนามว่า
ชัยทิส ถ้าท่านได้ยินชื่อก็คงรู้จัก เราออกมาล่าเนื้อ
เที่ยวมาตามข้างภูเขาและป่า ท่านจงกินเนื้อกวางนี้เถิด
วันนี้จงปล่อยเราไป.
[๒๒๙๘] พระองค์ถูกข้าพเจ้าเบียดเบียน กลับ
เอาของที่ตกเป็นของข้าพเจ้านั่นเอง มาแลกเปลี่ยน

340
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 341 (เล่ม 61)

กวางที่พระองค์ตรัสถึงนั้น เป็นอาหารของข้าพระองค์
ข้าพระองค์กินพระองค์แล้ว อยากจะกินเนื้อกวาง ก็
จักกินได้ในภายหลัง เวลานี้มิใช่เวลาขอร้อง.
[๒๒๙๙] ถ้าความรอดพ้นของเราไม่มีด้วยการ
แลกเปลี่ยน ขอให้เราได้กลับไปยังพระนครเสียก่อน
เราผัดพราหมณ์ไว้ว่า จะให้ทรัพย์ เราจักรักษาคำสัตย์
ย้อนกลับมาหาท่านอีก.
[๒๓๐๐] ดูก่อนราชา พระองค์ใกล้จะสวรรคต
อยู่แล้ว ยังทรงเดือดร้อนถึงกรรมอะไรอยู่ ขอจงตรัส
บอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะอนุญาต
ให้กลับก่อนได้.
[๒๓๐๑] ความหวังในทรัพย์ เราได้ทำไว้แก่
พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูกมัดตัว ยังพ้นไป
ไม่ได้ เพราะเราผัดไว้ว่า จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์
เราจักรักษาคำสัตย์ กลับมาหาท่านอีก.
[๒๓๐๒] ความหวังในทรัพย์ พระองค์ได้ทำไว้
แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูกมัดตัว ยังพ้น
ไปไม่ได้ เพราะได้ผัดเพี้ยนไว้แก่พราหมณ์ว่า จะ
พระราชทานทรัพย์ พระองค์จงรักษาคำสัตย์ไว้เสด็จ
กลับมาเถิด.
[๒๓๐๓] พระเจ้าชัยทิส ทรงพ้นเงื้อมมือยักษ์
แล้ว รีบเสด็จกลับไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์

341