บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เยน ชาเตน ความว่า พระมหาสัตว์
ขอว่า หมู่สัตว์มีดวงจิตใดเกิดแล้วจึงโกรธ ต้องเสื่อมจากไร่นาเป็นต้นเหล่านี้
ด้วยอำนาจราชทัณฑ์ เพราะตนทำกรรมมีฆ่าสัตว์เป็นต้น หรือด้วยการฆ่าตน
เสียด้วยวิธี มีกินยาพิษเป็นต้น โทสจิตนั้นไม่พึงอยู่ในอาตมภาพเลย. บทว่า
น สุเณ ความว่า อาตมภาพไม่พึงได้ฟังด้วยเหตุเหล่านั้นว่า คนพาลย่อมอยู่ในที่
ชื่อโน้นเป็นต้นก็ดี. บทว่า กินฺนุ เต อกรํ ความว่า คนพาลย่อมฆ่ามารดา บิดา
ของพระคุณเจ้าหรือ ก็หรือว่า คนพาลกระทำความพินาศอะไรให้แก่ท่านหรือ.
บทว่า อนยํ นยติ ความว่า คนมีปัญญาทรามย่อมยึดถือสิ่งที่มิใช่เหตุว่า
เป็นเหตุ คือย่อมคิดถึงกรรมที่ทารุณเห็นปานนี้ว่า เราจักกระทำปาณาติบาต
เป็นต้นเลี้ยงชีพ. บทว่า อธุรายํ ความว่า คนมีปัญญาทราม ไม่ชักชวน
ในสัทธาธุระ ศีลธุระ และปัญญาธุระ ชักชวนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบ. บทว่า
ทุนฺนโย เสยฺยโส โหติ ความว่า การแนะนำชั่วนั่นแลเป็นความดีสำหรับ
ผู้มีปัญญาทราม คือเขาย่อมยึดเอาทุศีลกรรมห้าประการแล้วประพฤตินั่นแหละ
เป็นดี อีกอย่างหนึ่ง เขาเป็นคนที่แนะนำได้ยากในทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์
เกื้อกูล เพราะใคร ๆ ไม่สามารถที่จะแนะนำได้. บทว่า สมฺมา วุตฺโต
ความว่า เขาถูกกล่าวโดยเหตุโดยการณ์ย่อมโกรธเคือง. บทว่า วินยํ
ความว่า เขาไม่รู้จักวินัยที่ต้องประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ เช่นว่าต้องก้าวไปอย่างนี้
เป็นอาทิ ทั้งไม่รับโอวาทด้วย. บทว่า สาธุ ตสฺส ความว่า เพราะเหตุเหล่านี้
การไม่พบเห็นเขาเสียได้นั่นแหละเป็นการดี. บทวา ยาจกา ได้แก่ ผู้รับ
โภชนะอันเป็นทิพย์นั้น. บทว่า วตฺตจารีหิ ได้แก่ ด้วยทาน ศีล และอุโบสถ
กรรม. บทว่า ทสฺสนํ อภิกงฺขนฺติ ความว่า เหล่านระและนารีพากันมุ่งหวัง
จะเห็นข้าพเจ้า. บทว่า ตํ ตาทิสํ ความว่าเห็นท่านผู้ประดับด้วยเครื่องประดับ