พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 512 (เล่ม 60)

วิวาหมงคลและอาวาหมงคล ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือน
กับกุฎุมพีและคฤหบดี ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์
ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชน
พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่น
นั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
[๒๐๑๓] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อน
วิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็น
พราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจง
แสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้น
จากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน
ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ ที่ให้
ทานแล้วจักมีผลมาก.
[๒๐๑๔] ยังอีกพวกหนึ่งเล่า เป็นปุโรหิตในบ้าน
บริโภคภิกษาที่เก็บไว้ ชนเป็นอันมากพากันถาม
ปุโรหิตบ้านเหล่านั้น พวกเหล่านั้นจักรับจ้างตอนสัตว์
แม้ปศุสัตว์ คือ กระบือ สุกร แพะ ถูกฆ่าเพราะปุโรหิต
ชาวบ้านเหล่านั้น ข้าแต่พระราชา คนเหล่านั้นแม้จะ
เหมือนกับคนฆ่าโค ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์
ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชน
พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์
เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

512
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 513 (เล่ม 60)

[๒๐๑๕] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อน
วิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็น
พราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจง
แสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้น
จากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน
ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้
ทานแล้วจักมีผลมาก.
[๒๐๑๖] อีกพวกหนึ่งเป็นพราหมณ์ถือดาบและ
โล่เหน็บกระบี่ ยืนเฝ้าอยู่ที่ย่านพ่อค้าบ้าง รับคุ้มครอง
ขบวนเกวียนบ้าง ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคน
เลี้ยงโคและนายพราน ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์
ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึง
พราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการ
พราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
[๒๐๑๗] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า) ดูก่อนวิธูระ
ชนเหล่านั้น ปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์
จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์
เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่ง
สมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉัน
จักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผล
มาก
[๒๐๑๘] ชนทั้งหลายปลูกกระท่อมไว้ในป่า ทำ
เครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่ายและเสือปลาตลอด

513
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 514 (เล่ม 60)

ถึงเหี้ย ทั้งปลาและเต่า ข้าแต่พระราชา ชนทั้งหลาย
แม้จะเป็นผู้เสมอกับนายพราน เขาก็เรียกกันว่า
พราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้า
กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแต่พระองค์แล้ว เราจะ
ต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
[๒๐๑๙] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อน
วิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็น
พราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจง
แสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้น
จากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน
ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้
ทานแล้วจักมีผลมาก.
[๒๐๒๐] อีกพวกหนึ่งย่อมนอนใต้เตียง เพราะ
ปรารถนาทรัพย์ พระราชาทั้งหลายสรงสนานอยู่
ข้างบนในคราวมีพิธีโสมยาคะ ข้าแต่พระราชา ชน
พวกนั้นแม้จะเหมือนกับคนกวาดมลทิน ก็ยังเรียกกัน
ว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้า
กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะ
ต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
[๒๐๒๑] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อน
วิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็น
พราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจง

514
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 515 (เล่ม 60)

แสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้น
จากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนาหารของ
ฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจะให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์
ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
[๒๐๒๒] ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์
ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม
ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของพระองค์ มีอยู่แล
พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารหนเดียว และไม่
ดื่มน้ำเมา ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบ
ทูลถึงพราหมณ์เหล่านั้นแก่พระองค์แล้ว พวกเราคง
ต้องการพราหมณ์เช่นนั้นสิ พระเจ้าข้า.
[๒๐๒๓] ดูก่อนวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละ
เป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหา
พราหมณ์พวกนั้น และจงเชิญพราหมณ์พวกนั้นมา
โดยเร็วด้วยเถิด.
จบทสพราหมณชาดกที่ ๑๒

515
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 516 (เล่ม 60)

อรรถกถาทสพราหมณชาดก
พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงพระปรารภ
อสทิสทาน ตรัสเรื่องนี้มีคำเริ่มต้นว่า ราชา อโวจ วิธูรํ ดังนี้.
เรื่องอสทิสทานนั้นมีความพิสดารปรากฏแล้ว ในวิธูรชาดกอัฏฐนิบาต
เรื่องมีว่า ปางเมื่อพระราชาจะทรงถวายทานนั้น ทรงเลือกคัดภิกษุประมาณ
๕๐๐ รูป กระทำพระศาสดาให้ทรงเป็นประธาน และได้ทรงถวายทานแด่
พระมหาขีณาสพทั้งนั้น. ครั้งนั้นเมื่อภิกษุจะกล่าวคุณกถาของท้าวเธอ ยกเรื่อง
ขึ้นสนทนากันในธรรมสภาว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย พระราชาเมื่อจะทรงถวาย
อสทิสทาน ได้ทรงเลือกถวายในภิกษุผู้เป็นที่ประดิษฐานแห่งมรรคผล. พระ-
ศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อกี้พวกเธอกำลังสนทนา
เรื่องอะไรกัน เมื่อพวกภิกษุพากันกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ไม่น่าอัศจรรย์เลย ที่โกศลราชผู้อุปัฏฐากของพระพุทธเจ้า
เช่นเรา ทรงเลือกถวายทาน ปวงบัณฑิตแต่ก่อน เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จ
อุบัติ ก็เคยเลือกถวายแล้ว ภิกษุเหล่านั้นพากันกราบทูลอาราธนา ทรงนำอดีต
นิทานมาดังต่อไปนี้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิลโคตร
เสวยราชสมบัติ ณ พระนคร อินทปัต แคว้นกุรุ. อำมาตย์ของพระองค์นามว่า
วิธูระ คอยถวายอรรถและธรรม. พระราชาทรงยังชมพูทวีปทุกแห่งหนให้
กระฉ่อน ทรงถวายมหาทาน. บรรดาคนที่รับทานนั้นบริโภค จะหาคนหนึ่ง
ที่รักษาศีล ๕ ก็ไม่มีเลย ทุกคนทุศีลทั้งนั้น. ทานมิได้กระทำให้พระราชาทรง
ยินดี. พระราชาเข้าพระหทัยว่า การเลือกให้ทานมีผลมาก ทรงมีพระประสงค์

