ท่อนใหญ่แล้วกัดกินจนถึงกระดูก เชิญให้วัฑฒกีสุกรนั่งบนลำต้น
มะเดื่อนั่นแหละ แล้วให้เอาสังข์เครื่องใช้สอยของชฎิลโกงไปตักน้ำ
มาอภิเษกแต่งตั้งให้เป็นราชา และแต่งตั้งนางสุกรรุ่นสาวตัวหนึ่ง
แต่งตั้งให้เป็นอัครมเหสีของวัฑฒกีสุกรนั้น. ได้ยินว่า จำเดิมแต่นั้นมา
อำมาตย์ราชเสวกทั้งหลาย เชิญเสด็จพระราชาให้นั่ง ณ อุทุมพร-
ภัตรบิฐ แล้วอภิเษกด้วยสังข์ ๓ ชนิด สืบมาจนกระทั่งทุกวันนี้
เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในไพรสณฑ์นั้น เห็นความอัศจรรย์อันนั้น จึง
เยี่ยมหน้าเฉพาะต่อสุกรทั้งหลาย ณ ค่าคบไม้แห่งหนึ่ง กล่าวคาถา
ที่ ๓ ว่า :-
ข้าพเจ้าขอนอบน้อม แก่หมู่สุกรที่มา
ประชุมกัน ข้าพเจ้าได้เห็นมิตรภาพอันน่า
อัศจรรย์ควรสรรเสริญ จึงขอกล่าวสรรเสริญ
ไว้ หมูทั้งหลายผู้มีเขี้ยวเป็นกำลัง ได้ชนะ
เสือโคร่งด้วยสามัคคีอันใด ก็พากันพ้นมรณ-
ภัย ด้วยสามัคคีอันนั้น ในเพราะกำลังแห่ง
เขี้ยวทั้งหลาย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นมตฺถุ สงฺฆานํ ความว่า
การกระทำความนอบน้อมของเรานี้ จงมีแก่หมู่สุกรผู้มาประชุมกัน.
บทว่า ทิสฺวา สยํ สขฺยํ วทามิ อพฺภุตํ ความว่า ข้าพเจ้า
ได้เห็นความเป็นสหาย คือมิตรภาพอันไม่เคยมีในกาลก่อน ชื่อว่า