บทว่า ตารกราชสนฺนิโภ ความว่า พระจันทร์เป็นราชาแห่ง
ดวงดารา สิ้นแรงลงในกาฬปักษ์ข้างแรม แต่ก็แจ่มใสเต็มดวง ในชุณหปักษ์
ข้างขึ้นฉันใด วัยของสัตว์ทั้งหลายหาเป็นฉันนั้นไม่. เพราะวัยของสัตว์ทั้งหลาย
ส่วนใดล่วงไปแล้ว เป็นอันว่าส่วนนั้นล่วงไปแล้วในบัดนี้ทีเดียว ไม่มีทางที่จะ
กลับคืนไปสู่วัยนั้นได้อีก. บทว่า กุโต รติ ความว่า แม้ความยินดีในกามคุณ
ทั้งหลายของคนแก่ชราย่อมไม่มี ความสุขอันเกิดขึ้น เพราะอาศัยกามคุณนั้น
จะมีมาแต่ไหน. บทว่า ยกฺขา ได้แก่ ยักษ์ผู้มีมหิทธิฤทธิ์ . บทว่า ปีสาจา
ได้แก่ ปีศาจคลุกฝุ่น. บทว่า เปตา ได้แก่ สัตว์ผู้เข้าถึงเปตวิสัย. บทว่า
อสฺสสนฺติ ความว่า เข้าไปกระทบ หรือแทรกซึมเข้าไปตามลมหายใจเข้าออก.
บทว่า น มจฺจุโน ความว่า แต่แม้ยักษ์เป็นต้น แม้เหล่านั้น ไม่สามารถ
จะเข้าไปกระทบทรือแทรกซึมตามลมหายใจมฤตยูได้.
บทว่า นิชฺฌาปนํ กโรนฺติ ความว่า ให้อดโทษ คือให้ยินดี
ด้วยสามารถแห่งพลีกรรมได้. บทว่า อปราธเก ได้แก่ ผู้กระทำความผิด
ต่อพระราชา. บทว่า ทูสเก ได้แก่ ผู้ประทุษร้ายต่อราชสมบัติ. บทว่า
เหฐเก ได้แก่ ผู้เบียดเบียนชาวโลกด้วยการตัดช่องย่องเบาเป็นต้น. บทว่า
ราชิโน ได้แก่ พระราชาทั้งหลาย. บทว่า วิทิตฺวาน โทสํ ความว่า
พระราชาทั้งหลายทรงทราบโทษผิดแล้ว ย่อมลงอาชญา ตามสมควรแก่ความผิด.
บทว่า น มจฺจุโน ความว่า แต่พระราชาเหล่านั้น ไม่อาจลงอาชญา แก่
มฤตยุราชได้. บทว่า นิชฺฌาเปตุํ ความว่า ย่อมได้เพื่อจะประกาศความเป็น
ผู้ไร้ความผิดของตนได้ ด้วยหลักฐานพยาน. บทว่า น อฑฺฒกา พลวา
เตชวาปิ ความว่า พระโพธิสัตว์เจ้าทรงแสดงว่า มัจจุราชมิได้มีความเกรงใจ
แม้อย่างนี้ว่า ชนเหล่านี้ มั่งคั่ง ผู้นี้มีกำลัง ทั้งด้วยกำลังกาย และกำลังความรู้
ผู้นี้มีเดชานุภาพ คือไม่มีความเกรงใจ รักใคร่สิเนหาในสัตวนิกายแม้แต่ผู้เดียว
ย่อมย่ำยีทั้งหมดทีเดียว.