516
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 517 (เล่ม 60)

จะให้ทานแก่ผู้มีศีล ทรงดำริว่า ต้องปรึกษากับวิธูรบัณฑิต. ท้าวเธอทรง
รับสั่งให้ท่านผู้มาสู่ที่เฝ้านั่งเหนืออาสนะ ตรัสถามปัญหา.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสกึ่งพระคาถาว่า
พระราชายุธิฏฐิลทรงปรารถนาธรรม ได้ตรัส
กะวิธูรอำมาตย์.
ต่อไปเป็นดำรัสของพระราชาและคำตอบของท่านวิธูระว่า
พระเจ้ายุธิฏฐิละผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ได้ตรัสสดับ
วิธูรอำมาตย์ว่า ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์
ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม
ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย
ฉันจะให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมี
ผลมาก.
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลาย
ผู้มีศีลเป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ที่สมควรจะ
บริโภคโภชนาหารของพระองค์นั้นหาได้ยาก ข้าแต่พระ
มหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับมาว่า ชาติพราหมณ์
มี ๑๐ ชาติ ขอพระองค์จงทรงสดับการจำแนกแจง
ชาติพราหมณ์เหล่านั้น ของข้าพระองค์ ชนทั้งหลาย
ถือเอากระสอบอันเต็มไปด้วยรากไม้เรียบร้อย ปิดสลาก
บอกสรรพคุณยาไว้ รดน้ำมนต์และร่ายมนต์ ข้าแต่
พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเป็นเหมือนกับหมอ ก็ยัง
เรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้า-

517
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 518 (เล่ม 60)

พระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้น แก่พระองค์
แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่
พระเจ้าข้า.
(พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อนวิธูระ ชน
เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะ
เรียกว่าเป็นพราหมณ์มิได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์
เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม
ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย
ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมี
ผลมาก.
ชนทั้งหลายถือกระดิ่ง ตีประกาศไปข้างหน้าบ้าง
คอยรับใช้บ้าง ศึกษาในการขับรถบ้าง ข้าแต่พระราชา
ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนบำเรอ ก็ยังเรียกกันว่า
เป็นพราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์
พวกนั้น แก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์
เหล่านั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง
ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้
ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต
งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหาร
ของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก
พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 519 (เล่ม 60)

พวกพราหมณ์ ถือน้ำเต้าและไม้สีฟัน คอยเข้า
ใกล้พระราชาทั้งหลาย ในบ้านและนิคมด้วยตั้งใจว่า
เมื่อคนทั้งหลายในบ้านหรือนิคมไม่ให้อะไร ๆ พวกเรา
จักไม่ลุกขึ้น ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือน
กับผู้กดขี่ข่มเหง ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้า
พระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้น แก่พระองค์
แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่
พระเจ้าข้า.
ดูก่อนวิธูระ คนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง
ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้
ท่านจงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้น
จากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน
ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้
ทานแล้วจักมีผลมาก.
ชนทั้งหลายมีเล็บและขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ
มีธุลีบนศีรษะเกรอะกรังด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจก
ท่องเที่ยวไป ข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้นแม้จะเหมือน
กับมนุษย์ขุดตอ ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่
พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์
พวกนั้น แก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์
เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง
ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 520 (เล่ม 60)

ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต
งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหาร
ของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์
ที่ให้ทานเเล้วจักมีผลมาก.
ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นอธิบดีแห่งประชาชน
ชนทั้งหลายขายสิ่งของเครื่องชำ คือ ผลสมอ ผล
มะขามป้อม มะม่วง ชมพู่ สมอพิเภก ขนุนสำมะลอ
ไม้สีฟัน มะตูม พุทรา ผลเกด อ้อยและงบน้ำอ้อย
เครื่องโบกควัน น้ำผึ้งและยาหยอดตา ข้าแต่พระราชา
ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับพ่อค้า ก็ยังเรียกกันว่า
เป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์กราบ
ทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้อง
การพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง
ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้
ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต
งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหาร
ของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก
พราหมณ์ ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
ชนทั้งหลายใช้คนให้ทำการไถและการค้า ใช้ให้
เลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ สู่ขอนางกุมารีทำการวิวาหมงคล
และอาวาหมงคล ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับกุฎุมพี

520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ – หน้าที่ 521 (เล่ม 60)

และคฤหบดี ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระ-
มหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่
พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหา
ไม่ พระเจ้าข้า.
ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง
ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้
ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต
งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหาร
ของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก
พราหมณ์ ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
ยังอีกพวกหนึ่งเล่า เป็นปุโรหิตในบ้านบริโภค
ภิกษาที่เก็บไว้ ชนเป็นอันมากพากันถามปุโรหิตบ้าน
เหล่านั้น พวกเหล่านั้นจักรับจ้างตอนสัตว์ แม้ปศุสัตว์
คือ กระบือ สุกร แพะ ถูกฆ่าเพราะปุโรหิตชาวบ้าน
เหล่านั้น ข้าแต่พระราชา คนเหล่านั้นแม้จะเหมือน
กับคนฆ่าโค ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระ-
มหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่
พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือ
หาไม่ พระเจ้าข้า.
ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง
ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้
ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต

521