บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺโม ได้แก่ สภาวะ. บทว่า
ปิตุปิตามโห ความว่า เป็นของมีอยู่แห่งบิดามารดาและปู่ ย่า ตา
ยาย. บทว่า อุทกํ ได้แก่ น้ำสำหรับล้างเท้า. บทว่า มชฺชํ ได้แก่
น้ำมันสำหรับทาเท้า. บทว่า สพฺเพตํ แยกศัพท์ออกเป็น สพฺพํ
เอตํ. นิป อักษร ใน บทว่า นิปทามเส นี้ เป็นอุปสรรค.
อธิบายว่า ทามเส แปลว่า ให้. ท่านอธิบายว่า ข้าพเจ้าย่อมให้.
ด้วยบทว่า นิปทามเส นี้ ท่านแสดงความว่า วงศ์ของข้าพเจ้าเป็น
วงศ์ของผู้ให้สืบมาชั่วเจ็ดสกุล. บทว่า อุตฺตมํ วิย ญาตกํ ความว่า
ข้าพเจ้าเห็นสมณะหรือพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรม ย่อมบำรุงด้วยความ
เคารพคือด้วยมือของตน เหมือนบำรุงมารดาและบิดาฉะนั้น.
ก็พระโพธิสัตว์อยู่ในที่นั้นแสดงธรรมแก่พาราณสีเศรษฐีอยู่
๒-๓ วัน แล้วกลับไปยังหิมวันตประเทศตามเดิม ได้ทำอภิญญา
และสมาบัติให้บังเกิดแล้ว.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว
ประกาศสัจจะทรงประชุมชาดกว่า. ในเวลาจบสัจจะภิกษุนั้น ดำรงอยู่
ในโสดาปัตติผล. พาราณสีเศรษฐีในครั้งนั้น ได้เป็นพระอานนท์
ส่วนดาบสในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาปีฐชาดกที่ ๗