บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตนฺเต มุส กาสิตํ ความว่า
คำใดพระองค์ตรัสไว้แก่อาตมภาพ คำนั้นพระองค์ทรงทำมุสาวาทอัน
หักรานประโยชน์ตรัสเท็จไว้ พระองค์ทรงอาศัยเหตุอะไรหรือจึง
ตรัสคำนั้นอย่างนั้น.
ท้าวสักกะทรงสดับดังนั้นจึงตรัสคาถาที่ ๔ ว่า :-
ดูก่อนพราหมณ์ เมื่อชนทั้งหลาย
พูดกันอยู่ ท่านก็เคยได้ยินแล้วมิใช่หรือว่า
เทวดาทั้งหลายย่อมเกียดกันความพยายาม
ของลูกผู้ชายไม่ได้ ความข่มใจ ความตั้งใจ
แน่วแน่ ความไม่แตกสามัคคีกัน ความไม่
แก่งแย่งกัน การรุกในกาลควรรุก ความ
เพียรมั่นคง และความบากบั่นของลูกผู้ชาย
(มีอยู่ในพวกพระเจ้าอัสสกะ) เพราะเหตุนั้น
แหละ ชัยชนะจึงมีแก่พวกพระเจ้าอัสสกะ.
คาถาที่ ๔ นั้น มีอธิบายดังนี้ :- ดูก่อนท่านพราหมณ์ เมื่อ
เขาพูดกันอยู่ในที่นั้นๆ ท่านไม่เคยได้ยินคำนี้หรือว่า เทวดาทั้งหลาย
ย่อมไม่เกียดกันคือไม่ริษยาความบากบั่นของลูกผู้ชาย ความข่มใจกล่าว
คือความทรมานตน เช่นการทำความเพียรพยายามของพระเจ้าอัสสกะ
ความมีใจไม่แตกแยกกันโดยมีความสามัคคีกัน ความมีใจตั้งมั่นไม่
แตกแยกกัน ความไม่แก่งแย่งกันในเวลาทำความเพียรแห่งพวกสหาย