ชนเหล่าใดละสิ่งของที่มีมากเสียด้วย
ไม่พิจารณาหนทางด้วย แล้วไม่คิดอ่านเหตุ
การณ์นั้นให้ถ่องแท้ ชนเหล่านั้นย่อมเป็นผู้
ทรงจักรกรดไว้.
ผู้ใดพึงเพ่งพินิจถึงการงานและโภคะอัน
ไพบูลย์ ไม่ซ่องเสพความอยากอันประกอบ
ด้วยความฉิบหาย ทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดู
ทั้งหลาย ผู้เช่นนั้น จะไม่ถูกจักรกรดพัดผัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลทฺธา สตสหสฺสานิ อติเรกานิ
วีสติ ความว่า ท่านทำอุโบสถได้รับทรัพย์พันหนึ่งจากสำนักของมารดา
เมื่อทำการค้าขายจึงได้ทรัพย์ คือที่เป็นทุนพันหนึ่งและทรัพย์ที่เป็นกำไร
ตั้งหนึ่งแสนสองหมื่นแล้ว. ด้วยบทว่า นากริ นี้ เทวราช
แสดงไว้ว่า ท่านไม่ยินดีด้วยทรัพย์นั้น แล่นเรือไปสู่สมุทรแม้ถูกมารดา
กล่าวถึงโทษในสมุทรแล้วห้ามอยู่ ก็ยังไม่เชื่อคำเตือนโดยชอบของญาติ
ผู้เอ็นดูกลับทำร้ายมารดาผู้โสดาบัน แล้วฉวยโอกาสหนีออกไป. บทว่า
ลงฺฆึ คืออันสามารถทำให้เรือโลดขึ้นได้. บทว่า ปกฺขนฺทิ เท่ากับ
ปกฺขนฺโตสิ แปลว่า ท่านเป็นผู้แล่นเรือไปแล้ว. บทว่า อปฺปสิทฺธิกํ
คือที่มีสิทธิน้อย มากด้วยความพินาศ. บทว่า จตุพฺภิ อฏฺฐ เป็นต้น