ในหมู่มนุษย์ แม้เป็นผู้ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยลาภและยศ สมัยต่อมา
ย่อมเป็นผู้มีลาภน้อย สักการะน้อย ชื่อว่าผู้จะมีลาภเป็นนิจเสมอไป
ย่อมไม่มี. แม้ในยศเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
วานรโปฏฐปาทะได้ฟังดังนั้น เมื่อไม่อาจทำความริษยาในลิง
กาฬพาหุให้หายไปได้ จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
ข้าแต่พี่ราธะ พี่เป็นบัณฑิตแท้ ย่อมรู้
ถึงผลประโยชน์อันยังมาไม่ถึง ทำอย่างไรหนอ
เราจะได้เห็นเจ้าสาขมฤคผู้ลามก ถูกเขาขับ
ไล่ออกจากราชสกุล.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กถํ นุ โข ได้แก่ ดุ้วยอุบาย
อะไรหนอ บทว่า ทกฺขาม แปลว่า จักเห็น. บทว่า นิทฺธาปิตํ
ได้แก่ ถูกฉุดออกไป คือถูกลากออกไป. บทว่า ชมฺมํ แปลว่า ผู้
ลามก.
วานรราธะได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-
ลิงกาฬพาหุ กระดิกหูและกลอกหน้า
กลอกตา ทำให้พระราชกุมารทรงหวาดเสียว
พระทัยอยู่บ่อย ๆ มันจักทำตัวของมันเองให้
จำต้องห่างไกลจากข้าวและน้ำ.