สะใภ้ของอนุเศรษฐีก็ไปตระกูลบิดามารดาเพื่อจะคลอดบุตร ได้คลอด
บุตรที่ใต้กิ่งไม้แห่งหนึ่งในระหว่างทาง พวกญาติได้ตั้งชื่อให้ทารกนั้นว่า
สาขกุมาร และในวันเดียวกันนั้น ภรรยาของช่างชุนที่อาศัยมหาเศรษฐี
อยู่ ก็คลอดบุตรที่ระหว่างกองผ้าขี้ริ้ว พวกญาติจึงตั้งชื่อให้ทารกนั้นว่า
โปติกะ.
มหาเศรษฐีทราบว่า ทารกทั้งสองคนนั้นเกิดในวันที่นิโครธ-
กุมารเกิด จึงนำมาบำรุงเลี้ยงไว้ร่วมกับนิโครธกุมาร กุมารทั้งสามนั้น
เติบโตมาพร้อม ๆ กัน ครั้นเจริญวัยแล้วจึงไปเมืองตักกศิลาเรียนศิลปะ
สองบุตรเศรษฐีให้ทรัพย์เป็นค่าสอนแก่อาจารย์คนละพัน แต่โปติก-
กุมารคอยรับเรียนศิลปะในสำนักนิโครธกุมาร เมื่อกุมารทั้งสามสำเร็จ
การศึกษาแล้ว จึงลาอาจารย์ออกเที่ยวไปตามชนบท ถึงเมืองพาราณสี
โดยลำดับ นอนอยู่ ณ โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง.
ครั้งนั้น เป็นคราวที่พระเจ้าพาราณสีเสด็จสวรรคตได้เจ็ดวัน
พวกเสนามาตย์ให้ตีกลองประกาศทั่วนครว่า วันพรุ่งนี้จักเสี่ยงบุศยราช-
รถ ขณะที่เพื่อนรักทั้ง ๓ พากันนอนหลับอยู่ที่โคนต้นไม้ โปติกะลุกขึ้น
เวลาเช้ามืด นั่งนวดฟั้นเท้านิโครธกุมารอยู่ บนต้นไม้นั้นมีไก่นอนอยู่
สองตัว ไก่ตัวบนถ่ายอุจจาระลงถูกไก่ตัวล่าง ลำดับนั้น ไก่ตัวล่างจึง
ถามไก่ตัวบนว่า ใครถ่ายอุจจาระ ไก่ตัวบนตอบว่า เพื่อนอย่าโกรธเลย
เราไม่รู้จึงถ่ายลง ไก่ตัวล่างต่อว่าไก่ตัวบนว่า เจ้าสัตว์ร้าย เจ้าเข้าใจว่า
ตัวข้าเป็นที่ถ่ายอุจจาระของเจ้าหรือ เจ้าไม่รู้จักความดีของข้าหรือ ? ไก่