นั้นแล้ว ติดตามไปจนถึงเมืองพาราณสี ยืนกันแสงอยู่ที่กลางอากาศ ในท่าม
กลางบริษัท ณ ประตูพระราชวัง. พระมหาสัตว์กำลังฟ้อนรำถวายพระราชา
อยู่นั่นแหละ เหลือบแลดูอากาศ เห็นนางสุมนาเทวีแล้วละอายพระทัยเลื้อย
เข้าไปนอนขดในกระโปรงเสีย. ในเวลาที่พระมหาสัตว์ เลื้อยเข้าไปสู่กระโปรง
แล้ว พระราชาทรงพระดำริว่า นี่เหตุอะไรกันเล่าหนอ ? จึงทอดพระเนตร
แลดูทางโน้นทางนี้ เห็นนางสุมนาเทวียืนอยู่บนอากาศ จึงตรัสคาถาที่ ๑
ความว่า
ท่านเป็นใคร งามผ่องใสดุจสายฟ้า และอุปมา
เหมือนดาวประจำรุ่ง เราไม่รู้จักท่านว่า เป็นเทวดา
หรือคนธรรพ์ หรือเป็นหญิงมนุษย์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตํ มญฺญามิ มานุสี ความว่า
เรามิได้เข้าใจว่าท่านเป็นหญิงมนุษย์ ท่านควรจะเป็นนางเทพธิดา หรือหญิง
คนธรรพ์.
บัดนี้ เป็นคาถาโต้ตอบระหว่างราชากับนางสุมนาเทวี (ซึ่งมี
ลำดับดังต่อไปนี้)
(นางสุมนาทูลว่า) ข้าแต่พระมหาราชา หม่อม-
ฉันหาใช่เทพธิดา หรือคนธรรพ์ หรือหญิง-
มนุษย์ไม่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเป็นนาง
นาคกัญญา อาศัยเหตุอย่างหนึ่ง จึงได้มาในพระนครนี้.
(พระราชาตรัสถามว่า) ดูก่อนนางนาคกัญญา
ท่านมีอาการเหมือนคนมีจิตฟั่นเฟือน มีอินทรีย์อัน
เศร้าหมอง ดวงเนตรของท่านไหลนองไปด้วยหยาด-